ราคาชั้นวางพาเลทคิดจากอะไรบ้าง? (ความสูง โหลด พื้นที่ อุปกรณ์เสริม)
ต้นทุนการติดตั้ง ASRS ประกอบด้วยค่าโครงสร้างชั้นวาง ค่าเครื่องจักรหลัก เช่น Stacker Crane หรือ Shuttle ค่า Conveyor ระบบลำเลียง ค่า Software WMS/WCS ค่า Integration กับ ERP ค่า Civil Work และค่าติดตั้ง Commissioning โดยผลตอบแทนระยะยาวของ ASRS มาจากการเพิ่มความหนาแน่นในการจัดเก็บ ลดค่าแรงและ OT เพิ่มความเร็วการหยิบสินค้า ลดความผิดพลาดในการจัดส่ง ลดความเสียหายและอุบัติเหตุ และช่วยให้ธุรกิจขยายกำลังการจัดส่งได้ ซึ่งโดยทั่วไปคืนทุนประมาณ 3–7 ปี ขึ้นอยู่กับปริมาณงานและต้นทุนแรงงาน

ราคาชั้นวางพาเลท (Pallet Rack) ไม่ได้คิดแค่ “จำนวนชุด” แต่คิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะ ความสูง / โหลดรับน้ำหนัก / Layout พื้นที่ / อุปกรณ์เสริม / มาตรฐานความปลอดภัย
ด้านล่างคือปัจจัยหลักที่มีผลกับราคาโดยตรง
1) ความสูงของชั้นวาง (Rack Height)
ยิ่งสูง ยิ่งใช้เหล็กหนาและโครงสร้างแข็งแรงมากขึ้น เช่น
-
3 เมตร
-
6 เมตร
-
9 เมตร
-
12 เมตรขึ้นไป
📌 ชั้นวางสูงต้องคำนวณเรื่องแรงสั่นสะเทือนจากรถโฟล์คลิฟท์ และต้องใช้ Bracing มากขึ้น → ราคาสูงขึ้น
2) โหลดรับน้ำหนักต่อพาเลท (Load Capacity)
ราคาจะต่างกันมากตามน้ำหนัก เช่น
-
500 kg/pallet
-
800 kg/pallet
-
1,000 kg/pallet
-
1,500–2,000 kg/pallet
ยิ่งรับน้ำหนักสูง:
-
คานต้องหนา
-
เสาต้องใหญ่
-
Base Plate ต้องแข็งแรง
-
Anchor Bolt ต้องมาตรฐานสูงขึ้น
3) จำนวนชั้น (Beam Level) และจำนวนช่องจัดเก็บ
ราคาชั้นวางคิดตาม “จำนวนคาน” และ “จำนวน Bay”
ตัวอย่าง:
-
1 Bay มี 2 เสา + คานหลายระดับ
-
ยิ่งเพิ่มระดับคาน = ราคาขึ้นทันที
4) ขนาดพาเลทและความลึกของชั้นวาง
พาเลทที่ใช้มีผลต่อขนาดคาน เช่น
-
พาเลท 1.0 x 1.2 m
-
พาเลท 1.1 x 1.1 m
-
พาเลทยาวพิเศษ
📌 ถ้าชั้นวางลึกขึ้นหรือยาวขึ้น ต้องเพิ่มวัสดุโครงสร้าง → ราคาสูงขึ้น
5) Layout หน้างานและพื้นที่ทางเดิน (Aisle Width)
บางโกดังพื้นที่แคบ ต้องออกแบบทางเดินให้รถโฟล์คลิฟท์เลี้ยวได้
-
ทางเดินแคบ (VNA) ต้องใช้ Rack ที่ออกแบบเฉพาะ
-
ต้องมีความแม่นยำสูงในการติดตั้ง
📌 Layout ที่ซับซ้อน = ราคางานติดตั้งและงานออกแบบสูงขึ้น
6) ประเภทของชั้นวาง (Rack Type)
ราคาต่างกันมากตามระบบ เช่น
-
Selective Rack (ถูกสุด นิยมสุด)
