ชั้นวางพาเลท 1 Bay คืออะไร? Starter Bay และ Add-on Bay ต่างกันอย่างไร
เวลาขอราคาหรือออกแบบ ชั้นวางพาเลท (Pallet Rack) มักเจอคำว่า “1 Bay”, “Starter Bay” และ “Add-on Bay” อยู่ในใบเสนอราคาหรือแบบ Layout
หลายคนจึงสงสัยว่า
1 Bay คือชั้นวาง 1 ชุดหรือไม่?
Starter Bay ต่างจาก Add-on Bay ตรงไหน?
ถ้าต้องการชั้นวาง 10 Bay ต้องใช้เสากี่ชุด?
คำตอบแบบเข้าใจง่ายคือ Bay หมายถึงหนึ่งช่วงของชั้นวางที่อยู่ระหว่าง Upright Frame สองด้าน โดยมี Beam เชื่อมระหว่าง Frame เพื่อสร้างตำแหน่งสำหรับวางพาเลท ส่วน Starter Bay เป็น Bay เริ่มต้นที่มี Frame ครบสองด้าน ขณะที่ Add-on Bay เป็น Bay ที่ต่อเพิ่มและใช้ Frame ด้านหนึ่งร่วมกับ Bay ก่อนหน้า
แหล่งข้อมูลด้าน Pallet Racking อธิบาย Bay ว่าเป็นพื้นที่ระหว่าง Upright Frames ที่ติดตั้ง Load Beam และระบบ Selective Pallet Rack สามารถขยายเพิ่มเติมด้วยการเพิ่ม Bay ได้ตามการออกแบบ

Starter Bay และ Add-on Bay ต่างกันอย่างไร?
Starter Bay คือชุดเริ่มต้นของแถวชั้นวางพาเลท โดยทั่วไปประกอบด้วย Upright Frame 2 ชุด + Beam ตามจำนวนระดับที่ออกแบบ
ส่วน Add-on Bay คือชุดที่นำมาต่อจาก Starter Bay หรือ Bay ก่อนหน้า โดยใช้ Upright Frame ร่วมกับ Bay ที่มีอยู่ จึงโดยทั่วไปเพิ่ม Upright Frame ใหม่เพียง 1 ชุด พร้อม Beam ของ Bay ใหม่
ตัวอย่างเช่น
1 Starter Bay = 1 Bay
1 Starter Bay + 1 Add-on Bay = 2 Bays
1 Starter Bay + 4 Add-on Bays = 5 Bays
ในระบบที่ต่อกันเป็นแถวตรง หากมี 5 Bays จะมี Upright Frame รวม 6 ชุด เพราะ Frame ระหว่าง Bay ถูกใช้ร่วมกัน
ผู้จำหน่ายระบบ Pallet Rack แบบ Modular ก็ระบุหลักการเดียวกันว่า Starter Unit ต้องใช้สอง Frames ส่วน Add-on Unit ใช้ Frame เพิ่มหนึ่งชุด.
อย่างไรก็ตาม รายการอุปกรณ์จริงต้องตรวจจากผู้ผลิตและแบบวิศวกรรมของระบบนั้น เพราะคำว่า Starter/Add-on เป็นรูปแบบการจัดชุดสำหรับการติดตั้ง ไม่ได้หมายความว่าทุกยี่ห้อจะใช้ Component เหมือนกันทุกชิ้น
ชั้นวางพาเลท 1 Bay คืออะไร?
1 Bay คือหนึ่งช่วงจัดเก็บของระบบชั้นวางพาเลทที่อยู่ระหว่าง Upright Frame สองด้าน
ลองจินตนาการจากด้านหน้าของ Rack
Upright Frame Upright Frame
│ │
│====== Beam ========│
│ │
│====== Beam ========│
│ │
พื้นที่ตรงกลางระหว่าง Frame ซ้ายและขวาคือ 1 Bay
ระบบ Selective Pallet Rack โดยทั่วไปประกอบด้วย Upright Frame และ Load Beam โดย Frame เองประกอบจาก Uprights เชื่อมเข้าด้วยกันด้วย Bracing เพื่อสร้างโครงสร้างด้านข้างของ Rack.
