เลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้อย่างไรให้พอดี ไม่กัด ไม่หลวม ใส่สบายทั้งวัน

เลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้อย่างไรให้พอดี ไม่กัด ไม่หลวม ใส่สบายทั้งวัน
17 กุมภาพันธ์ 2026

เลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้อย่างไรให้พอดี ไม่กัด ไม่หลวม ใส่สบายทั้งวัน

การเลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้ให้พอดีต้องวัดความยาวเท้าและความกว้างเท้าในช่วงเย็น เนื่องจากเท้าจะขยายระหว่างวัน จากนั้นเทียบตารางไซซ์ของแบรนด์โดยเผื่อปลายเท้าประมาณ 0.5–1 ซม. เพื่อป้องกันการชนหัวรองเท้าและลดการกัดของรองเท้า ควรทดลองใส่พร้อมถุงเท้าทำงานจริง เดินและงอเท้าเพื่อเช็กจุดกดทับ โดยรองเท้าที่พอดีจะไม่หลวมที่ส้น ไม่บีบนิ้ว ไม่กดหน้าเท้า และมีพื้นที่ปลายนิ้วขยับได้เล็กน้อย หากเลือกผิดไซซ์ รองเท้าจะกัด เจ็บส้น ปวดนิ้ว และเกิดการบาดเจ็บสะสมได้ โดยเฉพาะรองเท้าเซฟตี้ที่มีหัวเหล็กหรือหัวคอมโพสิต


ทำไมรองเท้าเซฟตี้ “ต้องเลือกไซซ์ให้เป๊ะ” มากกว่ารองเท้าปกติ?

รองเท้าเซฟตี้ต่างจากรองเท้าทั่วไป เพราะมีโครงสร้างเสริมความปลอดภัย เช่น

  • หัวเหล็ก / หัวคอมโพสิต (Toe Cap)

  • แผ่นกันทะลุ (Midsole)

  • พื้นกันลื่น

  • โครงรองรับแรงกระแทก

ถ้าไซซ์ไม่พอดี จะทำให้เกิดปัญหาได้ทันที เช่น
❌ กัดส้น / กัดข้อเท้า
❌ นิ้วชนหัวเหล็ก
❌ ปวดฝ่าเท้าและปวดหลัง
❌ เดินนานแล้วพอง แตก เล็บเขียว
❌ เสี่ยงลื่นหรือสะดุดเพราะรองเท้าหลวม


วิธีเลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้ให้พอดี ไม่กัด ไม่หลวม (Step by Step)

1) วัดเท้า “ช่วงเย็น” เท่านั้น

ช่วงเย็น (หลังเดิน/ทำงาน) เท้าจะขยายมากสุด
ถ้าวัดตอนเช้า → มักได้ไซซ์เล็กเกินจริง

📌 แนะนำวัดช่วงเวลา 17:00–21:00


2) วัดทั้ง “ความยาว” และ “ความกว้าง”

หลายคนพลาดเพราะวัดแค่ความยาว แต่รองเท้าเซฟตี้บางรุ่นหน้าแคบ

วิธีวัดง่ายๆ

  1. วางกระดาษบนพื้น

  2. ยืนลงไปเต็มน้ำหนัก

  3. ขีดปลายส้น และปลายนิ้วยาวสุด

  4. วัดระยะเป็นเซนติเมตร

  5. วัดความกว้างตรงบริเวณหน้าเท้าที่กว้างที่สุด

✅ ได้ค่า: ความยาวเท้า + ความกว้างเท้า


3) เผื่อปลายเท้า 0.5–1 ซม.

รองเท้าเซฟตี้ควรเผื่อปลายเท้าเพื่อให้เดินทั้งวันได้ไม่ชนหัวเหล็ก

📌 สูตรง่าย
ไซซ์ที่ควรเลือก = ความยาวเท้า + 0.5 ถึง 1 ซม.

ตัวอย่าง

  • เท้ายาว 26.0 ซม.
    → ควรเลือกไซซ์ที่รองรับ 26.5–27.0 ซม.


