เพิ่มความเร็วการจัดส่งด้วยคลังสินค้าอัตโนมัติ จากรับออเดอร์จนถึงแพ็กของ
ความเร็วการจัดส่งไม่ได้เกิดจาก “ขนส่งไว” อย่างเดียว แต่เริ่มตั้งแต่ในคลัง: รับออเดอร์เร็ว → หยิบถูก → รวมของไว → แพ็กไว → ส่งออกทันรอบรถ
คลังสินค้าอัตโนมัติ (Warehouse Automation) ช่วยลดเวลาที่เสียไปกับการเดินหา การหยิบผิด การรอคิว และการทำงานซ้ำ ทำให้รอบการทำงาน (Order Cycle Time) สั้นลงแบบวัดผลได้
ภาพรวม: ออโตเมชันช่วย “เร่ง” ตรงไหนบ้าง
-
ลดเวลาหยิบ (Picking) ด้วยการจัดเก็บและเส้นทางที่ดีขึ้น
-
ลดความผิดพลาด (Mis-pick/Mis-pack) ทำให้ไม่ต้องแก้งาน
-
ทำงานต่อเนื่องได้ (สม่ำเสมอช่วงพีค)
-
เชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์กับ WMS/ERP ทำให้สถานะออเดอร์เดินหน้าไม่สะดุด
กระบวนการตั้งแต่รับออเดอร์จนถึงแพ็กของ (และเทคโนโลยีที่ช่วยเร่ง)
1) รับออเดอร์ (Order Intake) ให้ “ไหล” เข้าคลังทันที
เป้าหมาย: ออเดอร์เข้าคิวหยิบเร็ว ไม่ติดค้างในระบบ
สิ่งที่ช่วย:
-
เชื่อม Marketplace/Shop/ERP → WMS อัตโนมัติ (API/ไฟล์/ฐานข้อมูล)
-
Wave / Batch / Zone picking จัดกลุ่มออเดอร์ให้หยิบเร็วขึ้น
-
ตั้งกติกา Cut-off time และแยก “ด่วน/ปกติ” แบบอัตโนมัติ
ผลลัพธ์: ออเดอร์ไม่ค้าง คนหยิบเริ่มงานได้ทันที
2) จัดสรรสต๊อก (Allocation) ให้แม่น ลดรอของ
เป้าหมาย: หยิบได้จริง ไม่เจอของไม่พอ/อยู่ผิดที่
สิ่งที่ช่วย:
-
ตำแหน่งจัดเก็บ (Location) ชัด + บาร์โค้ดตำแหน่ง
-
FIFO/FEFO/Lot control อัตโนมัติ (ถ้ามีวันหมดอายุ/ล็อต)
-
ระบบแจ้งเตือน Replenishment เติมของก่อนหยิบไม่สะดุด
ผลลัพธ์: ลดเหตุ “หยิบไม่ได้ต้องรอเติม” ทำให้รอบแพ็กไม่หลุด
3) หยิบสินค้า (Picking) เร็วขึ้นแบบชัดเจน
นี่คือจุดที่ใช้เวลามากที่สุดในคลังส่วนใหญ่ ออโตเมชันช่วยได้หลายระดับ
ตัวเลือกเทคโนโลยีที่นิยม
-
Pick-to-Light / Put-to-Light: ไฟบอกช่อง ลดเวลาคิด ลดหยิบผิด
-
Mobile scanning / Voice picking: ลดการดูเอกสาร เพิ่มความต่อเนื่อง
-
Conveyor / Sorter: ส่งของไปจุดรวม/แพ็ก ลดการเดิน
-
ASRS / Shuttle / VLM: “เอาของมาหาคน” (Goods-to-Person) ลดเวลาเดินมากที่สุด
-
AMR/AGV: หุ่นยนต์ขนตะกร้า/ชั้นวางไปสถานีแพ็ก
ผลลัพธ์: ลดเวลาหยิบต่อออเดอร์ + ลด Mis-pick ทำให้ส่งไวขึ้นจริง
4) รวมออเดอร์ (Consolidation) ให้ครบก่อนแพ็ก