1 Bay ไม่ได้แปลว่า 1 พาเลท
เรื่องนี้สับสนกันบ่อยมาก
คำว่า Bay หมายถึง “ช่วงของ Rack” ไม่ใช่จำนวน Pallet Position
หนึ่ง Bay สามารถออกแบบให้วางได้
-
1 พาเลทต่อระดับ
-
2 พาเลทต่อระดับ
-
3 พาเลทต่อระดับ
-
หรือจำนวนอื่นตามขนาดพาเลทและการออกแบบ
ระบบ Pallet Rack ทั่วไปสามารถออกแบบให้เก็บพาเลทหลายตำแหน่งภายใน Bay เดียวได้ โดยขนาด Load และ Pallet เป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดความยาว Beam และ Layout
ตัวอย่าง 1 Bay วางพาเลทได้กี่ตัว?
สมมติว่าออกแบบให้
1 Bay = 2 Pallets / Level
และมี
3 Beam Levels
ความจุเหนือพื้นจะเป็น
2 × 3 = 6 Pallet Positions
ถ้ามี 5 Bays
5 × 2 × 3 = 30 Pallet Positions
หากมีการเก็บพาเลทที่ระดับพื้นด้วย ต้องพิจารณาเพิ่มตาม Layout จริงอีกครั้ง เพราะ Floor Position และ Beam Level ไม่ควรนับปะปนกันโดยไม่ระบุให้ชัด
Starter Bay คืออะไร?
Starter Bay หรือ Starter Unit คือ Bay เริ่มต้นของหนึ่งแถว Rack
เพราะยังไม่มี Bay ก่อนหน้าให้ใช้ Frame ร่วม Starter Bay จึงต้องมี Upright Frame ที่ปลายทั้งสองด้าน
โครงสร้างพื้นฐานจึงมักมองเป็น
Frame + Beam + Frame
ตัวอย่าง
STARTER BAY
Frame A Frame B
│ │
│========== Beam ========│
│ │
│========== Beam ========│
│ │
← 1 Bay →
ดังนั้น Starter Bay จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง Rack Run หรือแถวชั้นวาง
Starter Bay มีอะไรบ้าง?
รายการจริงแตกต่างกันตามผู้ผลิต แต่โดยหลักอาจประกอบด้วย
-
Upright Frame ฝั่งซ้าย
-
Upright Frame ฝั่งขวา
-
Load Beam ตามจำนวนระดับ
-
Beam Safety Lock / Safety Pin
-
Base Plate
-
Anchor Bolt
-
อุปกรณ์ประกอบที่ระบบกำหนด
และอาจมีอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น
-
Pallet Support
-
Wire Mesh Deck
-
Row Spacer
-
Upright Protector
-
End Guard
-
Back Stop
-
Mesh Backing
สิ่งสำคัญคือ อย่าใช้รายการนี้แทน BOM ของผู้ผลิต เพราะจำนวนและรายละเอียด Component ต้องเป็นไปตาม Rack System ที่เลือก
Add-on Bay คืออะไร?
Add-on Bay คือ Bay ที่ต่อเพิ่มจาก Starter Bay หรือ Bay ที่ติดตั้งอยู่แล้ว
ข้อดีของระบบนี้คือไม่จำเป็นต้องเพิ่ม Upright Frame ใหม่สองชุดทุกครั้ง เพราะสามารถใช้ Frame ที่อยู่ด้านปลายของ Bay เดิมร่วมกันได้
ตัวอย่าง
Starter Bay Add-on Bay
Frame A Frame B Frame C
│ │ │
│=============│=============│
│ │ │
│=============│=============│
│ │ │
Bay 1 Bay 2
สังเกตว่า Frame B ถูกใช้ร่วมกัน
ดังนั้น
1 Starter + 1 Add-on
มีทั้งหมด
2 Bays แต่ใช้ 3 Upright Frames
แนวคิดนี้ตรงกับชุด Pallet Rack แบบ Starter/Add-on ที่ Starter ต้องใช้สอง Frames และ Add-on เพิ่มอีกหนึ่ง Frame
ตารางเปรียบเทียบ Starter Bay กับ Add-on Bay
| หัวข้อ | Starter Bay | Add-on Bay |
|---|---|---|
| หน้าที่ | เริ่มต้นแถว Rack | ต่อขยายแถว Rack |
| Upright Frame ใหม่โดยทั่วไป | 2 ชุด | 1 ชุด |
| ใช้ Frame ร่วมกับ Bay ก่อนหน้า | ไม่ | ใช่ |
| สามารถเป็น Bay แรก | ใช่ | โดยหลักต้องต่อจาก Bay เดิม |
| มี Beam | มี | มี |
| จำนวนระดับ Beam | ตามแบบ | ตามแบบ |
| เหมาะกับ | จุดเริ่ม Rack Run | เพิ่มความยาว Rack Run |
| Load Capacity | ตามการออกแบบ | ตามการออกแบบ |
| ขนาด | กำหนดตามระบบ | ต้อง Compatible กับระบบเดิม |
ข้อควรจำ: Add-on Bay ไม่ได้หมายถึง Rack ที่แข็งแรงน้อยกว่า Starter Bay ความสามารถในการรับน้ำหนักต้องอ้างอิงการออกแบบของทั้งระบบ ไม่ใช่ดูว่าเป็น Starter หรือ Add-on
ถ้ามีหลาย Bay ต้องใช้ Starter กี่ชุด?
