เปรียบเทียบระบบชั้นวางโกดัง Selective, Double Deep, Drive-In และ Shutt

เปรียบเทียบระบบชั้นวางโกดัง Selective, Double Deep, Drive-In และ Shuttle
14 กันยายน 2026

เปรียบเทียบระบบชั้นวางยอดนิยมสำหรับโกดังสินค้า เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานจริง?

การเลือกระบบชั้นวางสำหรับโกดังสินค้าไม่ควรดูเพียงว่า “เก็บได้กี่พาเลท” หรือ “ราคาเท่าไร” เพราะชั้นวางแต่ละประเภทออกแบบมาเพื่อรูปแบบการจัดเก็บที่แตกต่างกัน ทั้งจำนวน SKU ความถี่ในการเบิกสินค้า ขนาดพาเลท ลักษณะรถยก และพื้นที่อาคาร

โกดังที่มีสินค้าหลาย SKU และต้องเข้าถึงทุกพาเลท อาจเหมาะกับ Selective Rack ขณะที่โกดังที่ต้องการเพิ่มความหนาแน่นในการจัดเก็บอาจพิจารณา Double Deep, Drive-In หรือ Pallet Shuttle มากกว่า

ดังนั้นก่อนเลือกระบบชั้นวาง ควรพิจารณาทั้ง Storage Capacity, Accessibility, Picking Frequency, FIFO/LIFO, Forklift และการเติบโตในอนาคต ควบคู่กัน


ระบบชั้นวางโกดังแบบไหนเหมาะที่สุด?

คำตอบสั้น ๆ: ไม่มีระบบชั้นวางแบบเดียวที่เหมาะกับทุกโกดัง

หากต้องการเข้าถึงสินค้าทุกพาเลทได้ง่าย Selective Rack มักเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นที่สุด

หากต้องการเพิ่มจำนวนพาเลทต่อพื้นที่ อาจเลือก Double Deep Rack, Drive-In Rack หรือ Pallet Shuttle

ส่วนโกดังที่ต้องควบคุมลำดับสินค้าแบบ FIFO อย่างชัดเจน สามารถพิจารณา Pallet Flow Rack

การเลือกที่เหมาะสมจึงควรวิเคราะห์จากจำนวน SKU, จำนวนพาเลทต่อ SKU, Inventory Turnover, ความถี่ในการเบิกสินค้า, ประเภท Forklift และพื้นที่จริงของอาคาร


ระบบชั้นวางสินค้าในโกดังมีอะไรบ้าง?

ระบบที่นิยมใช้ในโรงงานและโกดังสินค้า ได้แก่

แต่ละระบบมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันอย่างชัดเจน

Selective rack

ตารางเปรียบเทียบระบบชั้นวางยอดนิยม

ระบบชั้นวาง ความหนาแน่นการจัดเก็บ การเข้าถึงสินค้า เหมาะกับจำนวน SKU FIFO/LIFO เหมาะกับ
Selective Rack ปานกลาง ดีมาก มาก รองรับได้ โกดังทั่วไป
Double Deep สูง ปานกลาง ปานกลาง มักเป็น LIFO เพิ่มความจุ
Drive-In สูงมาก จำกัด น้อย LIFO สินค้าชนิดเดียวจำนวนมาก
Pallet Shuttle สูงมาก ดี น้อย-ปานกลาง FIFO/LIFO ตาม Layout High-density Storage
Pallet Flow สูง ดี ปานกลาง FIFO สินค้ามีวันหมดอายุ
Mobile Rack สูงมาก ดี มาก รองรับได้ พื้นที่จำกัด
Cantilever ขึ้นกับสินค้า ดี ขึ้นกับสินค้า ไม่เน้น ของยาว
Longspan ปานกลาง ดีมาก มาก ไม่จำกัด กล่อง/สินค้าหยิบมือ

1. Selective Pallet Rack

Selective Rack เป็นระบบชั้นวางพาเลทที่พบได้มากที่สุด เพราะสามารถเข้าถึงพาเลทแต่ละตำแหน่งได้โดยตรง

Forklift สามารถเข้าหยิบพาเลทได้โดยไม่ต้องย้ายพาเลทอื่นออกก่อน

จุดเด่น

  • เข้าถึงสินค้าแต่ละพาเลทได้ง่าย

  • รองรับสินค้าหลาย SKU

  • ปรับระดับ Beam ได้

  • จัด Layout ได้ยืดหยุ่น

  • ลงทุนเริ่มต้นไม่สูงเมื่อเทียบกับระบบความหนาแน่นสูง

ข้อจำกัด

ข้อจำกัดหลักคือจำเป็นต้องมีทางเดินสำหรับ Forklift หลายช่อง ทำให้พื้นที่ส่วนหนึ่งถูกใช้เป็น Aisle

