ASRS วิธีการเลือกที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ประหยัดเวลาและพื้นที่

ASRS วิธีการเลือกที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ประหยัดเวลาและพื้นที่
2025- ဒီဇင်ဘာ 23

ASRS: วิธีเลือกระบบจัดเก็บอัตโนมัติให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ (ประหยัดเวลาและพื้นที่)

เมื่อธุรกิจโตขึ้น “พื้นที่คลัง” และ “ความเร็วในการหยิบสินค้า” มักกลายเป็นคอขวดหลัก ยิ่งมี SKU เยอะ ออเดอร์ถี่ หรือมีช่วงพีคบ่อย การเลือก ASRS (Automated Storage and Retrieval System) ที่เหมาะ จะช่วยให้คุณ เก็บได้แน่นขึ้น หยิบได้เร็วขึ้น ลดผิดพลาด และใช้คนคุ้มขึ้น แต่ถ้าเลือกผิด อาจเจอปัญหา throughput ไม่พอ ขยายยาก หรือคืนทุนช้า

บทความนี้สรุปแนวทางเลือก ASRS แบบเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง เพื่อให้ได้ระบบที่ “พอดีกับธุรกิจ” และประหยัดทั้งเวลาและพื้นที่


1) เริ่มจาก “เป้าหมาย” ก่อนเลือกรูปแบบระบบ

ตั้งเป้าหมายให้ชัด 3 เรื่องนี้ก่อน:

  1. ประหยัดพื้นที่: ต้องการเพิ่มความหนาแน่นการจัดเก็บ (ใช้ความสูง ลดทางเดิน)

  2. ประหยัดเวลา: ต้องการเพิ่มความเร็วหยิบ/จ่าย (Throughput)

  3. ลดความผิดพลาด: ต้องการความแม่นยำและคุมสต็อก (Accuracy/Traceability)

ถ้าเน้นพื้นที่อย่างเดียว แต่ไม่ดูความเร็ว ระบบอาจ “เก็บได้เยอะ แต่หยิบไม่ทัน”


2) วิเคราะห์สินค้า: ขนาด-น้ำหนัก-การหมุนเวียน (ABC)

ASRS ที่เหมาะขึ้นกับ “ธรรมชาติของสินค้า”

  • ขนาด/น้ำหนักต่อหน่วย: ชิ้นเล็ก (bin/tote) vs กล่อง/ลัง vs พาเลท

  • ABC Analysis:

    • A = หมุนเร็ว ต้องหยิบบ่อย → ควรอยู่ใกล้จุดหยิบ/สถานีจ่าย

    • B/C = หมุนช้า → เก็บลึก/สูงได้เพื่อประหยัดพื้นที่

  • การจัดเก็บ: สินค้าแตกง่าย/ต้องควบคุมสภาพแวดล้อม/ล็อต-วันหมดอายุ (FEFO/FIFO)

ทิป: ถ้าคลังคุณ “ชิ้นเล็กเยอะ” มักเหมาะกับระบบแบบ tote/bin + Goods-to-Person มากกว่าแบบพาเลทล้วน


3) ดูรูปแบบออเดอร์: หยิบทีละชิ้นหรือหยิบเป็นกล่อง

คำถามสำคัญ:

  • 1 ออเดอร์มี กี่บรรทัด (order lines)?

  • เป็น หยิบทีละชิ้น (piece picking) หรือ หยิบยกลัง/ยกพาเลท?

  • ต้องการ แพ็กเร็ว หรือ รวมออเดอร์หลายช่องทาง?

แนวทางคร่าวๆ:

  • ออเดอร์ชิ้นเล็ก หลายบรรทัด → เหมาะกับ Goods-to-Person / station picking

  • ขายส่ง ยกพาเลท/ลัง → เหมาะกับ pallet ASRS/stacker crane/shuttle สำหรับพาเลท


4) คำนวณ Throughput ที่ต้องการ (ให้ระบบ “หยิบทัน”)

อย่าดูแค่ความจุเก็บ ต้องดู “อัตราการจ่าย” ด้วย เช่น

  • ชั่วโมงพีคต้องหยิบได้กี่ไลน์/ชั่วโมง?

  • cut-off time ส่งของกี่โมง?

  • ช่วงแคมเปญยอดพุ่งกี่เท่า?

ถ้า throughput ต่ำกว่าความต้องการจริง จะเกิดคิวสะสมที่สถานีหยิบ/แพ็ก แม้คลังจะดูทันสมัยก็ตาม


5) เลือกประเภท ASRS ให้เหมาะ (สรุปแบบใช้งานจริง)

ตัวอย่างการจับคู่ “โจทย์ธุรกิจ” กับ “ประเภทระบบ” (ภาพรวม):

  • Pallet ASRS (Stacker Crane / Pallet Shuttle)
    เหมาะกับ: สินค้าหนัก/ยกพาเลท, คลังสูง, ต้องการเก็บแน่นและคุม FIFO

  • Tote/Bin ASRS (Shuttle / Miniload / Vertical Lift)
    เหมาะกับ: SKU เยอะ ชิ้นเล็ก-กลาง, ต้องการหยิบเร็วและแม่นยำ

  • Goods-to-Person Station
    เหมาะกับ: อีคอมเมิร์ซที่ต้องหยิบถี่ ลดการเดิน ลด error

  • Cube Storage / High-density automation
    เหมาะกับ: ชิ้นเล็กจำนวนมาก ต้องการเก็บแน่นมาก และมีงานหยิบต่อเนื่อง