-
Double Deep Rack
-
Drive-in Rack
-
Push Back Rack
-
Shuttle Rack (แพงสุดในกลุ่มชั้นวาง)
7) คุณภาพเหล็ก / ความหนาเสาและคาน
ราคาขึ้นอยู่กับเกรดวัสดุ เช่น
-
เหล็กหนา 1.5 / 1.8 / 2.0 / 2.3 mm
-
ขนาดเสา 80x60 / 90x70 / 100x80 mm
📌 เหล็กหนา + มาตรฐานสูง = ราคาเพิ่ม แต่ปลอดภัยและใช้งานได้นาน
8) ค่าอุปกรณ์เสริม (Accessory) ที่มีผลต่อราคามาก
อุปกรณ์เสริมที่มักต้องใช้จริง เช่น
-
Rack End Protector / Column Guard
-
Guard Rail / Barrier
-
Wire Mesh กันของตก
-
Pallet Support Bar
-
Safety Lock กันคานหลุด
-
Load Sign ป้ายรับน้ำหนัก
-
Back Stop / Pallet Stopper
-
Spacer / Shim ปรับระดับพื้น
📌 หลายโกดังราคาดูถูกตอนเสนอ แต่บวกอุปกรณ์เสริมทีหลัง ทำให้งบบาน
9) ค่าติดตั้ง + งานยึดพื้น (Anchor Bolt)
ราคาจะรวม/ไม่รวมได้ ขึ้นกับผู้รับเหมา
ปัจจัยสำคัญคือ
-
ความแข็งแรงพื้นคอนกรีต
-
ความหนาพื้น
-
ระยะเวลาเข้าติดตั้ง
-
ต้องทำงานกลางคืนหรือไม่
10) ค่าออกแบบและคำนวณโครงสร้าง (Engineering)
ชั้นวางพาเลทที่ดีต้องมีการคำนวณ
-
น้ำหนักต่อชั้น
-
น้ำหนักรวมต่อ Bay
-
ความสูงและแรงล้ม
-
ความปลอดภัยตามมาตรฐาน
📌 งานที่มีวิศวกรรับรองราคาจะสูงขึ้น แต่ปลอดภัยกว่าในระยะยาว
สรุปง่ายๆ: ราคาชั้นวางพาเลทขึ้นอยู่กับอะไร?
ความสูง + โหลด + จำนวน Bay + จำนวนคาน + ประเภทชั้นวาง + ความหนาเหล็ก + อุปกรณ์เสริม + ค่าแรงติดตั้ง + ความซับซ้อนหน้างาน
บทความ SEO: ต้นทุนการติดตั้ง ASRS คุ้มค่าหรือไม่ เมื่อเทียบกับผลตอบแทนระยะยาว (วิเคราะห์ ROI แบบมืออาชีพ)
ทำไมธุรกิจยุคใหม่เริ่มหันมาใช้ ASRS มากขึ้น?
ปัจจุบันคลังสินค้าและโรงงานในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรม เช่น กรุงเทพ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา อยุธยา ปทุมธานี กำลังเจอปัญหาเหมือนกันคือ
-
ค่าแรงสูงขึ้นทุกปี
-
หาคนทำงานคลังยาก
-
ออเดอร์เพิ่มขึ้น แต่พื้นที่เท่าเดิม
-
ลูกค้าต้องการส่งไวและผิดพลาดไม่ได้
-
การใช้โฟล์คลิฟท์มากขึ้น เสี่ยงชนชั้นวางและเกิดอุบัติเหตุ
ทำให้หลายธุรกิจเริ่มสนใจ ASRS (Automated Storage and Retrieval System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าแบบก้าวกระโดด
แต่คำถามสำคัญคือ
“ต้นทุนการติดตั้ง ASRS แพงไหม และคุ้มค่าหรือไม่ในระยะยาว?”