เป้าหมาย: รวมของหลายรายการให้ครบเร็ว โดยไม่สลับออเดอร์
สิ่งที่ช่วย:
-
Put wall / Sort-to-order แยกช่องตามออเดอร์/ลูกค้า
-
Sorting system คัดแยกตามรอบรถ/Carrier/โซนจัดส่ง
-
สแกนยืนยันทุกชิ้นก่อนเข้า “ช่องออเดอร์”
ผลลัพธ์: ลดงานตามของ ลดแพ็กผิด ลดแก้ไขปลายทาง
5) ตรวจสอบและแพ็ก (QC & Packing) แบบเร็วแต่ไม่ผิด
เป้าหมาย: แพ็กไว + ข้อมูลถูกต้อง + เอกสารพร้อม
สิ่งที่ช่วย:
-
Scan-to-pack สแกนยืนยันก่อนปิดกล่อง
-
Weigh & Dimension check ชั่ง/วัดเพื่อตรวจจับของขาด/เกิน
-
Auto label / Auto invoice พิมพ์ใบปะหน้าและเอกสารตาม Carrier อัตโนมัติ
-
ตั้งกติกา “แพ็กแบบมาตรฐาน” ตาม SKU (กล่อง/กันกระแทก)
ผลลัพธ์: ลด Mis-pack ลดเคลม ลดรีเทิร์น และไม่เสียเวลาย้อนแก้
ทำไมคลังอัตโนมัติถึงช่วยให้ส่งไวขึ้น (สรุปเป็น KPI)
-
Order Cycle Time ลดลง (รับออเดอร์ → แพ็กเสร็จ)
-
Picking rate เพิ่ม (ชิ้น/ชม./คน)
-
Accuracy สูงขึ้น → ลดงานแก้ไขที่ทำให้รอบส่งช้า
-
Cut-off ทำได้จริง เพราะงานไหลสม่ำเสมอช่วงพีค
-
On-time dispatch เพิ่ม ส่งทันรอบรถ/ทัน SLA มากขึ้น
ตัวอย่าง “เส้นทางอัปเกรด” แบบคุ้มค่า (ทำทีละขั้นได้)
-
ระยะ 1: WMS + บาร์โค้ดตำแหน่ง + Wave/Batch picking
-
ระยะ 2: Put wall + Scan-to-pack + Auto label
-
ระยะ 3: Conveyor/Sorter เชื่อมจุดหยิบ-แพ็ก
-
ระยะ 4: ASRS/AMR (Goods-to-Person) สำหรับงานที่โตมากหรือพีคหนัก
FAQ
คลังสินค้าอัตโนมัติช่วยให้ส่งไวขึ้นตรงไหนที่สุด?
ส่วนใหญ่เร็วขึ้นมากสุดที่ “การหยิบ” และ “การรวมออเดอร์ก่อนแพ็ก” เพราะลดการเดินและลดงานผิดพลาด
ต้องมี WMS ไหม?
แนะนำอย่างยิ่ง เพราะเป็นตัวคุมตำแหน่ง กติกาหยิบ และสถานะงานแบบเรียลไทม์
ธุรกิจแบบไหนคุ้มที่สุด?
อีคอมเมิร์ซ/3PL/ศูนย์กระจาย ที่ออเดอร์เยอะ SKU เยอะ มีพีค และมีต้นทุนจากหยิบผิด/แพ็กผิด
#คลังสินค้าอัตโนมัติ #WarehouseAutomation #เพิ่มความเร็วการจัดส่ง #แพ็กของ #OrderFulfillment
#WMS #ASRS #SortingSystem #Conveyor #AMR #AGV #GoodsToPerson
#ลดเวลาหยิบ #ลดหยิบผิด #ลดแพ็กผิด #เพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้า #โลจิสติกส์
#FulfillmentCenter #EcommerceWarehouse #3PL #WarehouseThailand #LogisticsThailand #ประเทศไทย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Line :@002dihds