4) ใส่พร้อมถุงเท้าทำงานจริง

ถุงเท้าทำงานจะหนากว่าถุงเท้าปกติ
ถ้าลองแบบถุงเท้าบาง → ซื้อไปใส่จริงอาจคับทันที

✅ แนะนำถุงเท้า Work Sock / ถุงเท้าหนาแบบเซฟตี้


5) เช็ก “ส้นไม่หลุด” คือสำคัญที่สุด

ลองเดินแล้วสังเกตว่า

  • ส้นหลุดไหม

  • มีช่องว่างด้านหลังเยอะไหม

รองเท้าที่ดีควร “ล็อกส้น” แน่น แต่ไม่กดเจ็บ

📌 ถ้าส้นหลุด = หลวมเกินไป
เสี่ยงลื่นล้มและเดินแล้วปวดเท้า


6) เช็กหน้าเท้า ไม่บีบ ไม่ชาชนหัวเหล็ก

ลองขยับนิ้วเท้า

  • ต้องขยับได้เล็กน้อย

  • ไม่ชนหัวเหล็ก/หัวคอมโพสิต

  • ไม่กดข้างนิ้วโป้งหรือนิ้วก้อย

📌 ถ้านิ้วชนหัวเหล็ก = ไซซ์เล็กเกิน
ใส่ทำงานทั้งวันจะเจ็บมากและเล็บเขียวได้


7) ลองงอเท้า/ย่อเข่า/เดินขึ้นลง

รองเท้าเซฟตี้ที่ดีต้องไม่กัดตอน “งอเท้า” เพราะทำงานจริงต้องเดินและย่อตัวตลอดเวลา

เช็ก 3 จุดที่กัดบ่อย

  • ส้นเท้า

  • ข้อเท้า

  • หลังเท้า/หน้าแข้ง


เลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้ผิด ส่งผลเสียอะไรบ้าง?

ถ้าเลือกเล็กเกินไป (คับ)

  • นิ้วชนหัวเหล็ก

  • เกิดแผลพุพอง

  • ปวดหน้าเท้า

  • เล็บดำ/เล็บเขียว

  • ปวดหลังและปวดเข่า

ถ้าเลือกใหญ่เกินไป (หลวม)

  • ส้นหลุด เดินไม่มั่นคง

  • เกิดการเสียดสีจนกัด

  • เสี่ยงสะดุด ล้ม หรือพลิกข้อเท้า

  • ทำให้พื้นรองเท้าสึกผิดรูป

📌 รองเท้าหลวม “ไม่ได้สบายกว่า” แต่เสี่ยงอุบัติเหตุสูงกว่า


รองเท้าเซฟตี้บางรุ่นทำไมใส่แล้วกัด?

เพราะรองเท้าเซฟตี้มักใช้วัสดุแข็งกว่ารองเท้าทั่วไป และมีโครงสร้างเสริมความปลอดภัย

สาเหตุหลักที่ทำให้กัด เช่น

  • หน้าเท้าแคบไม่เข้ากับรูปเท้า

  • เลือกไซซ์พอดีเกินไปไม่เผื่อ

  • วัสดุยังไม่เข้ารูป (ต้อง Break-in)

  • ผูกเชือกแน่นเกิน

  • ส้นรองเท้าไม่กระชับ


เทคนิคใส่รองเท้าเซฟตี้ให้ไม่กัด (Break-in ให้เร็วขึ้น)

ถ้ารองเท้าใหม่แล้วกัดเล็กน้อย สามารถช่วยได้ด้วยวิธีนี้

✅ ใส่วันละ 1–2 ชั่วโมงก่อนเริ่มงานจริง
✅ ใช้ถุงเท้าหนา
✅ ปรับการผูกเชือกให้เหมาะ
✅ ใช้แผ่นรองพื้นเสริม (Insole)
✅ ใช้ Heel Pad กันกัดส้น

แต่ถ้ากัดหนักจนเจ็บ → แปลว่าไซซ์ผิดหรือทรงไม่เหมาะ


เลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้ออนไลน์ยังไงให้ไม่พลาด?

สำหรับคนซื้อออนไลน์ แนะนำทำตามนี้

  1. วัดเท้าตามขั้นตอนจริง

  2. เทียบตารางไซซ์ “ของแบรนด์นั้น” เท่านั้น

  3. ดูรีวิวว่า “หน้าแคบ/หน้าเท้ากว้าง”

  4. ถ้าก้ำกึ่ง ให้เลือกใหญ่ขึ้น 1 เบอร์ (ในรองเท้าเซฟตี้ส่วนมาก)

  5. เลือกร้านที่เปลี่ยนไซซ์ได้

📌 เพราะไซซ์ EU/US/CM แต่ละแบรนด์ไม่เท่ากัน


คนทำงานโรงงานในไทยควรเลือกแบบไหน?

ในพื้นที่อุตสาหกรรม เช่น

  • กรุงเทพฯ

  • สมุทรปราการ

  • ชลบุรี

  • ระยอง

  • อยุธยา

  • ปทุมธานี

มักทำงานเดินทั้งวันในคลังสินค้าและไลน์ผลิต
รองเท้าที่เหมาะควรมี

  • หน้าเท้าพอดี

  • ซัพพอร์ตอุ้งเท้า

  • พื้นกันลื่น SRC

  • น้ำหนักไม่หนักเกินไป


สรุป: เลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้ให้พอดี ต้องดูมากกว่า “เบอร์”

รองเท้าเซฟตี้ที่พอดีต้อง
✅ เผื่อปลายเท้า 0.5–1 ซม.
✅ ส้นไม่หลุด
✅ หน้าเท้าไม่บีบ
✅ นิ้วไม่ชนหัวเหล็ก
✅ ลองใส่พร้อมถุงเท้าทำงาน
✅ เดิน งอเท้า ย่อเข่าแล้วไม่กัด

ถ้าทำครบนี้ โอกาสกัดหรือหลวมจะลดลงมาก และใส่ทำงานได้สบายตลอดวัน


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้

Q1: รองเท้าเซฟตี้ควรเผื่อไซซ์ไหม?

