การเลือกจำนวน Crane หรือ Shuttle ในระบบ ASRS (Automated Storage and Retrieval System) ควรยึด 3 ตัวแปรหลัก:
- Throughput (จำนวนหยิบ/เก็บต่อชั่วโมง)
- Cycle Time (เวลาทำงานต่อรอบ)
- Peak Load (ช่วงพีคจริงของงาน)
สูตรคิดง่าย:
จำนวนเครื่อง ≈ (Demand ต่อชั่วโมง) ÷ (ความสามารถต่อเครื่อง)
📌 ถ้าเลือกน้อยเกิน → งานค้าง / bottleneck
📌 ถ้าเลือกมากเกิน → ลงทุนเกินจำเป็น (ROI ต่ำ)
📦 Crane vs Shuttle ต่างกันยังไง (ภาพรวม)
| ระบบ | เหมาะกับงาน | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| Crane (Stacker Crane) | งาน pallet / high bay | ความแม่นยำสูง, วิ่งแนว aisle | จำกัด throughput ต่อ aisle |
| Shuttle | high density / deep lane | เพิ่ม throughput ได้ง่าย | ต้องคุม flow และ buffer ดี |

🧠 หลักคิดง่ายๆ (ไม่ต้องเป็นวิศวกรก็ใช้ได้)
1. เริ่มจาก Demand จริง (ไม่ใช่เฉลี่ย!)
- Picking / Putaway ต่อชั่วโมง = เท่าไหร่
- Peak hour (เช่น 10:00–12:00) = เท่าไหร่
👉 ใช้ “Peak × Safety Factor (1.2–1.5)” แทนค่าเฉลี่ย
2. คำนวณ Cycle Time (เวลาต่อรอบ)
ตัวอย่าง:
- วิ่งไป-กลับ: 60 วินาที
- หยิบ/วาง: 20 วินาที
- รอ/queue: 20 วินาที
➡️ Cycle Time = 100 วินาที ≈ 36 รอบ/ชั่วโมง
3. คำนวณ Capacity ต่อเครื่อง
➡️ 3600 / 100 = 36 pallet/hour/เครื่อง
4. หา “จำนวนเครื่องที่ควรมี”
ตัวอย่าง:
- Demand = 120 pallet/hour
- Capacity = 36
➡️ ต้องใช้ ≈ 3.3 → ปัดเป็น 4 เครื่อง
📊 ตารางตัวอย่าง (เอาไปใช้จริงได้)
| Demand (pallet/hr) | Cycle Time (sec) | Capacity/เครื่อง | จำนวนที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| 60 | 120 | 30 | 2 |
| 120 | 100 | 36 | 4 |
| 200 | 90 | 40 | 5 |
| 300 | 80 | 45 | 7 |
⚠️ จุดที่ทำให้ “คำนวณพลาด” บ่อยมาก
❌ 1. ใช้ค่าเฉลี่ยแทน Peak
- ผลลัพธ์: ระบบตันช่วงเร่งงาน
❌ 2. ลืม Buffer / Queue
- Conveyor หรือ station รับ-ส่งไม่ทัน
❌ 3. ไม่คิด Downtime
- Maintenance / breakdown
👉 แนะนำ:
- บวก +15–25% redundancy

🏗️ Crane vs Shuttle เลือกแบบไหนดี
| Scenario | ควรใช้ |
|---|---|
| SKU เยอะ / ต้องหยิบหลายตำแหน่ง | Crane |
| SKU น้อย / ลึกหลาย pallet | Shuttle |
| ต้อง throughput สูงมาก | Shuttle multi-level |
| เน้น precision + integration ERP | Crane |
🚀 สูตรลัดสำหรับตัดสินใจ (สายหน้างาน)
- < 100 pallet/hr → Crane 1–2 เครื่อง
- 100–300 pallet/hr → Crane หลาย aisle หรือ Shuttle
- > 300 pallet/hr → Shuttle system (scale ได้ง่ายกว่า)
📈 Tips เพิ่ม ROI (สายวางระบบจริง)
- แยก inbound / outbound lane
- ใช้ ABC classification
- ลด cycle time ด้วย:
- dual command
- zoning
- ใช้ simulation ก่อนติดตั้งจริง
❓ FAQ
1. ควรเลือก Crane กี่ตัวใน ASRS?
ขึ้นอยู่กับ throughput ต่อชั่วโมง โดยใช้สูตร Demand ÷ Capacity ต่อเครื่อง และควรบวก safety factor 15–25%
2. Shuttle ดีกว่า Crane จริงไหม?
ไม่เสมอ Shuttle เหมาะกับงาน throughput สูงและ storage ลึก ส่วน Crane เหมาะกับความแม่นยำและ SKU หลากหลาย
3. Cycle Time สำคัญแค่ไหน?
สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนด capacity ของทั้งระบบ หากคำนวณผิดจะทำให้ under spec หรือ over spec
4. ถ้า demand แกว่งควรทำยังไง?
ให้ใช้ Peak demand และเพิ่ม buffer รวมถึงออกแบบระบบให้ scale ได้
5. Over Spec ส่งผลเสียอะไร?
ลงทุนเกินจำเป็น ROI ต่ำ ใช้งานจริงไม่คุ้ม
6. Under Spec อันตรายไหม?
ทำให้ระบบตัน งานล่าช้า และต้องลงทุนเพิ่มภายหลัง (แพงกว่าเดิม)
7. ควรใช้ simulation ไหม?
แนะนำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโปรเจค > 10 ล้านบาท
8. ต้องเผื่อ downtime ไหม?
ควรเผื่อ 10–20% สำหรับ maintenance และ breakdown
-
💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE
👉 https://page.line.me/002dihds -
💬 Facebook Fanpage
👉 https://www.facebook.com/hachiko.safety/ -
🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบคลังอัตโนมัติ คลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS AS/RS
👉https://hachikosafety.com/pages/ระบบคลังอัตโนมัติ -
📦 ดูสินค้า ชั้นวางพาเลท ชั้นวางเหล็ก ชั้นวางของเหล็ก ชั้นวางอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/ชั้นวางของอุตสาหกรรม-ชั้นวางของเหล็ก