บทความนี้จะสรุปให้ครบทั้งต้นทุนที่ต้องรู้ และผลตอบแทน (ROI) ที่ธุรกิจได้รับจริง
ASRS คืออะไร? ทำไมถึงช่วยลดต้นทุนได้
ASRS คือระบบจัดเก็บและเบิกสินค้าอัตโนมัติที่ใช้เครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ทำงานแทนคน เช่น
-
Stacker Crane
-
Shuttle System (2-way / 4-way)
-
Pallet ASRS
-
Mini Load ASRS
-
Conveyor + Lift
-
WMS/WCS ควบคุมการจัดเก็บและเบิกสินค้า
ระบบนี้ช่วยให้คลังทำงานได้ “เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และเก็บสินค้าได้มากขึ้น” โดยใช้พื้นที่เท่าเดิม
ต้นทุนการติดตั้ง ASRS คิดจากอะไรบ้าง? (Cost Breakdown)
การลงทุน ASRS ต้องดู “ต้นทุนรวมทั้งระบบ” ไม่ใช่แค่ค่าชั้นวางหรือค่าหุ่นยนต์ เพราะ ASRS คือโครงการระบบคลังทั้งชุด
1) ต้นทุนโครงสร้างชั้นวาง ASRS (ASRS Racking Structure)
ชั้นวางสำหรับ ASRS ต้องแข็งแรงกว่าชั้นวางพาเลททั่วไป เพราะ
-
สูงกว่า
-
โหลดมากกว่า
-
ต้องรองรับแรงสั่นจากการเคลื่อนที่ของระบบ
สิ่งที่ทำให้ราคาต่าง:
-
จำนวนพาเลทที่เก็บได้
-
ความสูงคลัง
-
จำนวนช่องจัดเก็บ (Locations)
2) ต้นทุนเครื่องจักรหลัก (Stacker Crane / Shuttle / Lift)
เครื่องจักรหลักคือหัวใจของระบบ ASRS และเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุด
ราคาขึ้นกับ:
-
ความเร็ว (Speed)
-
Throughput ต่อชั่วโมง
-
จำนวน aisle
-
จำนวนเครื่องที่ต้องติดตั้ง
📌 ถ้าต้องการเบิกสินค้าเร็วมาก ต้องเพิ่มจำนวนเครื่อง → งบเพิ่มทันที
3) ต้นทุน Conveyor และระบบลำเลียงสินค้า
ASRS ส่วนมากต้องมี Conveyor เพื่อเชื่อม Inbound/Outbound เช่น
-
รับสินค้าเข้าคลัง
-
ส่งสินค้าไปจุดแพ็ก
-
ส่งสินค้าไปจุดโหลดขึ้นรถ
ยิ่งคลังใหญ่ ระบบลำเลียงยิ่งซับซ้อน → ต้นทุนเพิ่มมาก
4) ต้นทุนระบบซอฟต์แวร์ (WMS / WCS / Integration)
ASRS ต้องมีระบบควบคุม เช่น
-
WMS จัดการตำแหน่งสินค้า
-
WCS ควบคุมเครื่องจักร
-
Integration เชื่อม ERP / SAP / Oracle / Zoho
📌 ถ้า Software ไม่ดี ต่อให้เครื่องดี ระบบก็ทำงานช้าและผิดพลาด
5) ต้นทุนงานติดตั้ง ระบบไฟฟ้า และ Commissioning
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้รวมถึง
-
งานติดตั้งเครื่องจักร
-
งานระบบไฟฟ้าและตู้ควบคุม
-
ทดสอบระบบจริง (Commissioning)
-
Training ทีมงาน
6) ต้นทุนงานปรับปรุงพื้นที่ (Civil Work)
หลายโครงการต้องปรับปรุงอาคาร เช่น
-
ปรับพื้นคอนกรีตให้เรียบและรับน้ำหนัก
-
เสริมโครงสร้างอาคาร
-
ปรับระบบดับเพลิง Sprinkler
-
ปรับ Loading Bay
📌 Civil Work เป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้งบบานได้ง่ายที่สุด
7) ต้นทุนบำรุงรักษาระยะยาว (Maintenance Cost)
