ชั้นลอยน็อคดาวน์ต้องขออนุญาตไหม? ต้องมีวิศวกรหรือไม่

ชั้นลอยน็อคดาวน์ต้องขออนุญาตไหม? ต้องมีวิศวกรหรือไม่
20 สิงหาคม 2026

ชั้นลอยน็อคดาวน์ต้องขออนุญาตไหม?

คำตอบสั้น ๆ คือ มีโอกาสต้องขออนุญาตสูง โดยเฉพาะชั้นลอยน็อคดาวน์ในโกดัง โรงงาน หรือคลังสินค้าที่เพิ่มพื้นที่ใช้งานและมีโครงสร้างเสา-คานใหม่

คำว่า “น็อคดาวน์” หรือ “ถอดประกอบได้” ไม่ได้ทำให้ได้รับยกเว้นกฎหมายควบคุมอาคารโดยอัตโนมัติ สิ่งที่ต้องพิจารณาคือลักษณะของโครงสร้าง พื้นที่ที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มเสาหรือคาน น้ำหนักที่กระทำต่ออาคารเดิม และประเภทของอาคาร

ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2528) การเพิ่มหรือลดพื้นที่พื้นของชั้นหนึ่งชั้นใด ไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน เป็นหนึ่งในกรณีที่ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร ดังนั้นชั้นลอยสำหรับโกดังที่มีพื้นที่หลายสิบหรือหลายร้อยตารางเมตรและมีเสา-คานของตัวเอง จึงมักไม่อยู่ในข้อยกเว้นนี้ และควรตรวจสอบการขออนุญาตกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนติดตั้ง

ส่วนเรื่อง วิศวกร หากงานเข้าข่ายวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม จะต้องให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมที่มีใบอนุญาตและขอบเขตเหมาะสมรับผิดชอบงาน โดยกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 กำหนดประเภทงานโยธาควบคุมไว้หลายกรณี เช่น อาคารบางขนาด คลังสินค้าที่มีความจุตั้งแต่ 100 ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป งานเสริมความมั่นคงของโครงสร้าง และงานดัดแปลงบางลักษณะ

สรุปง่าย ๆ: ถ้าจะทำชั้นลอยน็อคดาวน์ขนาดใช้งานจริงในโรงงานหรือคลังสินค้า อย่าตัดสินจากคำว่า “น็อคดาวน์” ว่าไม่ต้องขออนุญาต ควรให้วิศวกรตรวจสอบและนำแบบไปตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อนสั่งผลิต

ชั้นลอยน็อคดาวน์

ชั้นลอยน็อคดาวน์คืออะไร?

ชั้นลอยน็อคดาวน์ หรือ Knockdown Mezzanine Floor คือโครงสร้างพื้นยกระดับที่ผลิตชิ้นส่วน เช่น เสา คาน บันได ราวกันตก และพื้น มาประกอบที่หน้างาน โดยทั่วไปสามารถถอดประกอบ ปรับ Layout หรือย้ายตำแหน่งได้ง่ายกว่าชั้นลอยคอนกรีตถาวร

ในโรงงานและคลังสินค้ามักนำมาใช้สำหรับ

  • เพิ่มพื้นที่เก็บสินค้า

  • ทำพื้นที่ Picking

  • เก็บอะไหล่หรือวัตถุดิบ

  • ทำพื้นที่ Packing

  • ทำสำนักงานภายในโกดัง

  • แบ่งพื้นที่ทำงานเป็น 2 ระดับ

  • เพิ่ม Capacity โดยไม่ขยายอาคารในแนวราบ

อย่างไรก็ตาม ถอดได้ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโครงสร้าง

ชั้นลอยยังมีน้ำหนักของตัวเอง มีคนเดิน มีสินค้า มีเครื่องมือ และถ่ายแรงลงสู่เสา ฐาน และพื้นอาคารเดิม จึงต้องพิจารณาทั้งกฎหมายและหลักวิศวกรรมควบคู่กัน


คำว่า “น็อคดาวน์” ไม่ใช่ข้อยกเว้นตามกฎหมาย

นี่เป็นจุดที่เจ้าของโกดังหลายแห่งเข้าใจผิด

บางคนคิดว่า

“ไม่ได้เทปูน ไม่ได้เชื่อมกับตัวอาคาร และถอดออกได้ แบบนี้ไม่ถือว่าต่อเติม”

แต่หลักกฎหมายไม่ได้พิจารณาเฉพาะว่าโครงสร้างสามารถถอดได้หรือไม่

กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2528) ระบุกรณีที่ ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร ไว้โดยเฉพาะ เช่น การขยายพื้นที่พื้นไม่เกิน 5 ตารางเมตรโดยไม่เพิ่มหรือลดเสาหรือคาน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงบางส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างและไม่เพิ่มน้ำหนักแก่โครงสร้างเดิมเกินเกณฑ์ที่กำหนด

ดังนั้นหากสร้างชั้นลอยขนาด

  • 20 ตร.ม.