เหมาะกับ

โกดังที่มีสินค้าแตกต่างกันหลาย SKU และต้องเบิกสินค้าแต่ละพาเลทบ่อย


2. Double Deep Rack

Double Deep มีลักษณะคล้าย Selective Rack แต่จัดเก็บพาเลทลึกเข้าไป 2 ตำแหน่ง

ช่วยลดจำนวน Aisle และเพิ่มจำนวนพาเลทที่สามารถจัดเก็บได้

จุดเด่น

  • เพิ่ม Storage Density

  • ลดพื้นที่ทางเดิน

  • ใช้โครงสร้างใกล้เคียง Selective Rack

  • เหมาะกับโกดังที่ต้องการเพิ่ม Capacity

ข้อจำกัด

พาเลทด้านหลังไม่สามารถเข้าถึงโดยตรงได้ จึงต้องนำพาเลทด้านหน้าออกก่อน

นอกจากนี้มักต้องใช้ Reach Truck ที่สามารถยื่นงาเข้าไปถึงตำแหน่งด้านหลังได้

เหมาะกับ

สินค้าแต่ละ SKU มีหลายพาเลท และไม่จำเป็นต้องเข้าถึงทุกพาเลทพร้อมกัน


3. Drive-In Rack

Drive-In Rack ถูกออกแบบให้รถ Forklift สามารถขับเข้าไปภายในช่อง Rack ได้

แต่ละ Lane สามารถจัดเก็บพาเลทหลายตำแหน่งต่อเนื่องกัน จึงใช้พื้นที่ได้หนาแน่นมาก

จุดเด่น

  • Storage Density สูง

  • ลดจำนวน Aisle

  • เหมาะกับสินค้าปริมาณมาก

  • ใช้พื้นที่อาคารได้คุ้มค่า

ข้อจำกัด

การเข้าถึงสินค้าจำกัดกว่าระบบ Selective

โดยทั่วไป Drive-In เหมาะกับระบบ LIFO — Last In, First Out

สินค้าที่ใส่เข้าไปล่าสุดจะถูกนำออกก่อน

เหมาะกับ

สินค้าชนิดเดียวหรือ SKU ไม่มาก แต่แต่ละ SKU มีจำนวนพาเลทสูง


4. Pallet Shuttle Rack

Pallet Shuttle เป็นระบบ High-Density Storage ที่ใช้ Shuttle Cart เคลื่อนพาเลทเข้าและออกจาก Channel

Forklift ไม่จำเป็นต้องขับเข้าไปใน Rack เหมือน Drive-In

จุดเด่น

  • Storage Density สูงมาก

  • ลดระยะทาง Forklift

  • ลดความเสี่ยงการชน Rack

  • รองรับ Channel ที่ลึก

  • สามารถออกแบบเป็น FIFO หรือ LIFO ได้

ข้อจำกัด

มีต้นทุนระบบและอุปกรณ์สูงกว่าชั้นวางของเหล็กแบบทั่วไป และต้องวางแผนจำนวน Shuttle ให้เหมาะกับ Throughput

เหมาะกับ

โกดังที่มีปริมาณพาเลทสูงต่อ SKU และต้องการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่ามากที่สุด


5. Pallet Flow Rack

Pallet Flow Rack ใช้ Roller หรือ Gravity Lane ให้พาเลทเคลื่อนจากด้านรับสินค้าไปยังด้านเบิกสินค้า

ระบบนี้เหมาะกับการจัดเก็บแบบ FIFO — First In, First Out

จุดเด่น

  • ควบคุม FIFO ได้ดี

  • ลดเวลาในการเคลื่อนย้าย

  • เหมาะกับสินค้าที่ต้องหมุนเวียนตามล็อต

  • รองรับพื้นที่จัดเก็บความหนาแน่นสูง

ข้อจำกัด

ระบบ Roller และ Brake ต้องออกแบบให้เหมาะกับน้ำหนักและชนิดพาเลท

เหมาะกับ

อาหาร เครื่องดื่ม วัตถุดิบ และสินค้าที่มี Lot หรือวันหมดอายุ


6. Mobile Rack

Mobile Rack คือระบบชั้นวางที่ติดตั้งบนฐานเคลื่อนที่

Rack สามารถเลื่อนเปิดเฉพาะ Aisle ที่ต้องการใช้งาน จึงไม่จำเป็นต้องมีช่องทางเดินระหว่างทุก Rack

