Cobot ทำงานกับมนุษย์ให้ปลอดภัยได้ยังไง?
Cobot คืออะไร
Cobot หรือ Collaborative Robot คือหุ่นยนต์ที่ออกแบบให้ “ทำงานร่วมกับคน” ได้ในพื้นที่เดียวกัน แตกต่างจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบเดิมที่มักต้องกั้นรั้วและแยกโซนชัดเจน จุดเด่นของ Cobot คือความยืดหยุ่น ตั้งค่าเร็ว และเน้นมาตรการความปลอดภัยตั้งแต่ตัวเครื่องไปจนถึงวิธีติดตั้งจริง
ทำไม Cobot ถึงปลอดภัยกว่า “หุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วไป”
Cobot ถูกออกแบบให้รับรู้การสัมผัส/แรงต้าน และควบคุมพฤติกรรมเมื่ออยู่ใกล้คน เช่น ชะลอความเร็ว หยุด หรือถอยกลับ เพื่อให้ความเสี่ยงจากการชนลดลง โดยความปลอดภัยของ Cobot มักมาจาก “หลายชั้น” ไม่ใช่ฟีเจอร์เดียว
5 กลไกหลักที่ทำให้ Cobot ปลอดภัยเมื่อทำงานร่วมกับคน
1) จำกัดแรงและความเร็ว (Power & Force Limiting)
Cobot ตั้งค่าขีดจำกัดแรง/ความเร็วได้ เมื่อเกิดการสัมผัสจะควบคุมแรงให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ลดโอกาสบาดเจ็บจากแรงกระแทก
2) ตรวจจับการชนและหยุดทันที (Collision Detection / Protective Stop)
เมื่อแขนหุ่นยนต์เจอแรงต้านผิดปกติ ระบบจะสั่งหยุดแบบป้องกัน (Protective Stop) ทันที เพื่อหยุดความเสี่ยงก่อนเกิดอันตรายมากขึ้น
3) ควบคุมโหมดความปลอดภัยตามระยะห่าง (Speed & Separation Monitoring)
ร่วมกับเซนเซอร์หรือสแกนเนอร์ Cobot สามารถชะลอเมื่อคนเข้าใกล้ และหยุดเมื่อเข้าใกล้เกินกำหนด เหมาะกับงานที่คนต้องเข้าไปจัดชิ้นงานเป็นช่วง ๆ
4) จำกัดพื้นที่การทำงาน (Safety-rated Monitored Stop / Safe Zones)
กำหนด “พื้นที่ห้ามไป” หรือจำกัดมุมหมุน/ระยะเอื้อมของแขนหุ่นยนต์ ทำให้การเคลื่อนไหวไม่ล้ำเข้าโซนอันตรายหรือเสี่ยงชนอุปกรณ์อื่น
5) ปุ่มหยุดฉุกเฉินและระบบสัญญาณเตือน (E-Stop & Visual Alerts)
มีปุ่มหยุดฉุกเฉินและไฟ/เสียงเตือน เพื่อให้คนหน้างานรับรู้สถานะการทำงานและหยุดระบบได้ทันทีเมื่อผิดปกติ
“ปลอดภัย” ไม่ได้จบที่ตัวหุ่น: ต้องทำ Risk Assessment ก่อนติดตั้ง
แม้เป็น Cobot ก็ต้องประเมินความเสี่ยงตามงานจริง เช่น
-
ชิ้นงานหนักไหม? มีคมไหม?
-
ใช้ End-effector แบบไหน (คีม/ดูด/สกรู)?
-
ความเร็วที่ต้องการสูงแค่ไหน?
-
คนต้องอยู่ใกล้ตลอดหรือเข้าใกล้เป็นช่วง?
จุดเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจาก “อุปกรณ์ปลายแขน + ชิ้นงาน + ความเร็ว” มากกว่าตัวแขนหุ่นยนต์เอง
แนวทางติดตั้ง Cobot ให้ปลอดภัยและทำงานได้เร็วจริง (เช็กลิสต์)
-
ตั้งค่า Speed/Force limit ให้เหมาะกับงานและพื้นที่
-
ออกแบบตำแหน่งโต๊ะ/ฟิกซ์เจอร์ให้ชิ้นงาน “เข้าถึงง่าย” ลดการเอื้อมตัดหน้าแขนหุ่นยนต์
-
ใช้ สแกนเนอร์/ม่านแสง/รั้ว เมื่อมีความเสี่ยงสูง (ของหนัก/คม/ต้องวิ่งเร็ว)
-
ทำ SOP หน้างาน: จุดยืน, ขั้นตอนเข้าไปปรับชิ้นงาน, วิธีรีเซ็ตหลังหยุด
-
ฝึกพนักงานเรื่อง Protective Stop และสถานการณ์ฉุกเฉิน
ตัวอย่างงานที่นิยมใช้ Cobot (และปลอดภัยเมื่อทำตามมาตรการ)
-
ประกอบชิ้นงาน (Assembly)
-
ขันสกรู (Screwdriving)
-
ตรวจสอบคุณภาพ (Inspection)
-
บรรจุ/แพ็ก (Packing)
-
Pick & Place
-
ดูแลเครื่องจักร (Machine Tending)
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
-
ถ้าต้องการความเร็วสูงมากหรือยกหนักมาก อาจต้องเพิ่มมาตรการป้องกัน (รั้ว/สแกนเนอร์) หรือใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมแทน
-
ความปลอดภัยขึ้นกับการตั้งค่าและหน้างานจริง หากตั้งค่าแรง/ความเร็วสูงเกินไป ความเสี่ยงจะเพิ่ม
FAQ
Q: Cobot ต้องมีรั้วกั้นไหม?
A: ไม่จำเป็นเสมอไป แต่ถ้างานมีความเสี่ยงสูง (ชิ้นงานหนัก/คม/ความเร็วสูง) ควรเพิ่มสแกนเนอร์หรือรั้วเพื่อความปลอดภัย
Q: ทำไม Cobot ชนแล้วถึงหยุดได้?
A: เพราะมีระบบตรวจจับแรงต้าน/การชน เมื่อเกิดแรงผิดปกติจะสั่งหยุดแบบ Protective Stop
Q: จุดเสี่ยงหลักของ Cobot คืออะไร?
A: มักอยู่ที่อุปกรณ์ปลายแขน (คีม/ดูด/ใบมีด) ชิ้นงาน และการตั้งค่าความเร็ว–แรง มากกว่าตัวแขนหุ่นยนต์


