การเลือกชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรมให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
การเลือก “ชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม” ที่ถูกแบบ ไม่ได้ดูแค่ราคา แต่ต้องดู สินค้า + วิธีหยิบ + ปริมาณงาน + พื้นที่ + แผนขยาย เพราะชั้นวางที่เหมาะ จะช่วยให้คลังหยิบง่าย ปลอดภัย สต๊อกแม่น ลดความเสียหาย และเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้จริง
เริ่มจาก 5 คำถามหลักก่อนเลือกชั้นวาง
1) สินค้าของคุณ “หนักและใหญ่” แค่ไหน?
-
น้ำหนักต่อกล่อง/ต่อพาเลท
-
ขนาดสินค้าและขนาดพาเลท (เช่น 1000x1200, 1100x1100)
-
สินค้าเปราะบาง/ของเหลว/ต้องคุมอุณหภูมิไหม
ผล: ชี้ว่าเหมาะกับ “ชั้นวางพาเลท” หรือ “ชั้นวางหยิบชิ้น”
2) วิธีหยิบสินค้าเป็นแบบไหน?
-
หยิบเป็น พาเลทเต็ม (Pallet in/out)
-
หยิบเป็น กล่อง/ชิ้น (Case/Piece picking)
-
หยิบเร็วมาก/มีพีค/ต้องลดการเดิน
ผล: ชี้ว่าควรเป็น Selective / Drive-in / Push Back / Flow Rack / Shelving / Multi-tier
3) SKU เยอะแค่ไหน และหมุนเวียนเร็วไหม?
-
SKU เยอะ + หยิบบ่อย → เน้นเข้าถึงง่าย, ติดป้ายตำแหน่งชัด
-
SKU น้อย + ปริมาณต่อ SKU สูง → เน้นความหนาแน่นจัดเก็บ
4) พื้นที่หน้างานและความสูงอาคารเท่าไหร่?
-
ต้องรู้ความสูงใช้งานจริง (หักคาน/ท่อ/ไฟ)
-
ทางเดินรถยก/จุดกลับรถ/พื้นที่รับเข้า-จ่ายออก
-
พื้นรับน้ำหนักได้เท่าไร (สำคัญมาก)
5) อีก 6–24 เดือนข้างหน้า “จะโตแค่ไหน”?
-
จะเพิ่ม SKU? เพิ่มพาเลท? เพิ่มออเดอร์?
-
จะเปลี่ยนรถยก/เพิ่มระบบ WMS/Automation?
ชั้นวางที่ดีควร “ขยายได้” ไม่ต้องทุบทิ้ง
ประเภทชั้นวางยอดนิยม และเหมาะกับธุรกิจแบบไหน
1) Selective Pallet Racking (ชั้นวางพาเลทเข้าถึงทุกพาเลท)
เหมาะกับ: คลังทั่วไป, ค้าส่ง, โรงงาน, สินค้าหลากหลาย SKU
จุดเด่น: เข้าถึงง่าย ยืดหยุ่น ปรับระดับคานได้
ข้อควรคิด: ใช้พื้นที่ทางเดินมากกว่าระบบหนาแน่น
2) Drive-in / Drive-through (หนาแน่นสูง)
เหมาะกับ: SKU น้อย แต่ต่อ SKU ปริมาณเยอะ เช่น สินค้าเดียวเต็มคัน
จุดเด่น: เก็บแน่น ประหยัดพื้นที่
ข้อควรคิด: เข้าถึงแบบลึก ควบคุม FIFO ยากกว่า (มักเป็น LIFO)
3) Push Back Racking (เข้า-ออกแบบ LIFO)
เหมาะกับ: ปริมาณต่อ SKU สูง ต้องการเก็บแน่น แต่ยังหยิบเร็ว
จุดเด่น: หนาแน่นดี ลดทางเดิน
ข้อควรคิด: มักเป็น LIFO และต้องออกแบบตามน้ำหนัก/ชนิดพาเลท
4) Pallet Flow / Carton Flow (ระบบไหลด้วยแรงโน้มถ่วง FIFO)
