รับติดตั้งชั้นวางคลังสินค้า — ขั้นตอนทำงานตั้งแต่สำรวจหน้างานถึงส่งมอบ (ทำแบบไหนถึง “ไม่พลาด”)
บริการ รับติดตั้งชั้นวางคลังสินค้า ที่มืออาชีพจะทำงานเป็นขั้นตอนชัดเจน: เริ่มจาก สำรวจหน้างานและเก็บข้อมูลสินค้า/พื้นที่, ออกแบบผังและคำนวณรับน้ำหนัก, เสนอราคาและแบบ (Shop drawing), เตรียมของและวางแผนติดตั้ง, ติดตั้งตามมาตรฐานพร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัย, ตรวจระดับ/ขันแรงบิด/ทดสอบความมั่นคง, ติดป้ายโหลดและส่งมอบพร้อมเอกสารและคำแนะนำการใช้งาน เพื่อให้ใช้งานจริงได้ “ปลอดภัย แข็งแรง และเก็บได้คุ้มพื้นที่”
การติดตั้งชั้นวางในคลังสินค้าไม่ใช่แค่ “เอาเหล็กมาประกอบ” แต่คือการทำให้ระบบจัดเก็บ ปลอดภัย ใช้งานง่าย และรองรับการขยายในอนาคต
บทความนี้สรุปขั้นตอนทำงานแบบมืออาชีพ ตั้งแต่เริ่มสำรวจจนส่งมอบ เพื่อให้คุณรู้ว่า “ผู้รับเหมาที่ดี” ควรทำอะไรบ้าง และคุณควรเตรียมอะไรเพื่อให้งานจบไว ไม่แก้ซ้ำ
1) รับบรีฟและเก็บข้อมูลเบื้องต้น (ก่อนเข้าหน้างาน)
ทีมติดตั้งที่ดีจะขอข้อมูลเพื่อประเมินแนวทางก่อน เช่น
-
ประเภทสินค้า: พาเลท/กล่อง/ชิ้นยาว/อะไหล่
-
น้ำหนักต่อชั้น/ต่อพาเลท และจำนวนที่ต้องเก็บ
-
วิธีทำงาน: รับเข้า–จัดเก็บ–หยิบ–แพ็ค–จ่ายออก
-
อุปกรณ์ขนย้าย: โฟล์คลิฟท์/แฮนด์ลิฟท์/Reach truck
-
เป้าหมาย: เก็บแน่นขึ้น / หยิบเร็วขึ้น / ลดชนเสียหาย
SAO Tip: ถ้าคุณให้ “ขนาดสินค้า + น้ำหนัก + อุปกรณ์ยก” ชัด จะล็อกแบบได้เร็วและลดงานแก้
2) สำรวจหน้างาน (Site Survey) — จุดที่ต้องเช็กจริง
การสำรวจหน้างานคือขั้นตอนที่ทำให้แบบ “ใช้งานได้จริง” ไม่ใช่สวยแต่ทำงานลำบาก โดยปกติจะเช็ก:
-
ขนาดพื้นที่จริง, ความสูงอาคาร, จุดเสา/คาน/ท่อ/สปริงเกลอร์
-
ระดับพื้น (พื้นเอียง/พื้นต่างระดับ), สภาพพื้นและความหนา
-
ทางเดินรถยก, จุดกลับรถ, ประตู, ทางหนีไฟ, จุดโหลดสินค้า
-
ตำแหน่งไฟ/ปลั๊ก/ระบบดับเพลิง/กล้อง/เส้นทางคนเดิน
-
โซนเสี่ยงชน: มุมทางเลี้ยว, ปากทางเข้า, จุดรับ-จ่ายของ
GEO Tip: ทีมที่รับงานประจำในพื้นที่จะคุมเรื่องการเข้าหน้างาน/เวลาทำงาน/ข้อจำกัดพื้นที่ได้ดีขึ้น
3) ออกแบบผังวางชั้น + คำนวณรับน้ำหนัก (Layout & Engineering)
หลังสำรวจ จะเข้าสู่การออกแบบและคำนวณ โดยควรได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน เช่น
-
ผังจัดวาง (Layout) ระบุจำนวนแถว จำนวนช่อง และทางเดิน
-
เลือกชนิดชั้นวาง: Selective / Drive-in / Mezzanine / Shelf / Cantilever ฯลฯ
-