  • 50 ตร.ม.

  • 100 ตร.ม.

  • 500 ตร.ม.

พร้อมเสา คาน บันได และพื้นที่ใช้งานจริง ย่อมแตกต่างจากการปรับปรุงเล็กน้อยภายในอาคารอย่างชัดเจน


แล้วชั้นลอยน็อคดาวน์แบบไหน “ต้องขออนุญาต”?

ไม่ควรฟันธงจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ให้ดู ลักษณะงานจริง

ตารางนี้ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ง่ายขึ้น

ลักษณะงาน แนวโน้มเรื่องการขออนุญาต
เพิ่มพื้นที่พื้นไม่เกิน 5 ตร.ม. และไม่เพิ่ม/ลดเสาหรือคาน อาจเข้าข้อยกเว้น
เพิ่มพื้นที่พื้นเกิน 5 ตร.ม. ควรตรวจสอบการขออนุญาต
สร้างชั้นลอยพร้อมเสาและคานใหม่ มีแนวโน้มเข้าข่ายดัดแปลง/ก่อสร้าง
ชั้นลอย 50–500 ตร.ม. ภายในโกดัง ควรตรวจสอบและยื่นแบบก่อนติดตั้ง
ยึดชั้นลอยเข้ากับเสาหรือคานอาคารเดิม ต้องตรวจสอบโครงสร้างอย่างละเอียด
เพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างอาคารเดิม ต้องประเมินโดยวิศวกร
ทำสำนักงานหรือพื้นที่คนทำงานบนชั้นลอย ต้องพิจารณาโครงสร้าง ทางขึ้นลง และความปลอดภัย
ทำชั้นลอยสำหรับเก็บสินค้าหนัก ต้องคำนวณ Load และโครงสร้าง
อาคารอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม อาจมีเงื่อนไขของนิคมเพิ่มเติม

หมายเหตุ: การตัดสินว่ากรณีใดต้องขออนุญาตจริงเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพื้นที่และต้องพิจารณาจากแบบ ลักษณะอาคาร และกฎหมายท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องด้วย การขออนุญาตดัดแปลงอาคารตามมาตรา 21 ยื่นต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อาคารตั้งอยู่


ถ้าทำชั้นลอยเกิน 5 ตารางเมตร แปลว่าต้องขออนุญาตทุกกรณีไหม?

ควรอธิบายให้แม่นว่า 5 ตารางเมตรเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของข้อยกเว้น ไม่ใช่กฎเพียงข้อเดียวที่ใช้ตัดสินทุกกรณี

กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวกำหนดว่า การลดหรือขยายพื้นที่พื้นของชั้นหนึ่งชั้นใดรวมกัน ไม่เกิน 5 ตารางเมตร และ ไม่มีการเพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร

เพราะฉะนั้น หากชั้นลอยมีพื้นที่เกิน 5 ตารางเมตร หรือมีเสาและคานเพิ่มขึ้น ก็ไม่ควรอาศัยข้อยกเว้นนี้แล้วสรุปเองว่า “ไม่ต้องขอ”

โดยเฉพาะชั้นลอยอุตสาหกรรมที่มักมีพื้นที่มากกว่า 5 ตารางเมตรหลายเท่า


ชั้นลอยน็อคดาวน์ต้องมีวิศวกรหรือไม่?

คำตอบคือ ต้องดูว่างานเข้าข่าย “วิชาชีพวิศวกรรมควบคุม” หรือไม่

กฎกระทรวงกำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม พ.ศ. 2565 กำหนดงานโยธาหลายประเภทเป็นงานวิศวกรรมควบคุม ตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับโรงงานและคลังสินค้า ได้แก่

  • อาคารตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป

  • ชั้นใดชั้นหนึ่งมีความสูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป

  • ระยะระหว่างศูนย์กลางเสาหรือสิ่งรองรับตั้งแต่ 5 เมตรขึ้นไป

  • อาคารสาธารณะทุกขนาด

  • คลังสินค้า ไซโล ห้องเย็น ยุ้งฉาง หรือศูนย์กระจายสินค้าที่มีความจุตั้งแต่ 100 ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป

  • งานเสริมความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างหรือฐานราก

  • งานต่อเติมหรือดัดแปลงบางกรณีที่เปลี่ยนสัดส่วนจากแบบเดิมเกินร้อยละ 5 หรือเพิ่มน้ำหนักให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของโครงสร้างเกินร้อยละ 10

ดังนั้นสำหรับ ชั้นลอยในคลังสินค้าและโรงงานขนาดจริง การมีวิศวกรโยธาตรวจสอบ ออกแบบ และคำนวณโครงสร้างจึงเป็นเรื่องที่ควรวางไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอตรวจตอนติดตั้งเสร็จแล้ว


วิศวกรต้องคำนวณอะไรบ้าง?