สรุป: “ชิ้นเล็ก+ออเดอร์ถี่” เน้น tote/bin + G2P จะคุ้มเรื่องเวลา
“หนัก+ยกพาเลท” เน้น pallet ASRS จะคุ้มเรื่องพื้นที่และความเป็นระเบียบ


6) เช็กพื้นที่หน้างาน: ความสูง พื้นรับน้ำหนัก และ flow

ก่อนล็อกสเปก ต้องเช็กข้อจำกัดจริง:

  • ความสูงใต้หลังคาที่ใช้ได้, เสา/คาน/สปริงเกลอร์

  • พื้นรับน้ำหนัก (โดยเฉพาะระบบพาเลท)

  • จุดรับเข้า (inbound) → เก็บ (put-away) → หยิบ (pick) → แพ็ก (pack) → ส่งออก (outbound)

  • ทางหนีไฟ/มาตรฐานความปลอดภัย

การวาง flow ให้ดี ช่วย “ประหยัดเวลา” ได้พอๆ กับการซื้อระบบแพงๆ


7) ซอฟต์แวร์ต้องไปด้วยกัน: WMS/ERP/OMS และการเชื่อมต่อ

ASRS ทำงานดีเมื่อ “ข้อมูลแม่น”

  • มี WMS หรืออย่างน้อยต้องกำหนด location, barcode, lot/expiry

  • ต้องตอบได้ว่าเชื่อมระบบผ่านอะไร (API/CSV/Middleware)

  • มี dashboard ติดตามสถานะงาน, คิวหยิบ, ความหนาแน่น, error rate

ถ้าไม่พร้อมเรื่องข้อมูล ต่อให้ระบบดี ก็ยังช้าและผิดพลาดได้


8) วางแผนขยายในอนาคต (Scalable)

เลือกระบบที่ “เพิ่มได้” เช่น

  • เพิ่มสถานีหยิบ

  • เพิ่ม shuttle/robot

  • เพิ่มช่องเก็บ/โซน

  • เพิ่มกะ/เพิ่มความเร็วซอฟต์แวร์

ถามผู้ให้บริการให้ชัด: ถ้าออเดอร์โต 2 เท่า ต้องทำอะไรเพิ่ม และงบประมาณประมาณไหน


9) เช็กความคุ้มค่า (ROI) แบบไม่หลอกตัวเอง

ตัวเลขที่ควรดู:

  • ลดพื้นที่เช่า/สร้างคลังเพิ่มได้ไหม

  • ลดคนเดิน ลด OT ลดเวลาเทรนคนใหม่

  • ลดของเสีย/ส่งผิด/คืนสินค้า

  • เพิ่มยอดได้จากการส่งไวขึ้น (cut-off ดีขึ้น)

ทิป: คำนวณ “ช่วงพีค” แยกจาก “วันปกติ” จะเห็นภาพชัดที่สุด


สรุป: สูตรเลือก ASRS แบบเร็ว

  1. ตั้งเป้าหมาย: พื้นที่ / เวลา / ความแม่นยำ

  2. วิเคราะห์สินค้า + ABC

  3. วิเคราะห์ออเดอร์ + throughput พีค

  4. ตรวจพื้นที่หน้างาน + flow

  5. เลือกประเภทระบบที่ตอบโจทย์

  6. เช็กการเชื่อมซอฟต์แวร์ + แผนขยาย + ROI

#ASRS #คลังสินค้าอัตโนมัติ #WarehouseAutomation #SmartWarehouse #ระบบจัดเก็บอัตโนมัติ #EcommerceLogistics #Fulfillment #WMS #InventoryControl #เพิ่มพื้นที่คลัง #ลดเวลาในการหยิบ #PickPackShip #SupplyChain #Logistics #คลังสินค้าอีคอมเมิร์ซ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Line :@002dihds

ตะแกรงเหล็กพับได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและขนส่งสินค้าอย่างไร

ตะแกรงเหล็กพับได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและขนส่งสินค้าอย่างไร

อ่านต่อ
คัดแยกพัสดุ

คัดแยกพัสดุแบบคน vs แบบอัตโนมัติ ต่างกันอย่างไร (เลือกให้คุ้มกับปริมาณงานจริง)

อ่านต่อ
ชั้นลอยน็อคดาวน์

ชั้นลอยน็อคดาวน์มีกี่แบบ — เปรียบเทียบพื้นไม้ / พื้นเหล็กเด็ค / พื้นแผ่นสำเร็จรูป (เลือกให้ตรงงานจริง)

อ่านต่อ
รับติดตั้งชั้นวาง

รับติดตั้งชั้นวางคลังสินค้า — ขั้นตอนทำงานตั้งแต่สำรวจหน้างานถึงส่งมอบ (ทำแบบไหนถึง “ไม่พลาด”)

อ่านต่อ
ถุงมือกันสารเคมีมีกี่ประเภท และต่างกันอย่างไร

ถุงมือกันสารเคมีมีกี่ประเภท และต่างกันอย่างไร

อ่านต่อ
asrs

ASRS กับการแก้ปัญหาคลังสินค้าขาดแรงงาน

อ่านต่อ
ชั้นวางพาเลท

เลือกชั้นวางพาเลทยังไงให้เหมาะกับขนาดพาเลทและโฟล์คลิฟท์

อ่านต่อ
ข้อดีของชั้นเหล็กวางของ เมื่อเทียบกับชั้นวางวัสดุประเภทอื่น

ข้อดีของชั้นเหล็กวางของ เมื่อเทียบกับชั้นวางวัสดุประเภทอื่น

อ่านต่อ