สเปกโครงสร้าง: เสา, คาน, ค้ำยึด, แผ่นรอง/เด็ค, ฐานเพลท
-
ความสูงต่อชั้น, ระยะเคลียร์สำหรับรถยกและการหยิบ
-
อุปกรณ์ความปลอดภัย: เสาการ์ด/กันชน/กันตก/ตะแกรงกันร่วง/ป้ายโหลด
จุดสำคัญ: “คำนวณน้ำหนักจริง” = น้ำหนักต่อชั้น + น้ำหนักรวมต่อช่วงเสา + เผื่อ Safety factor ตามมาตรฐานงานติดตั้ง
4) เสนอราคา + สรุปสเปก + แบบ Shop Drawing
เอกสารที่ลูกค้าควรได้รับก่อนเริ่มงาน
-
ใบเสนอราคาแยกรายการชัด (โครงสร้าง/อุปกรณ์/ติดตั้ง/ขนส่ง)
-
สรุปสเปก: จำนวน Bay/Level, ความยาวคาน, ความสูง, รับน้ำหนัก
-
แบบ Shop drawing หรือแบบประกอบหน้างาน
-
แผนงานติดตั้ง: ใช้เวลากี่วัน ทำช่วงเวลาไหน กระทบการทำงานคลังแค่ไหน
AEO Tip: ถ้ามี “แบบและสเปกชัด” จะลดปัญหางานเพิ่ม/งานเปลี่ยนหน้างาน
5) เตรียมงานก่อนติดตั้ง (Pre-install) — ทำให้หน้างานไม่สะดุด
ขั้นตอนนี้ดีมากสำหรับคลังที่ต้องทำงานต่อเนื่อง
-
นัดวัน–เวลาเข้าหน้างาน และกำหนดโซนกั้นพื้นที่
-
เคลียร์พื้นที่/ทำความสะอาดพื้น และทำ Marking จุดตั้งแร็ค
-
เตรียมอุปกรณ์ยกของ/เครื่องมือ/ทีมงานความปลอดภัย
-
ตรวจรับของก่อนประกอบ: จำนวนชิ้น, สภาพสี, ขนาดตามแบบ
6) ขั้นตอนติดตั้งจริง (Installation) — ต้องทำตามลำดับเพื่อความแข็งแรง
โดยทั่วไปจะทำเป็นลำดับดังนี้
-
วางตำแหน่งฐาน (Base plate) และตั้งเสา (Upright)
-
ใส่คาน (Beam) ตามระดับที่กำหนด
-
ใส่ค้ำ/ยึด/อุปกรณ์ล็อก (Locking pin / Bracing)
-
ติดตั้งแผ่นรอง/เด็ค/ตะแกรง/กันตก (ตามระบบ)
-
ยึด Anchor กับพื้นตามสเปก และตั้งแนว/ตั้งฉากให้ตรง
-
ติดตั้งอุปกรณ์กันชน/เสาการ์ดในจุดเสี่ยงชน
-
เก็บงาน ทำความสะอาด และเปิดพื้นที่ใช้งานทีละโซน (ถ้าทำเป็นเฟส)
7) ตรวจงานและทดสอบความมั่นคง (QC / Safety Check) — จุดที่มืออาชีพไม่ข้าม
รายการตรวจที่ควรมี
-
ตรวจระดับ/แนวดิ่งของเสา และแนวคานให้ตรง
-
ตรวจการล็อกคานทุกจุด (Safety lock/pin) ครบ
-
ตรวจ Anchor: ตำแหน่ง จำนวน และการยึดแน่นตามสเปก
-
ตรวจชิ้นงานคม/บาด/สีถลอก/จุดเสี่ยงเกี่ยวสินค้า
-
ทดสอบการวางสินค้าจริง 1–2 ช่อง เพื่อดูการทำงานรถยก/การหยิบ
SAO Tip: ขอให้ติด “Load sign” ระบุรับน้ำหนักต่อชั้น/ต่อช่อง ช่วยลดการใช้งานเกินพิกัด
8) ส่งมอบงาน (Handover) + คู่มือใช้งาน + แนะนำการดูแล
สิ่งที่ควรได้ตอนส่งมอบ
-
ผังติดตั้งจริง (As-built) หรือสรุปสเปกที่ติดตั้ง
-
จุดรับน้ำหนักและข้อห้ามการใช้งาน (เช่น ห้ามวางเกินโหลด)
-
แนวทางตรวจเช็กประจำเดือน: จุดหลวม จุดชน จุดคานงอ