ชั้นลอยไม่ได้มีเพียงคำว่า

“รับน้ำหนัก 500 กก./ตร.ม.”

แล้วจบ

วิศวกรต้องพิจารณาระบบโครงสร้างโดยรวม เช่น

1. น้ำหนักตัวโครงสร้าง

น้ำหนักจาก

  • เสา

  • คานหลัก

  • คานรอง

  • พื้น

  • บันได

  • ราวกันตก

  • Partition หรือห้องสำนักงาน


2. น้ำหนักใช้งาน

ต้องรู้ว่าจะนำชั้นลอยไปใช้ทำอะไร

เช่น

  • คนเดิน

  • Picking

  • วางกล่องสินค้า

  • วาง Rack

  • วางเครื่องจักร

  • วางพาเลท

  • ทำสำนักงาน

เพราะรูปแบบการใช้งานแต่ละประเภทสร้างภาระต่อโครงสร้างแตกต่างกัน


3. น้ำหนักที่เสาแต่ละต้นถ่ายลงพื้น

ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับชั้นลอยน็อคดาวน์

แม้พื้นโกดังจะดูหนาและแข็งแรง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำเสาชั้นลอยมาตั้งตรงไหนก็ได้

วิศวกรควรตรวจสอบว่าแรงที่ฐานเสาถ่ายลงพื้นมีความเหมาะสมหรือไม่ และจำเป็นต้องปรับขนาด Base Plate หรือเสริมฐานรองรับหรือไม่


4. ระยะ Span ของคาน

หากต้องการพื้นที่ชั้นล่างโล่งและลดจำนวนเสา ระยะ Span ของคานจะยาวขึ้น ซึ่งมีผลต่อ

  • ขนาดคาน

  • น้ำหนักเหล็ก

  • การโก่งตัว

  • ความแข็งแรง

  • ราคาของโครงสร้าง

และระยะระหว่างสิ่งรองรับตั้งแต่ 5 เมตรขึ้นไปก็เป็นหนึ่งในเกณฑ์งานวิศวกรรมโยธาควบคุมตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565


ชั้นลอยที่ไม่ยึดกับอาคารเดิม ยังต้องมีวิศวกรไหม?

คำถามนี้พบบ่อยมาก

ตัวอย่างเช่น

“ชั้นลอยตั้งเสาของตัวเองทั้งหมด ไม่ยึดกับเสาโกดังเลย”

ในแง่วิศวกรรมถือเป็นแนวทางที่ช่วยแยกระบบรับแรงจากโครงสร้างอาคารเดิมได้มากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าโครงสร้างชั้นลอยไม่ต้องคำนวณ

เพราะยังต้องตรวจสอบ

  • เสา

  • คาน

  • พื้น

  • จุดต่อ

  • Bolt

  • Base Plate

  • Anchor

  • แรงที่ถ่ายลงพื้นเดิม

  • การโก่งตัว

  • เสถียรภาพโดยรวม

และหากงานดังกล่าวมีลักษณะหรือขนาดเข้าข่ายวิศวกรรมควบคุม ก็ต้องดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่เหมาะสมตามกฎหมาย


ชั้นลอยแบบไหนควรให้วิศวกรตรวจแน่นอน?

ลักษณะชั้นลอย ควรมีวิศวกร
ชั้นลอยเล็กสำหรับวางของเบา ควรตรวจตามลักษณะจริง
ชั้นลอยคลังสินค้า ควรมี
ชั้นลอยโรงงาน ควรมี
ชั้นลอยรับน้ำหนักหลายร้อย กก./ตร.ม. ควรมี
มีคนทำงานด้านบน ควรมี
มี Rack อยู่บนชั้นลอย ควรมี
วางเครื่องจักร ควรมี
Span ยาว ควรมี
เชื่อมต่อกับอาคารเดิม ควรมีอย่างยิ่ง
ต้องยื่นขออนุญาตและเข้าข่ายงานควบคุม ต้องใช้ผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย

ชั้นลอยน็อคดาวน์

ต้องให้วิศวกร “เซ็นรับรอง” อย่างเดียวพอไหม?