ASRS ต้องมีแผน Maintenance เช่น
-
ตรวจมอเตอร์
-
ตรวจเซนเซอร์
-
ตรวจระบบควบคุม
-
Software Update
-
ค่าอะไหล่
แต่ข้อดีคือช่วยลดค่าเสียหายจากอุบัติเหตุและลด Downtime ได้
ผลตอบแทนระยะยาวของ ASRS (Return on Investment)
1) เพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้มากขึ้น (Storage Density)
ASRS ใช้พื้นที่แนวสูงได้เต็ม ทำให้เก็บสินค้าได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม
ผลลัพธ์:
-
ไม่ต้องเช่าโกดังเพิ่ม
-
ไม่ต้องสร้างโกดังใหม่
-
ลดค่าใช้จ่ายด้านพื้นที่ระยะยาว
📌 ในพื้นที่ที่ค่าเช่าแพง เช่น กรุงเทพ สมุทรปราการ ชลบุรี ผลตอบแทนด้านนี้สูงมาก
2) ลดต้นทุนแรงงานและ OT อย่างชัดเจน
คลังแบบเดิมต้องใช้แรงงานจำนวนมาก เช่น
-
พนักงานหยิบสินค้า
-
พนักงานจัดเรียง
-
โฟล์คลิฟท์
แต่ ASRS ลดการพึ่งพาคนได้มาก ทำให้
-
ลดค่าแรงรายเดือน
-
ลด OT
-
ลดปัญหาขาดคน
-
ลดค่าใช้จ่ายสวัสดิการในระยะยาว
3) เพิ่มความเร็วในการหยิบสินค้าและจัดส่ง (Throughput)
ASRS ทำงานได้ต่อเนื่อง ทำให้
-
เบิกสินค้าเร็วขึ้น
-
ลดเวลารอคิว
-
ส่งออกได้มากขึ้นต่อวัน
เหมาะกับธุรกิจที่ต้องส่งเร็ว เช่น
-
E-commerce
-
ศูนย์กระจายสินค้า (DC)
-
Logistics 3PL
4) ลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้า (Accuracy สูงขึ้น)
คลังทั่วไปมักมีต้นทุนซ่อนจากการหยิบผิด เช่น
-
ส่งผิดรุ่น
-
ส่งผิดล็อต
-
ส่งผิดจำนวน
-
ต้องส่งซ้ำ/คืนสินค้า
ASRS ทำงานร่วมกับ WMS/WCS ทำให้
-
หยิบถูกต้องสูง
-
ตรวจสอบแบบ Real-time
-
ลดการส่งผิดปลายทาง
5) ลดอุบัติเหตุและความเสียหายของสินค้า
การใช้โฟล์คลิฟท์จำนวนมากเพิ่มความเสี่ยง เช่น
-
ชนเสาชั้นวาง
-
พาเลทตก
-
สินค้าเสียหาย
-
พนักงานบาดเจ็บ
ASRS ช่วยลดอุบัติเหตุในคลัง ทำให้ลดค่าเสียหายที่ไม่จำเป็น
แล้ว ASRS คืนทุนกี่ปี? (ROI ระยะเวลาคืนทุน)
โดยทั่วไปโครงการ ASRS มักคืนทุนประมาณ
✅ 3 – 7 ปี
แต่ถ้าเป็นคลังที่มีปัจจัยเหล่านี้
-
OT สูงมาก
-
ค่าแรงสูง
-
ออเดอร์เยอะ
-
พื้นที่จำกัด
-
ต้องการส่งเร็วและผิดพลาดไม่ได้
มักคืนทุนเร็วในช่วง 3–5 ปี ได้เลย
วิธีดูว่า ASRS คุ้มค่ากับธุรกิจของคุณหรือไม่ (Checklist)
ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรเช็ค 6 ข้อนี้
-
มีออเดอร์ต่อวันจำนวนมากหรือไม่
-
มีปัญหาพื้นที่เต็มและต้องขยายโกดังหรือไม่
-
มีค่าแรงและ OT สูงหรือไม่
-
มีปัญหาสต็อกไม่ตรง หยิบผิด ส่งผิดหรือไม่
-
ต้องการทำงาน 24 ชั่วโมงหรือไม่
-
ธุรกิจมีแผนขยายใน 3-5 ปีข้างหน้าหรือไม่
ถ้าคำตอบคือ “ใช่” มากกว่า 3 ข้อ
📌 ASRS มักเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
สรุป: ต้นทุน ASRS คุ้มค่าหรือไม่?