ถ้าเป็น Rack ที่ต่อเป็นแถวเดียวอย่างต่อเนื่อง
ปกติจะเริ่มจาก
1 Starter Bay
แล้วต่อด้วย
Add-on Bay ตามจำนวนที่ต้องการ
ตัวอย่าง
| ต้องการจำนวน Bay | Starter Bay | Add-on Bay | Upright Frames โดยแนวคิดทั่วไป |
|---|---|---|---|
| 1 Bay | 1 | 0 | 2 |
| 2 Bays | 1 | 1 | 3 |
| 3 Bays | 1 | 2 | 4 |
| 5 Bays | 1 | 4 | 6 |
| 10 Bays | 1 | 9 | 11 |
| 20 Bays | 1 | 19 | 21 |
สูตรจำง่ายคือ
จำนวน Add-on = จำนวน Bay ทั้งหมด − 1
และสำหรับแถวต่อเนื่องตรงหนึ่งแถว
จำนวน Upright Frames = จำนวน Bay + 1
อย่างไรก็ตาม สูตรนี้เป็นเพียงการอธิบาย Layout พื้นฐาน หากแบ่ง Rack เป็นหลาย Run มีทางเดิน ช่องประตู Column อาคาร หรือข้อจำกัดอื่น ต้องเริ่ม Starter ใหม่ตามตำแหน่งจริง
ตัวอย่าง: ต้องการชั้นวาง 10 Bay
สมมติคลังต้องการ Rack เรียงติดกัน 10 Bay
การจัดชุดโดยหลักคือ
1 Starter Bay + 9 Add-on Bays
ทำให้ได้
-
10 Bays
-
11 Upright Frames
-
Beam ตามจำนวน Levels ของทั้ง 10 Bays
ถ้าแต่ละ Bay วางได้ 2 พาเลทต่อระดับ และมี 4 Beam Levels
ความจุเหนือพื้นคือ
10 × 2 × 4 = 80 Pallet Positions
ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่การยืนยัน Capacity ทางโครงสร้าง เพราะต้องนำขนาดและน้ำหนัก Load มาใช้ในการออกแบบ Beam และ Frame ด้วย
ถ้ามี Rack 2 แถว ต้องใช้ Starter Bay กี่ชุด?
สมมติต้องการ
แถว A = 5 Bays
และ
แถว B = 5 Bays
แม้รวมทั้งหมดเป็น 10 Bays แต่ไม่ได้ต่อกันเป็น Rack Run เดียว
จึงจัดเป็น
แถว A:
1 Starter + 4 Add-on
แถว B:
1 Starter + 4 Add-on
รวม
2 Starter + 8 Add-on = 10 Bays
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการขอราคา Pallet Rack ด้วยประโยคว่า
“ต้องการ 10 Bay”
ยังไม่เพียงพอ
ผู้ขายควรรู้ด้วยว่า 10 Bay นั้นจะวาง เป็นกี่แถวและแต่ละแถวมีกี่ Bay
Bay กับ Rack Run ต่างกันอย่างไร?
คำสองคำนี้เกี่ยวข้องกันแต่ไม่ได้หมายถึงอย่างเดียวกัน
Bay
หนึ่งช่วงระหว่าง Upright Frames
Rack Run
Rack หลาย Bay ที่เชื่อมต่อเรียงกันเป็นหนึ่งแถว
ตัวอย่าง
| Bay 1 | Bay 2 | Bay 3 | Bay 4 | Bay 5 |
<------------- 1 Rack Run -------------->
ดังนั้น
1 Rack Run สามารถมีหลาย Bays

Upright กับ Upright Frame ต่างกันอย่างไร?
