รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานช่าง/โรงงาน/คลังสินค้า ควรเลือกคุณสมบัติอะไร? (คู่มือเลือกให้ปลอดภัยและคุ้มที่สุด)
รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานช่าง โรงงาน และคลังสินค้า ควรเลือกจากคุณสมบัติหลัก เช่น หัวเหล็กหรือหัวคอมโพสิตกันกระแทก พื้นกันลื่น (SRC) พื้นกันน้ำมัน กันตะปูทะลุ (Midsole) และรองรับแรงกระแทกที่ส้นเท้า รวมถึงควรเลือกตามมาตรฐาน S1, S1P, S2 หรือ S3 เพื่อให้เหมาะกับสภาพหน้างาน เช่น พื้นเปียก พื้นมัน หรือมีของหนักตกหล่นบ่อย การเลือกไซซ์ที่พอดีและน้ำหนักรองเท้าที่ไม่หนักเกินไปยังช่วยลดอาการปวดเท้าและเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานระยะยาว
รองเท้าเซฟตี้ (Safety Shoes) เป็นอุปกรณ์ PPE ที่จำเป็นสำหรับงานช่าง งานโรงงาน และงานคลังสินค้า เพราะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อย เช่น ของตกใส่เท้า การลื่นล้ม ตะปูตำ ไฟฟ้าสถิต หรือพื้นเปียกน้ำมัน หากเลือกไม่เหมาะกับประเภทงาน อาจทำให้ใส่แล้วเจ็บเท้า เหนื่อยง่าย และลดประสิทธิภาพการทำงานได้
บทความนี้จะช่วยให้คุณเลือก “รองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะกับงานจริง” โดยดูจากคุณสมบัติที่จำเป็นและมาตรฐานความปลอดภัยที่ควรรู้
ทำไมรองเท้าเซฟตี้ถึงสำคัญในงานช่าง/โรงงาน/คลังสินค้า?
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในโรงงานและคลังสินค้า ส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับ “การเดิน ยกของ และการขนย้าย” เช่น
-
พาเลทตกใส่เท้า
-
เหล็ก/เครื่องมือหล่นใส่ปลายเท้า
-
ตะปู เศษเหล็ก หรือเศษแก้วตำ
-
พื้นเปียกน้ำ น้ำมัน หรือสารเคมีทำให้ลื่น
-
รถโฟล์คลิฟท์/รถเข็นชนเท้า
-
เดินงานทั้งวันจนปวดส้นเท้า
ดังนั้นรองเท้าเซฟตี้ที่ดี ต้อง “กันอุบัติเหตุ + ใส่สบาย + ทนหน้างาน”
10 คุณสมบัติที่ต้องดู ก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้ให้เหมาะกับงานจริง
1) หัวรองเท้า (Toe Cap) กันกระแทก
เป็นจุดสำคัญที่สุด เพราะของหนักมักตกใส่ “ปลายเท้า” ก่อนเสมอ
หัวรองเท้าแบ่งเป็น 3 แบบหลัก:
-
หัวเหล็ก (Steel Toe) แข็งแรง ราคาคุ้ม
-
หัวคอมโพสิต (Composite Toe) เบากว่า ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า
-
หัวอลูมิเนียม (Aluminium Toe) เบา แต่ราคาสูงกว่า
✅ งานโรงงาน/คลังสินค้า แนะนำหัวคอมโพสิตหรือหัวเหล็ก
เพราะรองรับแรงกระแทกสูง เหมาะกับงานยกของหนัก
2) พื้นกันลื่น (Slip Resistant SRC)
พื้นกันลื่นคือสิ่งที่ช่วยลดอุบัติเหตุ “ลื่นล้ม” ซึ่งเป็นเคสที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด
มาตรฐานที่ควรเลือก:
-
SRC = กันลื่นดีที่สุด (ทดสอบทั้งพื้นน้ำ + น้ำมัน)
📌 ถ้าทำงานคลังสินค้า หรือพื้นที่มีน้ำมัน/น้ำหกบ่อย ควรเลือก SRC เท่านั้น
3) พื้นกันตะปูทะลุ (Anti-Puncture Midsole)
สำหรับงานที่มีเศษเหล็ก ตะปู เศษไม้ หรือพื้นไซต์งาน
ชนิดของแผ่นกันทะลุ:
-
Steel Midsole แข็งแรงมาก
-
Kevlar / Fabric Midsole เบา ใส่สบาย ยืดหยุ่น
✅ งานช่าง/ไซต์งาน/คลังสินค้า แนะนำรองเท้าแบบ S1P หรือ S3
เพราะมีระบบกันตะปูทะลุในตัว