ไม่ควรมองกระบวนการเป็นการหาใครมาลงลายมือชื่อหลังออกแบบเสร็จแล้ว

แนวทางที่เหมาะสมคือให้วิศวกรเข้ามาตั้งแต่ช่วง

Survey → Design → Calculation → Drawing → Review → Installation

เพราะหากโครงสร้างผลิตเสร็จไปแล้ว แต่ภายหลังพบว่า

  • เสาเล็กเกินไป

  • คาน Span ยาวเกินไป

  • จุดต่อไม่เหมาะสม

  • พื้นเดิมรับ Concentrated Load ไม่พอ

  • ตำแหน่งเสาชนระบบเดิม

  • Load ที่ลูกค้าต้องการสูงกว่าที่ออกแบบ

การแก้ไขหลังผลิตย่อมซับซ้อนกว่าการคำนวณให้ถูกตั้งแต่แรก


ขออนุญาตชั้นลอยที่ไหน?

กรณีเข้าข่ายดัดแปลงอาคาร การยื่นคำขอตามมาตรา 21 ดำเนินการต่อ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่อาคารตั้งอยู่ โดยกระบวนการมีการตรวจสอบเอกสาร สถานที่ แบบแปลน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องก่อนพิจารณาออกใบอนุญาตดัดแปลงอาคาร

อีกแนวทางหนึ่งคือการดำเนินการตาม มาตรา 39 ทวิ ซึ่งเป็นการแจ้งก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนโดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามกระบวนการปกติ แต่ต้องจัดเตรียมเอกสารและผู้ประกอบวิชาชีพตามเงื่อนไข เช่น หนังสือรับรองวิศวกร แบบแปลน และเอกสารผู้ควบคุมงานในกรณีที่กฎหมายกำหนด

จึงไม่ควรตีความคำว่า “39 ทวิ” ว่าเป็นการทำงานโดยไม่ต้องมีแบบหรือไม่มีวิศวกร


ถ้าโกดังอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมล่ะ?

หากอาคารอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรม อาจมีเอกสารและเงื่อนไขเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่

ข้อมูลบริการภาครัฐสำหรับการแจ้งดัดแปลงอาคารตามมาตรา 39 ทวิ ระบุเอกสารเกี่ยวกับ ใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมหรือส่วนขยาย สำหรับกรณีอาคารที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมด้วย

ดังนั้นก่อนสั่งผลิตควรตรวจพร้อมกันทั้ง

กฎหมายอาคาร + เงื่อนไขพื้นที่/นิคม + แบบโครงสร้าง


ทำก่อนแล้วค่อยขออนุญาตได้ไหม?

แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือ ตรวจสอบเรื่องอนุญาตและแบบก่อนเริ่มติดตั้ง

ขั้นตอนปกติของการขออนุญาตดัดแปลงอาคารประกอบด้วยการยื่นแบบ ตรวจเอกสาร ตรวจสถานที่ และพิจารณาแบบก่อนออกใบอนุญาต

หากติดตั้งก่อนแล้วพบภายหลังว่าแบบไม่ผ่านหรือขัดกับข้อกำหนด อาจต้องกลับมาแก้ไขโครงสร้าง Layout หรือรายละเอียดบางส่วน


ก่อนทำชั้นลอย ควรเตรียมข้อมูลอะไรให้วิศวกร?

เตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่แรกจะช่วยลดการแก้แบบได้มาก

ข้อมูล ตัวอย่าง
ขนาดพื้นที่ชั้นลอย 10 × 20 ม.
ระดับความสูงพื้นชั้นลอย +3.00 ม.
ความสูงอาคาร 8 ม.
การใช้งาน เก็บสินค้า
Load ที่ต้องการ 500 กก./ตร.ม.
ประเภทสินค้า กล่องอะไหล่
มี Rack บนชั้นลอยหรือไม่ มี
ขนาด Rack 2 × 0.6 × 2 ม.
น้ำหนัก Rack + สินค้า ระบุจริง
สภาพพื้นเดิม ค.ส.ล.
Drawing อาคารเดิม มี/ไม่มี
ตำแหน่งเสาอาคาร ระบุใน Layout
บันได 1–2 จุด
จำนวนผู้ใช้งาน ระบุโดยประมาณ

HowTo: วิธีเตรียมทำชั้นลอยน็อคดาวน์ให้ถูกต้องใน 6 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบแบบและใบอนุญาตอาคารเดิม

หา Drawing, As-built Drawing และใบอนุญาตเดิมของโรงงานหรือคลังสินค้า เพื่อให้ทราบว่าอาคารได้รับอนุญาตไว้ในลักษณะใด