อีกคำที่มักทำให้สับสนคือ Upright
Upright คือเสาตั้งแนวตั้งแต่ละต้น
ส่วน Upright Frame คือโครงด้านข้างที่ประกอบจาก Uprights เชื่อมกันด้วย Horizontal/Diagonal Bracing
ผู้ผลิต Pallet Racking อย่าง stow อธิบาย Frame ว่าประกอบด้วย Uprights สองด้านและ Diagonal Components.
ดังนั้นเวลาบอกว่า
Starter Bay ใช้ 2 Frames
ไม่ได้หมายถึงใช้ Upright เพียง 2 ต้น แต่หมายถึง โครง Frame ด้านข้าง 2 ชุด
Starter Bay แพงกว่า Add-on Bay หรือไม่?
โดยทั่วไป Starter Bay มักมี Component มากกว่า Add-on Bay เพราะต้องมี Upright Frame สองชุด ขณะที่ Add-on ใช้ Frame ร่วมกับ Bay ก่อนหน้า
แต่ไม่ควรสรุปว่าราคา Add-on ต้องถูกกว่าด้วยสัดส่วนเดียวกันทุกโครงการ
ราคา Rack ยังขึ้นอยู่กับ
-
ความสูง
-
ความลึก
-
ความยาว Beam
-
Frame Capacity
-
Bay Load
-
จำนวน Beam Levels
-
น้ำหนักพาเลท
-
อุปกรณ์ Safety
-
งานติดตั้ง
-
Anchor
-
Rack Protector
-
Layout
ดังนั้นควรเปรียบเทียบจาก Specification เดียวกัน ไม่ใช่ดูราคาต่อ Bay อย่างเดียว
Add-on Bay สามารถตั้งเดี่ยวได้ไหม?
ในแนวคิด Starter/Add-on ทั่วไป Add-on ถูกจัดชุดมาเพื่อใช้ต่อกับ Bay ที่มีอยู่ เนื่องจากใช้ Frame ร่วมกับโครงสร้างก่อนหน้า
ถ้าจะนำ Add-on Unit ไปตั้งเป็น Rack แยกเดี่ยว ก็จะขาด Frame อีกด้านหนึ่ง
จึงต้องเพิ่ม Component ให้กลายเป็นชุดที่มีโครงสร้างครบตามแบบที่ผู้ผลิตกำหนด
Starter Bay กับ Add-on Bay รับน้ำหนักต่างกันไหม?
ไม่ควรใช้คำว่า Starter หรือ Add-on เป็นตัวตัดสิน Load Capacity
ความสามารถในการรับน้ำหนักเกี่ยวข้องกับหลายส่วน เช่น
-
Upright Profile
-
Beam Section
-
Beam Length
-
Beam Level
-
ระยะ Vertical Spacing
-
Bracing
-
Connection
-
Anchor
-
Bay Configuration
-
น้ำหนักแต่ละ Pallet
ระบบ Pallet Rack ถูกออกแบบเป็นโครงสร้างร่วมกัน และผู้ผลิตสามารถปรับ Configurations หรือเพิ่ม Bays และ Beam Levels ตามความต้องการของระบบ
ดังนั้นก่อนสั่งซื้อควรระบุ น้ำหนักต่อพาเลท และ จำนวนพาเลทต่อระดับ ให้ชัด
อย่าสับสน Bay Load กับ Beam Load
Beam Load
น้ำหนักที่ Beam Level หนึ่งระดับต้องรองรับ
ตัวอย่าง
2 Pallets × 1,000 kg
Beam Level ต้องรองรับ Load ตามการออกแบบสำหรับระดับนั้น
Bay Load
น้ำหนักรวมที่ระบบหนึ่ง Bay ต้องรองรับตาม Configuration ที่ออกแบบ
จำนวน Beam Levels และระยะห่างแนวตั้งมีผลต่อการเลือก Frame ดังนั้นการเพิ่มชั้นหรือย้าย Beam ภายหลังไม่ควรทำโดยสรุปเองว่า Capacity เดิมยังใช้ได้
จะรู้ได้อย่างไรว่าคลังของเราต้องใช้กี่ Bay?
อย่าเริ่มจากคำถามว่า
พื้นที่ยาว 20 เมตร ใส่ได้กี่ Bay?
