ชั้นวางพาเลทช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บแนวสูงได้อย่างไร
ชั้นวางพาเลทช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บแนวสูงได้โดย “เปลี่ยนพื้นที่ว่างเหนือศีรษะให้เป็นพื้นที่เก็บของ” ผ่านการออกแบบ จำนวนชั้น (Beam Level), ความสูงโครง (Frame Height), ความกว้างทางเดิน (Aisle Width) และการเลือกประเภทชั้นวางให้เหมาะกับการหยิบ (Selective / Double Deep / Drive-in / VNA / Radio Shuttle) ทำให้เก็บพาเลทได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม ลดการเช่าคลังเพิ่ม และเพิ่มความเร็วการจัดการสินค้าเมื่อจัดโซนและวางสินค้าแบบ ABC
ถ้าคลังของคุณ “พื้นที่พื้นเท่าเดิม แต่ของเพิ่มขึ้นทุกเดือน” วิธีที่คุ้มที่สุดมักไม่ใช่การขยายคลังทันที แต่คือการ ใช้ความสูงของอาคารให้เต็มประสิทธิภาพ เพราะหลายคลังมีพื้นที่ว่างด้านบนอีกมากที่ยังไม่ได้ใช้
ชั้นวางพาเลท (Pallet Racking) ถูกออกแบบมาเพื่อวางสินค้าเป็นพาเลทและ “ซ้อนแนวสูงอย่างปลอดภัย” ด้วยโครงสร้างเสา–คานที่รับน้ำหนักได้จริง พร้อมกำหนดช่องวางตามขนาดพาเลทและรถยก ทำให้คุณเพิ่มจำนวนพาเลทได้แบบวัดผลเป็นตัวเลข
1) หลักการเพิ่มพื้นที่แนวสูง: เพิ่ม “ชั้น” แทนเพิ่ม “ตารางเมตร”
การเก็บของบนพื้น (Floor Stacking) จะติดข้อจำกัดเร็วมาก:
-
ซ้อนได้ไม่สูงเพราะเสี่ยงยุบ/เสียรูป
-
หยิบยาก เสี่ยงล้ม
-
คุมล็อต/FIFO ยาก
แต่ชั้นวางพาเลททำให้คุณ:
-
เพิ่ม จำนวนระดับชั้น (Beam Levels) ได้ตามความสูงอาคาร
-
คุมระยะปลอดภัย (Clearance) ระหว่างพาเลทกับคาน/สปริงเกลอร์
-
วางได้เป็นช่อง (Bay) ชัดเจน นับสต็อกง่าย
สรุป: พื้นที่เท่าเดิม แต่ “จำนวนพาเลท” เพิ่มได้หลายเท่า
2) ปัจจัย 5 อย่างที่ทำให้ชั้นวาง “เก็บได้สูงและเยอะ” จริง
2.1 ความสูงอาคาร + ระยะเผื่อระบบอาคาร
ต้องเผื่อพื้นที่ให้ไฟ/ท่อ/สปริงเกลอร์/คานอาคาร เพื่อให้ยกพาเลทได้ปลอดภัย
2.2 ขนาดพาเลทและความสูงรวมสินค้า
ความสูงรวม “พาเลท + สินค้า + ฟิล์มพัน” จะกำหนดได้เลยว่าคุณใส่ได้กี่ชั้น
2.3 ประเภทรถยกและความสูงยก
รถยก (Forklift/Reach Truck) มีผลต่อ:
-
ความสูงยกสุด
-
ความกว้างทางเดินที่ต้องใช้
-
ความเร็วในการหยิบ
2.4 ความกว้างทางเดิน (Aisle)
-
ทางเดินกว้าง = เข้าง่าย แต่กินพื้นที่
-
ทางเดินแคบ (VNA) = เพิ่มจำนวนแถวเก็บได้มากขึ้น แต่ต้องใช้รถเฉพาะทาง
2.5 เลือกประเภทชั้นวางให้เหมาะ “ความหนาแน่น” กับ “ความเร็วหยิบ”
นี่คือจุดที่ทำให้เพิ่มพื้นที่แนวสูงได้แบบคุ้มสุด
3) ประเภทชั้นวางพาเลทที่ช่วยเพิ่มพื้นที่แนวสูง (เลือกให้ตรงคลัง)
3.1 Selective Rack (เข้าถึงทุกพาเลท)
-
หยิบเร็ว ยืดหยุ่นสูง
-
เหมาะ SKU เยอะ หมุนเวียนบ่อย
แต่ความหนาแน่นการเก็บจะน้อยกว่าระบบที่ลดทางเดิน
3.2 Double Deep (เพิ่มความหนาแน่นโดยลดทางเดินบางส่วน)
-
เก็บได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม
-
เหมาะสินค้าที่มีล็อต/พาเลทซ้ำๆ พอสมควร
3.3 Drive-in / Drive-through (เก็บหนาแน่นสูง)
-
รถยกเข้าไปในช่องชั้นวาง ลดทางเดิน
-
เหมาะสินค้าชนิดเดียวจำนวนมาก (Bulk)
ข้อควรคิด: การเข้าถึงแต่ละพาเลทไม่อิสระเท่า Selective
3.4 VNA (Very Narrow Aisle)
-
ลดความกว้างทางเดินมาก ทำให้เพิ่มจำนวนแถวชั้นวางได้
-
เหมาะคลังที่ต้องการ “เพิ่มพาเลทต่อ ตร.ม.” สูงๆ
3.5 Radio Shuttle (กึ่งอัตโนมัติ เพิ่มความหนาแน่น + ลดเวลา)