คำตอบคือ คุ้มค่า หากระบบถูกออกแบบให้เหมาะกับปริมาณงานจริง
ASRS ไม่ใช่แค่ “ลดคน” แต่คือการลงทุนเพื่อ
-
เพิ่มพื้นที่จัดเก็บ
-
เพิ่มความเร็วจัดส่ง
-
เพิ่มความแม่นยำ
-
ลดความเสียหาย
-
รองรับการเติบโตของธุรกิจระยะยาว
สำหรับธุรกิจที่ต้องการความได้เปรียบในการแข่งขัน ASRS คือระบบที่ช่วยยกระดับคลังให้เป็น “คลังยุคใหม่” อย่างแท้จริง
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
Q1: ASRS ต้องใช้งบลงทุนเท่าไหร่?
A: งบขึ้นอยู่กับจำนวนพาเลท ความสูงคลัง และความเร็วที่ต้องการ (Throughput) จึงควรประเมินจากหน้างานจริงและแบบ Layout
Q2: ASRS คืนทุนกี่ปีถึงจะถือว่าคุ้ม?
A: โดยทั่วไปคืนทุน 3–7 ปี แต่คลังที่มี OT สูงและพื้นที่จำกัดมักคืนทุนเร็วกว่า
Q3: ASRS ลดจำนวนพนักงานได้มากแค่ไหน?
A: ลดได้มากในงานหยิบสินค้าและงานขนย้าย โดยเฉพาะคลังที่เดิมใช้โฟล์คลิฟท์จำนวนมาก
Q4: ทำไม ASRS ถึงช่วยลดความผิดพลาดในการจัดส่ง?
A: เพราะใช้ระบบ WMS/WCS ควบคุมตำแหน่งสินค้า ตรวจสอบด้วย Barcode/RFID และจัดการล็อตแบบ FIFO/FEFO
Q5: ถ้าธุรกิจมีสินค้า SKU เยอะ ASRS เหมาะไหม?
A: เหมาะมาก เพราะระบบช่วยจัดเก็บและค้นหาสินค้าได้เร็ว ลดการหยิบผิดรุ่นผิดรหัส
Q6: จำเป็นต้องมี WMS ก่อนติดตั้ง ASRS หรือไม่?
A: แนะนำให้มี เพราะ ASRS ต้องใช้ระบบควบคุมข้อมูลตำแหน่งสินค้าและคำสั่งเบิกสินค้าแบบ Real-time
Q7: ค่า Maintenance ของ ASRS สูงไหม?
A: มีค่า Maintenance ตามรอบ แต่ช่วยลดค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ ลด Downtime และลดต้นทุนแรงงานในภาพรวม
Q8: ASRS เหมาะกับโรงงานประเภทไหนในไทย?
A: เหมาะกับโรงงานอาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่อุตสาหกรรม เช่น กรุงเทพ ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ อยุธยา
#ASRS#ระบบASRS#ต้นทุนASRS#ลงทุนASRS#คุ้มค่าการลงทุน#ROIคลังสินค้า#คลังอัตโนมัติ#คลังสินค้าอัตโนมัติ#WarehouseAutomation#AutomatedStorage#AutomatedWarehouse#StackerCrane#ShuttleSystem#4WayShuttle#WMS#WCS#ระบบคลังสินค้า#ระบบจัดเก็บอัตโนมัติ#คลังสินค้าโรงงาน#คลังสินค้าโกดัง#ศูนย์กระจายสินค้า#DCWarehouse#โลจิสติกส์#ระบบโลจิสติกส์#ลดค่าแรง#ลดOT#เพิ่มความเร็วจัดส่ง#ลดหยิบผิด#ลดส่งผิด#เพิ่มพื้นที่จัดเก็บ#WarehouseThailand#AutomationThailand
-
💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE
👉 https://page.line.me/002dihds - 💬 Facebook Fanpage
👉 https://www.facebook.com/hachiko.safety/
-
🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม
👉https://hachikosafety.com/pages/installation-rack - 📦 ชั้นวางพาเลท ชั้นวางเหล็ก ชั้นวางของเหล็ก ชั้นวางอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/ชั้นวางพาเลท