ควรเผื่อปลายเท้า 0.5–1 ซม. เพื่อป้องกันนิ้วชนหัวเหล็กและรองรับการขยายตัวของเท้าระหว่างวัน


Q2: ทำไมใส่รองเท้าเซฟตี้แล้วนิ้วชนหัวเหล็ก?

เกิดจากเลือกไซซ์เล็กเกินไป หรือเผื่อปลายเท้าไม่พอ ทำให้เดินแล้วนิ้วไถลไปชน Toe Cap


Q3: ถ้ารองเท้าเซฟตี้หลวม แก้ได้ไหม?

แก้ได้บางส่วน เช่น เปลี่ยนแผ่นรองพื้นหนาขึ้น หรือใส่ถุงเท้าหนา แต่ถ้าส้นหลุดมากควรเปลี่ยนไซซ์


Q4: รองเท้าเซฟตี้กัดส้นเกิดจากอะไร?

มักเกิดจากไซซ์ใหญ่เกินไป ส้นไม่ล็อก หรือรองเท้ายังใหม่และแข็ง ควรเช็กขนาดและใช้ Heel Pad ช่วย


Q5: วัดไซซ์รองเท้าเซฟตี้ด้วยตัวเองยังไง?

ยืนบนกระดาษ ขีดปลายส้นและปลายนิ้ว วัดเป็นเซนติเมตร แล้วบวกเผื่อ 0.5–1 ซม. ก่อนเทียบตารางไซซ์ของแบรนด์


Q6: รองเท้าเซฟตี้แต่ละแบรนด์ไซซ์เท่ากันไหม?

ไม่เท่ากัน เพราะแต่ละแบรนด์มีทรงรองเท้า (Last) ต่างกัน ควรดูตารางไซซ์และรีวิวของรุ่นนั้นก่อนซื้อ


Q7: คนหน้าเท้ากว้างควรเลือกไซซ์ยังไง?

ควรเลือกรุ่น Wide Fit หรือเลือกรุ่นที่หน้าเท้ากว้างโดยธรรมชาติ และไม่ควรฝืนใส่ทรงหน้าแคบเพราะจะบีบและปวดเท้า


Q8: รองเท้าเซฟตี้ต้องลองเดินนานแค่ไหนก่อนตัดสินใจซื้อ?

อย่างน้อยควรลองเดิน 3–5 นาที งอเท้า ย่อเข่า และลองเดินขึ้นลง เพื่อเช็กว่ามีจุดกดทับหรือกัดหรือไม่

#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้านิรภัย #เลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้
#รองเท้าเซฟตี้ไม่กัด #รองเท้าเซฟตี้ไม่หลวม #SafetyShoes
#PPE #อุปกรณ์เซฟตี้ #ความปลอดภัยในโรงงาน #คลังสินค้า
#โรงงานสมุทรปราการ #โรงงานชลบุรี #โรงงานระยอง #โรงงานอยุธยา
#รองเท้าเซฟตี้ของแท้ #รองเท้ากันลื่น #รองเท้าหัวเหล็ก #หัวคอมโพสิต

รองเท้าเซฟตี้

เลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้อย่างไรให้พอดี ไม่กัด ไม่หลวม ใส่สบายทั้งวัน

อ่านต่อ
Rack

Rack ราคาแตกต่างกันเพราะอะไร? ปัจจัยที่ทำให้คุ้ม/ไม่คุ้ม ก่อนตัดสินใจซื้อ

อ่านต่อ
หน้ากากกันสารเคมีมีกี่ประเภท? และแต่ละแบบต่างกันยังไง

หน้ากากกันสารเคมีมีกี่ประเภท? และแต่ละแบบต่างกันยังไง

อ่านต่อ
ASRS

ASRS กับความปลอดภัยในคลังสินค้า ลดอุบัติเหตุและความเสียหายได้อย่างไร

อ่านต่อ
ชั้นวางพาเลท

ราคาชั้นวางพาเลทคิดจากอะไรบ้าง (ความสูง โหลด พื้นที่ อุปกรณ์เสริม)

อ่านต่อ
ASRS

ต้นทุนการติดตั้ง ASRS คุ้มค่าหรือไม่ เมื่อเทียบกับผลตอบแทนระยะยาว

อ่านต่อ
คลังอัตโนมัติช่วยเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการจัดส่งได้ยังไง?

คลังอัตโนมัติช่วยเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการจัดส่งได้ยังไง?

อ่านต่อ
ติดตั้งชั้นวาง

บริการติดตั้งชั้นวางสินค้า: ขั้นตอนงานตั้งแต่สำรวจหน้างานถึงส่งมอบ (ครบจบแบบมืออาชีพ)

อ่านต่อ