จุดเด่น

  • ใช้พื้นที่ได้หนาแน่นมาก

  • เข้าถึงสินค้าได้เกือบทุกตำแหน่ง

  • เหมาะกับพื้นที่ราคาแพง

  • ลดจำนวนทางเดินได้มาก

ข้อจำกัด

ต้นทุนสูงกว่าระบบ Rack แบบคงที่ และมีระบบไฟฟ้า/ระบบควบคุมที่ต้องบำรุงรักษา

เหมาะกับ

Cold Storage ห้องเย็น คลังสินค้าพื้นที่จำกัด หรือสินค้ามูลค่าสูง


7. Cantilever Rack

Cantilever Rack แตกต่างจาก Pallet Rack เพราะไม่มีเสาหน้าขวางช่องจัดเก็บ

จึงเหมาะกับสินค้าที่มีความยาว

เช่น

  • ท่อ

  • เหล็ก

  • ไม้

  • อะลูมิเนียม

  • แผ่นวัสดุ

  • เฟอร์นิเจอร์บางประเภท

สามารถออกแบบได้ทั้งแบบ Single Side และ Double Side


8. Longspan Shelving

Longspan เหมาะกับสินค้าที่ไม่ได้จัดเก็บเป็นพาเลท หรือเป็นสินค้าที่พนักงานหยิบด้วยมือ

เช่น

  • กล่องสินค้า

  • อะไหล่

  • เครื่องมือ

  • สินค้าขนาดกลาง

  • Spare Parts

ข้อดีคือสามารถปรับระดับชั้นได้ง่ายและจัดแบ่งพื้นที่ตาม SKU ได้สะดวก


Selective vs Double Deep vs Drive-In vs Shuttle ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ Selective Double Deep Drive-In Shuttle
Direct Access สูงมาก ปานกลาง ต่ำ ปานกลาง-สูง
Storage Density ปานกลาง สูง สูงมาก สูงมาก
SKU Variety สูง ปานกลาง ต่ำ ต่ำ-ปานกลาง
Forklift Requirement ทั่วไป Reach Truck Forklift เข้า Lane Forklift + Shuttle
ความเร็วในการจัดเก็บ ดี ดี ปานกลาง สูง
Automation Potential ปานกลาง ปานกลาง ต่ำ-ปานกลาง สูง
เงินลงทุน ต่ำ-ปานกลาง ปานกลาง ปานกลาง สูง

เลือกระบบชั้นวางจากจำนวน SKU

จำนวน SKU เป็นหนึ่งในตัวแปรที่ควรวิเคราะห์ก่อนเลือกระบบ

SKU จำนวนมาก แต่จำนวนพาเลทต่อ SKU น้อย

Selective Rack มักเหมาะกว่า เพราะสามารถเข้าถึงสินค้าทุก SKU ได้โดยตรง

SKU ปานกลางและมีหลายพาเลทต่อ SKU

สามารถพิจารณา Double Deep หรือ Shuttle

SKU น้อย แต่จำนวนพาเลทต่อ SKU สูง

Drive-In หรือ Shuttle อาจช่วยเพิ่ม Storage Density ได้มากกว่า


เลือกจาก FIFO หรือ LIFO

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือรูปแบบการหมุนเวียนสินค้า

FIFO

First In, First Out

สินค้าที่เข้าโกดังก่อนควรถูกนำออกก่อน

เหมาะกับ

  • อาหาร

  • เครื่องดื่ม

  • สินค้ามีวันหมดอายุ

  • วัตถุดิบควบคุม Lot

ระบบที่เหมาะ เช่น Pallet Flow หรือ Shuttle แบบ FIFO

LIFO

Last In, First Out

สินค้าที่เข้าใหม่จะถูกนำออกก่อน

เหมาะกับสินค้าที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่อง Lot หรือวันหมดอายุ

ระบบที่พบได้ เช่น Drive-In หรือ Double Deep


อย่าเลือก Rack จากจำนวนพาเลทอย่างเดียว

การบอกว่าโกดังต้องจัดเก็บ 1,000 หรือ 2,000 พาเลทยังไม่เพียงพอสำหรับการเลือกระบบ Rack