เพียงอย่างเดียว
ควรเริ่มจาก Pallet และสินค้า
ข้อมูลที่ควรเตรียมคือ
-
ขนาดพาเลท กว้าง × ลึก × สูง
-
ขนาดสินค้ารวมพาเลท
-
น้ำหนักสูงสุดต่อพาเลท
-
จำนวน Pallet Positions ที่ต้องการ
-
ความสูง Clear Height ของอาคาร
-
ขนาดและประเภท Forklift
-
จำนวน Beam Levels
-
จำนวนพาเลทต่อ Bay
-
Column และสิ่งกีดขวาง
-
ความกว้าง Aisle
จากนั้นจึงออกแบบจำนวน Bay และ Rack Run
HowTo: วิธีคำนวณ Starter Bay และ Add-on Bay เบื้องต้น
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดจำนวน Pallet Positions
สำรวจจำนวนพาเลทที่ต้องการจัดเก็บจริง เช่น ต้องการ 120 Pallet Positions
ขั้นตอนที่ 2 กำหนด Pallet ต่อ Bay
สมมติออกแบบ
2 Pallets / Bay / Level
ขั้นตอนที่ 3 กำหนดจำนวน Beam Levels
สมมติใช้
3 Levels
หนึ่ง Bay จะเก็บเหนือพื้นได้
2 × 3 = 6 Pallets
ขั้นตอนที่ 4 คำนวณจำนวน Bay
ต้องการ 120 Positions
120 ÷ 6
= 20 Bays
ขั้นตอนที่ 5 แบ่งจำนวน Bay เป็น Rack Run
สมมติ Layout แบ่งออกเป็น
4 Rack Runs × 5 Bays
ขั้นตอนที่ 6 คำนวณ Starter Bay
แต่ละ Run ต้องเริ่มต้นใหม่
ดังนั้นใช้
4 Starter Bays
ขั้นตอนที่ 7 คำนวณ Add-on Bay
แต่ละ Run มี 5 Bays
1 เป็น Starter
อีก 4 เป็น Add-on
4 Runs × 4 Add-on
= 16 Add-on Bays
ดังนั้นทั้งหมดคือ
4 Starter + 16 Add-on = 20 Bays
ขั้นตอนที่ 8 ให้ผู้เชี่ยวชาญออกแบบ Capacity
ผลข้างต้นเป็นเพียงการคำนวณจำนวนช่องจัดเก็บ หลังจากนั้นต้องตรวจน้ำหนัก Pallet, Frame Capacity, Beam Capacity, ความสูง, Beam Spacing, Anchor และ Layout ก่อนผลิตและติดตั้งจริง
Checklist ก่อนขอราคาชั้นวางพาเลท
ก่อนส่งคำถามว่า “Rack 10 Bay ราคาเท่าไร?” ควรเตรียมข้อมูลเหล่านี้
-
ขนาด Pallet
-
น้ำหนักสูงสุดต่อ Pallet
-
ความสูงสินค้ารวม Pallet
-
จำนวน Pallet Positions
-
จำนวน Pallets ต่อ Bay
-
จำนวน Beam Levels
-
ความสูง Rack
-
ความลึก Rack
-
จำนวน Rack Runs
-
ความยาวพื้นที่
-
Clear Height
-
Column อาคาร
-
ประเภท Forklift
-
ความกว้าง Aisle
-
Layout ถ้ามี
ข้อมูลครบตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาการตีความคำว่า “Bay” ไม่ตรงกัน
สรุป ชั้นวางพาเลท 1 Bay, Starter Bay และ Add-on Bay คืออะไร?
จำแบบง่ายที่สุดได้ว่า
1 Bay = 1 ช่วงระหว่าง Upright Frames
Starter Bay = Bay แรก มี Frame สำหรับเริ่มต้นครบทั้งสองด้าน
Add-on Bay = Bay ที่ต่อเพิ่มและใช้ Frame ร่วมกับ Bay ก่อนหน้า
ตัวอย่าง
1 Starter + 4 Add-on = 5 Bays
และในแถวต่อเนื่องพื้นฐานจะมี
6 Upright Frames
ระบบ Pallet Racking เป็น Modular Structure ที่สามารถเพิ่ม Bays หรือ Beam Levels ได้ แต่การกำหนด Capacity และ Configuration ควรออกแบบตามสินค้า พาเลท Layout และ Load จริง ไม่ควรตัดสินจากจำนวน Bay เพียงอย่างเดียว
หากกำลังวางแผนคลังสินค้า สิ่งที่ควรถามจึงไม่ใช่แค่
“ต้องซื้อกี่ Bay?”
แต่ควรถามว่า
“ต้องการกี่ Pallet Positions และควรแบ่งเป็นกี่ Rack Runs จึงจะเหมาะกับพื้นที่และการทำงานของ Forklift?”