เหมาะกับ: ของหมุนเร็ว, ต้องการ FIFO ชัด เช่น อาหาร/ยา/สินค้าขายดี
จุดเด่น: หยิบเร็ว เติมของด้านหลัง หยิบด้านหน้า
ข้อควรคิด: ลงทุนสูงกว่า ต้องคุมคุณภาพพาเลท/กล่อง
5) Longspan Shelving (ชั้นวางหยิบกล่อง/ชิ้น)
เหมาะกับ: อะไหล่, E-commerce, สินค้ากล่อง, SKU เยอะ
จุดเด่น: หยิบชิ้นง่าย จัดหมวดหมู่ได้ดี
ข้อควรคิด: ถ้างานโตมาก อาจต้องเสริม Pick-to-Light/Put wall/Conveyor
6) Multi-tier (ชั้นวางหลายชั้น + ทางเดิน)
เหมาะกับ: คลังเพดานสูง พื้นที่จำกัด งานหยิบชิ้นเยอะ
จุดเด่น: เพิ่มพื้นที่แนวตั้ง 2–4 เท่า แยกโซนได้
ข้อควรคิด: ต้องคุมความปลอดภัยทางเดิน/ราวกันตก/ทางหนีไฟ
เลือกให้ “คุ้ม” ด้วย 3 เป้าหมาย
เป้าหมาย A: เข้าถึงง่ายที่สุด (ความยืดหยุ่น)
เลือก Selective / Longspan ถ้าธุรกิจ SKU หลากหลายและเปลี่ยนบ่อย
เป้าหมาย B: เก็บได้แน่นที่สุด (พื้นที่คุ้ม)
เลือก Drive-in / Push Back ถ้า SKU ไม่เยอะ แต่สต๊อกต่อ SKU สูง
เป้าหมาย C: หยิบเร็วและคุม FIFO (ความเร็ว + คุณภาพ)
เลือก Flow Rack ถ้าต้องหมุนเวียนเร็วและมีล็อต/วันหมดอายุ
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ
-
ต้องการ FIFO/FEFO ไหม (อาหาร/ยา/เครื่องสำอางควรคิดเรื่องนี้)
-
ใช้รถยกแบบไหน (Reach truck / Counterbalance) → กระทบทางเดินและความสูง
-
พื้นรับน้ำหนักและความเรียบ (มีผลต่อความปลอดภัยและการทรุด)
-
ต้องมี Load sign / Line marking / กันชนเสา / กันตกพาเลท หรือไม่
-
ต้องการเชื่อม WMS/บาร์โค้ดตำแหน่ง เพื่อให้สต๊อกตรงจริงไหม
FAQ
ชั้นวางแบบไหนเหมาะกับคลัง SKU เยอะ?
Selective Pallet + Longspan หรือ Multi-tier (ถ้าหยิบชิ้นมากและเพดานสูง)
ถ้าอยากเก็บได้เยอะที่สุดในพื้นที่เท่าเดิม?
Drive-in / Push Back หรือ Flow (เลือกตาม FIFO และลักษณะสินค้า)
ควรเผื่อขยายยังไง?
ออกแบบให้เพิ่ม Bay/เพิ่ม Level ได้ และเผื่อทางเดิน/จุดรับเข้า-จ่ายออกสำหรับปริมาณงานที่โตขึ้น
#ชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม #ชั้นวางคลังสินค้า #IndustrialRacking #WarehouseRacking
#SelectiveRack #DriveInRack #PushBackRack #FlowRack #Longspan #MultiTier
#ออกแบบคลังสินค้า #เพิ่มพื้นที่จัดเก็บ #ระบบจัดเก็บสินค้า #โลจิสติกส์ #คลังสินค้า
#ติดตั้งชั้นวาง #WarehouseThailand #LogisticsThailand #Thailand #ประเทศไทย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Line : @002dihds