ควรมีข้อมูลอย่างน้อย เช่น

ข้อมูล เหตุผลที่ต้องรู้
จำนวน SKU เลือก Storage Strategy
Pallet/ต่อ SKU กำหนด Depth ของ Rack
ขนาดพาเลท ออกแบบ Beam/Channel
น้ำหนักพาเลท คำนวณ Load
ความสูงสินค้า กำหนด Clear Height
จำนวน Inbound วิเคราะห์ Throughput
จำนวน Outbound เลือก Picking Strategy
Forklift กำหนด Aisle Width
FIFO/LIFO เลือกระบบ Rack
Peak Stock คำนวณ Capacity สูงสุด

HowTo: วิธีเลือกระบบชั้นวางสำหรับโกดังสินค้า

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบประเภทสินค้า

เริ่มจากดูว่าสินค้าจัดเก็บเป็นพาเลท กล่อง ของยาว หรือสินค้าหยิบมือ

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจจำนวน SKU

ดูว่ามีสินค้ากี่รายการ และแต่ละ SKU มีจำนวนพาเลทเท่าใด

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบ Inventory Movement

วิเคราะห์สินค้า Fast Moving, Medium Moving และ Slow Moving

ขั้นตอนที่ 4 กำหนด FIFO หรือ LIFO

ตรวจสอบว่าธุรกิจต้องควบคุม Lot หรือวันหมดอายุหรือไม่

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบขนาดพาเลทและน้ำหนัก

บันทึก Width, Depth, Height และน้ำหนักสูงสุดของพาเลท

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจสอบ Forklift

วิเคราะห์ Turning Radius, Lift Height และ Aisle Requirement ของรถที่ใช้งานจริง

ขั้นตอนที่ 7 คำนวณ Storage Capacity

เปรียบเทียบจำนวนพาเลทที่แต่ละระบบรองรับได้ในพื้นที่เดียวกัน

ขั้นตอนที่ 8 เปรียบเทียบการลงทุนกับการใช้งานจริง

ไม่ควรมองเฉพาะราคาของ Rack แต่ควรพิจารณา Throughput, Forklift, Labor, Maintenance และพื้นที่อาคารร่วมกัน


ระบบชั้นวางที่ดีควรออกแบบเผื่ออนาคตหรือไม่?

ควรออกแบบโดยดูแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจด้วย

ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันมีสินค้า 800 พาเลท แต่คาดว่าในอีก 2-3 ปีอาจเพิ่มเป็น 1,200 พาเลท

หากออกแบบ Rack รองรับเฉพาะปริมาณปัจจุบัน อาจต้องรื้อหรือปรับ Layout ใหม่ในอนาคต

จึงควรประเมินทั้ง

Current Stock + Peak Stock + Forecast Growth

ก่อนตัดสินใจเลือกระบบ


สรุป

การเลือกระบบชั้นวางของเหล็กสำหรับโกดังสินค้าไม่มีคำตอบว่าระบบใด “ดีที่สุด” แต่ควรเลือกจากลักษณะการใช้งานจริง

หากต้องการความยืดหยุ่นและเข้าถึงสินค้าได้ทุกพาเลท Selective Rack เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับโกดังจำนวนมาก

หากต้องการเพิ่ม Storage Capacity โดยยังไม่เปลี่ยนระบบมากนัก สามารถพิจารณา Double Deep

ถ้ามีสินค้าจำนวนมากต่อ SKU และต้องการความหนาแน่นสูง Drive-In หรือ Pallet Shuttle จะน่าสนใจมากขึ้น

ส่วนสินค้าที่ต้องควบคุม FIFO อย่างจริงจัง Pallet Flow Rack อาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า

ก่อนออกแบบจึงควรนำข้อมูล SKU, จำนวนพาเลท, Pallet Size, Load, Inventory Movement, Forklift, FIFO/LIFO และ Layout อาคาร มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อให้ระบบชั้นวางรองรับทั้งการใช้งานปัจจุบันและการเติบโตในอนาคต

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ระบบชั้นวางแบบไหนนิยมใช้ในโกดังมากที่สุด?

Selective Pallet Rack เป็นระบบที่พบได้บ่อย เนื่องจากเข้าถึงแต่ละพาเลทได้โดยตรง รองรับหลาย SKU และสามารถปรับ Layout ได้ยืดหยุ่น

Selective Rack กับ Double Deep ต่างกันอย่างไร?

Selective Rack สามารถเข้าถึงพาเลททุกตำแหน่งโดยตรง ส่วน Double Deep จัดเก็บพาเลทลึกสองตำแหน่ง ทำให้เพิ่มความจุได้มากขึ้น แต่พาเลทด้านหลังไม่สามารถเข้าถึงโดยตรง

Drive-In Rack เหมาะกับสินค้าแบบไหน?