4) กันไฟฟ้าสถิต (ESD / Anti-Static)
ในโรงงานหลายแห่งมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องจักรที่ไวต่อไฟฟ้าสถิต
ควรเลือกแบบ:
-
Anti-Static (A) ป้องกันไฟฟ้าสถิตพื้นฐาน
-
ESD ป้องกันไฟฟ้าสถิตระดับสูง เหมาะกับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์
📌 ถ้าเป็นโรงงาน PCB, เครื่องจักรอัตโนมัติ, ห้องคลีนรูม → เลือก ESD จะดีที่สุด
5) กันน้ำ (Water Resistant / Waterproof)
รองเท้าเซฟตี้บางรุ่นกันกระแทกดี แต่ถ้าโดนน้ำบ่อยจะพังเร็ว
-
งานทั่วไป → กันน้ำระดับ S2
-
งานเปียกชื้น / ฝน / ล้างพื้น → เลือก S3 หรือ Waterproof
6) พื้นกันน้ำมันและสารเคมี (Oil Resistant)
งานโรงงานส่วนมากมีน้ำมันหล่อลื่น จาระบี หรือสารเคมีอ่อนๆ
ถ้าไม่เลือกพื้นกันน้ำมัน:
-
พื้นจะเสื่อมเร็ว
-
ลื่นง่าย
-
อายุการใช้งานสั้น
แนะนำเลือกพื้น PU/TPU หรือพื้นมาตรฐานกันน้ำมัน
7) ดูดซับแรงกระแทก (Shock Absorption)
คนที่เดินในคลังทั้งวันจะรู้เลยว่า “รองเท้าแข็ง = ปวดเท้า”
รองเท้าเซฟตี้ที่ดีควรมี:
-
แผ่นรองส้นเท้า
-
Insole หนานุ่ม
-
รองรับแรงกระแทก (Heel energy absorption)
เหมาะมากกับงาน:
-
คลังสินค้า
-
งานเดินตรวจ QC
-
งานจัดเรียงสินค้า
-
งานโลจิสติกส์
8) น้ำหนักรองเท้า (เบา = ทำงานได้นาน)
รองเท้าเซฟตี้ที่หนักเกินไป ทำให้เหนื่อยเร็วและลด productivity
ทางเลือกที่ช่วยลดน้ำหนัก:
-
หัว Composite
-
พื้น EVA + Rubber
-
โครงสร้างแบบ Sport Safety
📌 งานคลังสินค้าควรเลือก “รองเท้าเซฟตี้ทรงสปอร์ต” จะเดินสบายกว่าแบบบูทหนักๆ
9) ความสูงของรองเท้า (Low Cut / Mid / Boot)
เลือกตามความเสี่ยงหน้างาน
-
Low Cut: ใส่สบาย เดินคล่อง เหมาะคลังสินค้า
-
Mid Cut: ป้องกันข้อเท้า เหมาะงานช่าง
-
Boot สูง: ป้องกันได้มาก เหมาะไซต์งานหนัก
10) มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ (S1 / S1P / S2 / S3 เลือกให้ถูก)
นี่คือหัวใจของการเลือกให้ถูกประเภทงาน
S1
-
หัวเหล็ก/หัวกันกระแทก
-
กันไฟฟ้าสถิต
-
เหมาะกับงานในอาคาร แห้ง
S1P
-
S1 + กันตะปูทะลุ
-
เหมาะกับงานช่าง / โกดัง / พื้นมีเศษวัสดุ
S2
-
S1 + กันน้ำ
-
เหมาะกับโรงงานอาหาร งานเปียกชื้น
S3 (แนะนำสุดสำหรับคลัง/โรงงานหนัก)
-
S2 + กันตะปูทะลุ + พื้นดอกลึก
-
เหมาะกับไซต์งาน คลังสินค้า พื้นลื่น/เปียก
รองเท้าเซฟตี้แบบไหนเหมาะกับงานอะไร? (เลือกง่ายแบบไม่ต้องเดา)
งานคลังสินค้า / โลจิสติกส์
แนะนำ: S1P หรือ S3
ควรมี:
-
พื้นกันลื่น SRC
-
หัวคอมโพสิต (เบา)
-
รองรับแรงกระแทก
งานโรงงานผลิตทั่วไป
แนะนำ: S1P / S2 / S3
ควรมี:
-
กันลื่น SRC
-
กันน้ำมัน
-
Anti-static หรือ ESD
งานช่าง / งานซ่อมบำรุง / งานก่อสร้าง
แนะนำ: S3
ควรมี:
-
กันตะปูทะลุ
-
หัวกันกระแทก
-
บูทหรือ Mid Cut กันข้อเท้า
วิธีเลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้ให้พอดี (สำคัญมาก)
หลายคนซื้อผิดไซซ์แล้วใส่ไม่ไหว
คำแนะนำ:
-
เผื่อ 0.5 ไซซ์ ถ้าใส่ถุงเท้าหนา
-
ทดลองเดิน 5 นาที ต้องไม่บีบนิ้ว
-
ส้นต้องไม่หลุด
-
หน้าเท้าไม่ควรถูกกด
📌 รองเท้าเซฟตี้ใส่ผิดไซซ์ = เสี่ยงลื่น/สะดุดมากขึ้น
สรุป: ถ้าจะซื้อรองเท้าเซฟตี้ให้คุ้มที่สุด ต้องดูอะไร?