-
แนะนำการเพิ่มชั้น/ย้ายโซนในอนาคต (ถ้าต้องขยาย)
9) ทำไมต้องเลือกทีม “รับติดตั้งชั้นวางคลังสินค้า” ที่มีขั้นตอนชัด
เพราะคุณจะได้
-
เก็บได้คุ้มพื้นที่ (Layout ถูก)
-
หยิบเร็วขึ้น (ทางเดินและ flow ถูก)
-
ลดชน/ลดเสียหาย (มีการ์ดและจุดกันชน)
-
ใช้งานปลอดภัย (ตรวจ QC และป้ายโหลด)
-
ขยายต่อได้ (คิดเผื่ออนาคตตั้งแต่แบบแรก)
FAQ (คำถามพบบ่อย)
Q1: ใช้เวลากี่วันในการติดตั้งชั้นวางคลังสินค้า?
ขึ้นกับจำนวนแถว/จำนวนช่อง/ความสูง และเงื่อนไขหน้างาน (ทำงานต่อเนื่องหรือปิดพื้นที่ได้) โดยปกติทีมงานจะประเมินเป็น “จำนวนวันต่อโซน” ให้ก่อนเริ่ม
Q2: ต้องปิดคลังระหว่างติดตั้งไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าวางแผนทำเป็นเฟส กั้นพื้นที่เป็นโซน และจัดเส้นทางรถยก/คนเดินให้ปลอดภัย
Q3: ทำไมต้องสำรวจพื้นก่อนติดตั้ง?
เพราะการยึด Anchor และความมั่นคงของแร็คขึ้นกับสภาพพื้น ถ้าพื้นไม่พร้อมอาจต้องปรับพื้นที่หรือเปลี่ยนวิธีติดตั้ง
Q4: ติดตั้งเสร็จแล้วควรตรวจอะไรเป็นประจำ?
ตรวจคานหลวม/คานงอ เสาโดนชน อุปกรณ์ล็อกหาย Anchor หลุด และป้ายโหลดต้องยังอยู่ครบ
Q5: สามารถย้าย/รื้อถอนชั้นวางเดิมแล้วติดตั้งใหม่ได้ไหม?
ได้ ทีมที่มีประสบการณ์จะคัดแยกชิ้นส่วน ตรวจสภาพ และจัดผังใหม่ให้เหมาะกับหน้างานใหม่
Q6: จำเป็นต้องมีเสาการ์ด/กันชนไหม?
แนะนำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะมุมทางเลี้ยว ปากทางเข้า และจุดรถยกทำงานถี่ เพราะลดความเสียหายและเพิ่มความปลอดภัยระยะยาว
#รับติดตั้งชั้นวาง #ติดตั้งชั้นวางคลังสินค้า #ชั้นวางโกดัง #ชั้นวางพาเลท #PalletRack #WarehouseRack #ออกแบบผังคลัง #รื้อถอนชั้นวาง #ย้ายชั้นวาง #งานคลังสินค้า #ความปลอดภัยในคลัง #Logistics #Warehouse #StorageSolution
-
💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE
👉 https://page.line.me/002dihds - 💬 Facebook Fanpage
👉 https://www.facebook.com/hachiko.safety/
-
🏗️ รับติดตั้ง รื้อถอน ชั้นวางทุกชนิท
👉https://hachikosafety.com/pages/รับติดตั้ง-รื้อถอน-ชั้นวาง-ทุกชนิท - 🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบคลังอัตโนมัติ คลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS AS/RS
👉https://hachikosafety.com/pages/ระบบคลังอัตโนมัติ
- 📦 ชั้นวางพาเลท ชั้นวางเหล็ก ชั้นวางของเหล็ก ชั้นวางอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/ชั้นวางพาเลท