เหมาะกับสินค้าที่มี SKU ไม่มาก แต่มีจำนวนพาเลทต่อ SKU สูง และไม่จำเป็นต้องเข้าถึงทุกพาเลทพร้อมกัน

Pallet Shuttle เหมาะกับโกดังแบบไหน?

เหมาะกับโกดังที่ต้องการ High-Density Storage มีสินค้าหลายพาเลทต่อ SKU และต้องการลดการขับ Forklift เข้าไปในช่อง Rack

ถ้าต้องการ FIFO ควรใช้ Rack แบบไหน?

Pallet Flow Rack เป็นระบบที่เหมาะกับ FIFO อย่างชัดเจน ส่วน Pallet Shuttle สามารถออกแบบ Layout ให้รองรับ FIFO ได้เช่นกัน

โกดังที่มีหลาย SKU ควรใช้ Rack แบบใด?

โดยทั่วไป Selective Rack เหมาะกับโกดังที่มีหลาย SKU เพราะสามารถเข้าถึงสินค้าแต่ละตำแหน่งได้ง่าย แต่ควรวิเคราะห์จำนวนพาเลทต่อ SKU และความถี่ในการเบิกร่วมด้วย

ก่อนออกแบบ Rack ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

ควรเตรียมจำนวน SKU, จำนวนพาเลท, ขนาดพาเลท, ความสูงสินค้า, น้ำหนักสินค้า, FIFO/LIFO, Inbound/Outbound, Forklift และ Layout อาคาร

#ระบบชั้นวางโกดัง #ชั้นวางสินค้า #ชั้นวางพาเลท #PalletRack #SelectiveRack #DoubleDeepRack #DriveInRack #PalletShuttle #PalletFlow #WarehouseStorage #WarehouseSolution #ระบบจัดเก็บสินค้า

💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE
👉 https://page.line.me/002dihds

💬 Facebook Fanpage
👉 https://www.facebook.com/hachiko.safety/

🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ
👉 https://hachikosafety.com/pages/ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ

🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/installation-rack

📦 ดูสินค้า: ชั้นเหล็กวางของ / ชั้นวางพาเลท / ชั้นวางของเหล็ก / ชั้นวางอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/ชั้นวางของอุตสาหกรรม-ชั้นวางของเหล็ก

🛒 ดูสินค้าชั้นวางทั้งหมด
👉 https://hachikosafety.com/collections/ชั้นวางสินค้า

แถบด้านข้าง
ชั้นวางของเหล็ก

เปรียบเทียบระบบชั้นวางโกดัง Selective, Double Deep, Drive-In และ Shuttle

อ่านต่อ
คลังอัตโนมัติ

คลังอัตโนมัติกับ Data Analytics ปรับปรุงการจัดเก็บสินค้าอย่างไร

อ่านต่อ
ชั้นวางพาเลทต่างยี่ห้อ

ชั้นวางพาเลทต่างยี่ห้อใช้ร่วมกันได้ไหม? เช็กสลักและขนาดก่อนเปลี่ยน

อ่านต่อ
ออกแบบชั้นวางรอบเสาอาคารยังไง

ออกแบบชั้นวางรอบเสาอาคารยังไง? ไม่ให้เสียพื้นที่คลังสินค้า

อ่านต่อ
คลังสินค้าอัตโนมัติ

คลังสินค้าอัตโนมัติ ลดการใช้รถโฟล์คลิฟท์ในบางพื้นที่ได้อย่างไร

อ่านต่อ
ธุรกิจยุคใหม่เลือกใช้ตะแกรงเหล็กพับได้ เพราะอะไรถึงคุ้มค่าในระยะยาว

ธุรกิจยุคใหม่เลือกใช้ตะแกรงเหล็กพับได้ เพราะอะไรถึงคุ้มค่าในระยะยาว

อ่านต่อ
ติดตั้งชั้นวางเหล็ก

บริการติดตั้งชั้นวางเหล็กสำหรับโรงงาน ร้านค้า และคลังสินค้า เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน?

อ่านต่อ
ชั้นวางอุตสาหกรรม

พุกยึดชั้นวางอุตสาหกรรมสำคัญอย่างไร? เลือกแบบไหนให้ชั้นแข็งแรง ปลอดภัย และรับน้ำหนักได้จริง

อ่านต่อ