ถ้าเลือกแบบง่ายที่สุด ให้จำ 5 ข้อนี้:
-
หัวรองเท้ากันกระแทก
-
พื้นกันลื่น SRC
-
กันตะปูทะลุ (S1P/S3)
-
รองรับแรงกระแทก เดินสบาย
-
เลือกตามมาตรฐาน S1/S1P/S2/S3 ให้เหมาะงาน
FAQ
Q1: รองเท้าเซฟตี้ S1P กับ S3 ต่างกันอย่างไร?
S1P จะเน้นกันตะปูทะลุและเหมาะกับงานแห้งในอาคาร ส่วน S3 จะเพิ่มคุณสมบัติกันน้ำและพื้นดอกลึก ทำให้เหมาะกับงานหนัก งานคลังสินค้า และพื้นที่เปียกหรือมีความเสี่ยงสูงกว่า
Q2: งานคลังสินค้าควรใช้รองเท้าเซฟตี้แบบไหน?
งานคลังสินค้าแนะนำรองเท้าเซฟตี้แบบ S1P หรือ S3 ที่มีพื้นกันลื่น SRC หัวกันกระแทก และรองรับแรงกระแทก เพราะต้องเดินและยกของหนักตลอดทั้งวัน
Q3: รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กกับหัวคอมโพสิต แบบไหนดีกว่า?
หัวเหล็กแข็งแรงและราคาคุ้ม ส่วนหัวคอมโพสิตมีน้ำหนักเบากว่า ใส่สบาย และไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า เหมาะกับงานที่ต้องเดินเยอะหรืออยู่ในพื้นที่มีความเสี่ยงไฟฟ้า
Q4: รองเท้าเซฟตี้จำเป็นต้องมีพื้นกันลื่น SRC ไหม?
จำเป็นมาก โดยเฉพาะงานโรงงานและคลังสินค้า เพราะพื้นมักเปียกน้ำหรือมีน้ำมัน SRC เป็นมาตรฐานกันลื่นสูงสุด ช่วยลดความเสี่ยงลื่นล้มได้ดีที่สุด
Q5: รองเท้าเซฟตี้ ESD คืออะไร?
รองเท้าเซฟตี้ ESD คือรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อลดการสะสมไฟฟ้าสถิต เหมาะกับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ห้องคลีนรูม และงานที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนไฟฟ้า
Q6: รองเท้าเซฟตี้ใส่แล้วปวดเท้าเกิดจากอะไร?
สาเหตุหลักมักมาจากไซซ์ไม่พอดี พื้นรองเท้าแข็งเกินไป หรือรองเท้าหนักเกินไป แนะนำเลือกรุ่นที่มี insole รองรับแรงกระแทก และน้ำหนักเบา
Q7: รองเท้าเซฟตี้ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่?
ควรเปลี่ยนเมื่อพื้นเริ่มสึกจนลื่น หัวรองเท้าเสียรูป หรือรองเท้าขาด/แตก เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการป้องกันลดลงและเสี่ยงอุบัติเหตุ
Q8: รองเท้าเซฟตี้กันตะปูทะลุได้จริงไหม?
ได้จริง หากรองเท้ามีแผ่นกันทะลุ (Midsole) ตามมาตรฐาน S1P หรือ S3 โดยควรเลือกแบบ Steel หรือ Kevlar ตามความเหมาะสมของงาน
#รองเท้าเซฟตี้ #SafetyShoes #รองเท้านิรภัย #รองเท้าเซฟตี้โรงงาน #รองเท้าเซฟตี้คลังสินค้า #รองเท้าเซฟตี้งานช่าง #รองเท้าหัวเหล็ก #รองเท้าESD #PPE #อุปกรณ์เซฟตี้ #ความปลอดภัยในโรงงาน #งานคลังสินค้า #งานโลจิสติกส์ #รองเท้ากันลื่น #รองเท้ากันตะปูทะลุ #HachikoSafety
-
💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE
👉 https://page.line.me/002dihds - 💬 Facebook Fanpage
👉 https://www.facebook.com/hachiko.safety/
- 📦 รองเท้าเซฟตี้ทั้งหมด
👉 https://hachikosafety.com/pages/รองเท้าเซฟตี้
- 📦 รองเท้าและอุปกรณ์เซฟตี้
👉 https://hachikosafety.com/pages/อุปกรณ์เซฟตี้สำหรับคลังสินค้า