-
เหมาะคลังที่ต้องการเก็บลึกและหยิบเร็วกว่า Drive-in
-
ลดการขับรถยกเข้าไปลึก เพิ่มความปลอดภัย
4) วิธีคิดแบบง่าย: “เพิ่มพาเลท” ได้จาก 3 คันโยก
-
เพิ่มจำนวนชั้นแนวสูง (ใช้ความสูงอาคาร)
-
เพิ่มจำนวนแถวชั้นวาง (ลดทางเดินด้วย VNA/การจัด Layout)
-
เพิ่มความลึกการเก็บ (Double deep/Drive-in/Shuttle)
ทริค: ถ้าคลังคุณ SKU เยอะ → เริ่มที่ Selective + จัด ABC + ปรับ Layout ก่อน
ถ้าคลังคุณเป็นสินค้าซ้ำจำนวนมาก → เล็งระบบเก็บหนาแน่น (Drive-in / Shuttle)
5) คลังในไทยควรเริ่มแบบไหนให้คุ้ม
-
กรุงเทพฯ/ปริมณฑล ค่าเช่าคลังสูง: เน้นเพิ่มแนวสูง + ลดทางเดิน (Layout สำคัญมาก)
-
ชลบุรี/ระยอง/ฉะเชิงเทรา (EEC) คลังโรงงาน/ซัพพลายเชน: เน้นแยกโซนวัตถุดิบ–WIP–สำเร็จรูป และเลือก Rack ตามรอบการหมุนเวียน
-
อยุธยา/ปทุมธานี คลังกระจายสินค้า: เน้นหยิบเร็ว + รองรับหลาย SKU (Selective/VNA ผสม)
FAQ (คำถามพบบ่อย)
Q1: ชั้นวางพาเลทเพิ่มพื้นที่ได้จริงกี่เท่า?
A: ขึ้นกับความสูงอาคาร, จำนวนชั้น, และการกินพื้นที่ทางเดิน แต่โดยหลักการ “เปลี่ยนพื้นที่ว่างด้านบนให้เป็นที่เก็บ” ทำให้จำนวนพาเลทเพิ่มขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับวางกองบนพื้น
Q2: ถ้าอยากเก็บได้เยอะที่สุด ต้องเลือกแบบไหน?
A: ระบบเก็บหนาแน่น เช่น Drive-in หรือ Shuttle จะเก็บได้หนาแน่นกว่า แต่ต้องแลกกับความยืดหยุ่นการเข้าถึงพาเลท (เหมาะสินค้าซ้ำจำนวนมาก)
Q3: ทำไมบางคลังทำชั้นสูงแล้วหยิบช้าลง?
A: มักเกิดจาก Layout ไม่ดี, ทางเดินไม่เหมาะกับรถยก, หรือไม่ได้จัด ABC ทำให้รถยกวิ่งไกลและกลับตัวบ่อย
Q4: ชั้นวางพาเลทต้องดูเรื่องความปลอดภัยอะไรบ้าง?
A: ต้องดูโหลดต่อชั้น/ต่อช่อง, การยึดพื้น, อุปกรณ์กันชน/กันชนเสา, ระยะปลอดภัยใต้สปริงเกลอร์ และตรวจสภาพชั้นวางสม่ำเสมอ
Q5: คลัง SME ควรเริ่มจากแบบไหนก่อน?
A: ส่วนใหญ่เริ่มจาก Selective Rack เพราะยืดหยุ่นสูง ปรับได้ง่าย แล้วค่อยเพิ่มโซนเก็บหนาแน่นสำหรับสินค้าขายดี/สต็อกเยอะ
Q6: ต้องมี WMS ไหมถึงจะคุ้ม?
A: ถ้า SKU เยอะและหยิบหลายออเดอร์/วัน WMS ช่วยลดหยิบผิดและใช้พื้นที่ได้คุ้มขึ้น แต่เริ่มต้นอย่างน้อยควรมี Location ชัดเจน
ชั้นวางพาเลทช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บแนวสูงโดยใช้ความสูงอาคารให้คุ้ม เพิ่มจำนวนชั้นและลดพื้นที่ทางเดินด้วยการจัด Layout และเลือกชนิดชั้นวาง (Selective, Double Deep, Drive-in, VNA, Shuttle) พร้อม FAQ และแนวทางใช้ในคลังไทย
#ชั้นวางพาเลท #PalletRack #IndustrialRacking #Warehouse #คลังสินค้า #SelectiveRack #DriveInRack #DriveThroughRack #DoubleDeepRack #PushBackRack #PalletFlow #FIFO #LIFO #PalletShuttle #ASRS #StackerCrane #4WayShuttle #Logistics #WarehouseSafety #SmartWarehouse #โรงงานอุตสาหกรรม
-
💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE
👉 https://page.line.me/002dihds - 💬 Facebook Fanpage
👉 https://www.facebook.com/hachiko.safety/
-
🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม
👉https://hachikosafety.com/pages/installation-rack - 📦 ดูสินค้า ชั้นวางพาเลท ชั้นวางเหล็ก ชั้นวางของเหล็ก ชั้นวางอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/ชั้นวางพาเลท