เมื่อได้สองคำตอบนี้ การคำนวณ Starter Bay และ Add-on Bay จะชัดเจนขึ้นมาก
FAQ ชั้นวางพาเลท 1 Bay
ชั้นวางพาเลท 1 Bay คืออะไร?
1 Bay คือหนึ่งช่วงจัดเก็บของ Pallet Rack ที่อยู่ระหว่าง Upright Frame สองด้าน และมี Beam เชื่อมเพื่อรองรับพาเลทหรืออุปกรณ์จัดเก็บตามการออกแบบ.
1 Bay วางได้กี่พาเลท?
ไม่มีจำนวนตายตัว ขึ้นอยู่กับความยาว Beam ขนาดพาเลท จำนวนพาเลทต่อระดับ และจำนวน Beam Levels เช่น 2 พาเลทต่อระดับ × 3 Levels เท่ากับ 6 Positions เหนือพื้น
Starter Bay คืออะไร?
Starter Bay คือ Bay แรกของ Rack Run โดยทั่วไปมี Upright Frame สองชุดและ Beam ตามจำนวนระดับที่ออกแบบ
Add-on Bay คืออะไร?
Add-on Bay คือ Bay ที่ใช้ต่อจาก Starter หรือ Bay ก่อนหน้า โดยทั่วไปเพิ่ม Upright Frame อีกหนึ่งชุดและใช้ Frame อีกด้านร่วมกับ Bay เดิม.
Starter Bay กับ Add-on Bay ต่างกันตรงไหน?
ความแตกต่างหลักอยู่ที่จำนวน Frame ที่ต้องเพิ่ม Starter ต้องสร้างโครงเริ่มต้นทั้งสองด้าน ขณะที่ Add-on สามารถใช้ Frame ของ Bay ก่อนหน้าร่วมกันได้
5 Bay ต้องใช้ Starter และ Add-on เท่าไร?
หากเป็น Rack Run เดียวต่อเนื่อง จะใช้ 1 Starter Bay + 4 Add-on Bays รวมเป็น 5 Bays
10 Bay ต้องใช้เสากี่ชุด?
ถ้าหมายถึง Upright Frame และเป็น Rack Run เดียวต่อเนื่อง 10 Bays จะใช้ Frame โดยแนวคิดพื้นฐาน 11 ชุด แต่หากแบ่งเป็นหลาย Rack Runs จำนวน Frame จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนจุดเริ่มต้น
Add-on Bay ตั้งเดี่ยวได้ไหม?
ชุด Add-on โดยหลักถูกออกแบบให้ต่อจาก Bay เดิมและแชร์ Upright Frame จึงไม่ควรนำมาตั้งเดี่ยวโดยขาด Component อีกด้าน ต้องประกอบให้ครบตามระบบและข้อกำหนดของผู้ผลิต.
Starter Bay รับน้ำหนักมากกว่า Add-on Bay หรือไม่?
ไม่จำเป็น ความสามารถในการรับน้ำหนักขึ้นอยู่กับ Frame, Beam, Connection, Configuration, Beam Spacing และ Load ที่ออกแบบ ไม่ได้ตัดสินจากชื่อ Starter หรือ Add-on
Bay กับ Pallet Position เหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกัน Bay คือหนึ่งช่วงของ Rack ส่วน Pallet Position คือหนึ่งตำแหน่งสำหรับจัดเก็บพาเลท ดังนั้น 1 Bay สามารถมีหลาย Pallet Positions ได้
#ชั้นวางพาเลท #PalletRack #SelectiveRack #StarterBay #AddonBay #RackBay #ชั้นวางคลังสินค้า #ชั้นวางสินค้า #คลังสินค้า #WarehouseRack #Warehouse #PalletRacking #ระบบจัดเก็บสินค้า
💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE
👉 https://page.line.me/002dihds
💬 Facebook Fanpage
👉 https://www.facebook.com/hachiko.safety/
🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ
👉 https://hachikosafety.com/pages/ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ
🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/installation-rack
📦 ดูสินค้า: ชั้นเหล็กวางของ / ชั้นวางพาเลท / ชั้นวางของเหล็ก / ชั้นวางอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/ชั้นวางของอุตสาหกรรม-ชั้นวางของเหล็ก
🛒 ดูสินค้าชั้นวางทั้งหมด
👉 https://hachikosafety.com/collections/ชั้นวางสินค้า