ขั้นตอนที่ 2: กำหนดขนาดและวัตถุประสงค์ของชั้นลอย

ระบุ

  • กว้าง × ยาว

  • ความสูง

  • ใช้ทำอะไร

  • จำนวนคน

  • ประเภทสินค้า

  • น้ำหนัก

อย่าเริ่มจากคำว่า “อยากได้ชั้นลอยประมาณนี้” เพียงอย่างเดียว เพราะวัตถุประสงค์การใช้งานมีผลต่อการออกแบบ


ขั้นตอนที่ 3: ให้ผู้เกี่ยวข้องสำรวจพื้นที่จริง

ตรวจสอบ

  • พื้นอาคาร

  • เสาเดิม

  • คานเดิม

  • ประตู

  • ทางเดิน

  • ระบบดับเพลิง

  • ท่อ

  • ระบบไฟ

  • เครื่องจักร

  • จุดรับ-ส่งสินค้า


ขั้นตอนที่ 4: ให้วิศวกรออกแบบและคำนวณโครงสร้าง

กำหนด Load และออกแบบ

  • เสา

  • คาน

  • พื้น

  • จุดต่อ

  • Base Plate

  • Anchor

  • บันได

  • ราวกันตก

รวมถึงตรวจสอบผลกระทบต่อโครงสร้างและพื้นเดิม


ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบการขออนุญาตกับเจ้าพนักงานท้องถิ่น

นำข้อมูลและแบบไปตรวจสอบว่าต้องยื่นขออนุญาตตามมาตรา 21 หรือสามารถดำเนินการผ่านกระบวนการอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะเป็นผู้พิจารณาจากรายละเอียดของอาคารและโครงการจริง


ขั้นตอนที่ 6: ผลิตและติดตั้งตามแบบที่ได้รับการตรวจสอบ

หลังแบบและเอกสารพร้อมจึงเข้าสู่การผลิตและติดตั้ง โดยไม่ควรเปลี่ยน

  • ขนาดเสา

  • ขนาดคาน

  • ระยะ Span

  • ตำแหน่งเสา

  • จำนวนชั้น

  • Load

จากแบบโดยพลการ


5 จุดที่เจ้าของโกดังมักพลาด

1. คิดว่าน็อคดาวน์ = ไม่ต้องขออนุญาต

ไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะกฎหมายพิจารณาลักษณะของงาน ไม่ได้พิจารณาเพียงชื่อที่ผู้ขายเรียก


2. เลือกชั้นลอยจากราคาต่อตารางเมตรอย่างเดียว

ราคาต่อตารางเมตรจะเปรียบเทียบกันได้ก็ต่อเมื่อ Specification ใกล้เคียงกัน เช่น

  • Load เท่ากัน

  • Span เท่ากัน

  • ความสูงเท่ากัน

  • พื้นเหมือนกัน

  • Safety Equipment เหมือนกัน


3. ไม่ตรวจพื้นเดิม

เสาชั้นลอยสร้างแรงลงพื้นที่เป็นจุด หากไม่ตรวจสอบพื้นเดิมตั้งแต่แรกอาจทำให้การออกแบบไม่ครบถ้วน


4. ออกแบบก่อนรู้ว่าจะวางอะไร

คำว่า “เก็บสินค้า” ยังกว้างเกินไป

ควรรู้ว่า

  • เก็บกล่อง

  • วาง Rack

  • วาง Pallet

  • ใช้รถเข็น

  • ใช้ Pallet Truck

  • วางเครื่องจักร

เพราะ Load และลักษณะการถ่ายแรงต่างกัน


5. ติดตั้งเสร็จแล้วค่อยหาวิศวกรเซ็น

วิศวกรควรมีส่วนในขั้นตอนออกแบบและคำนวณตั้งแต่แรก โดยเฉพาะงานที่เข้าข่ายวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565


สรุป: ชั้นลอยน็อคดาวน์ต้องขออนุญาตไหม?

ถ้าเป็น ชั้นลอยน็อคดาวน์ขนาดใช้งานจริงในโกดัง โรงงาน หรือคลังสินค้า โดยมีพื้นที่เพิ่มขึ้น มีเสาและคานใหม่ และใช้สำหรับคนหรือสินค้า ไม่ควรสรุปเองว่าไม่ต้องขออนุญาตเพียงเพราะสามารถถอดประกอบได้

หลักที่ควรจำคือ

พื้นที่เพิ่ม → ตรวจเรื่องดัดแปลงอาคาร
มีโครงสร้าง → ตรวจเรื่องวิศวกรรม
มีสินค้า/คนใช้งาน → ต้องกำหนด Load ให้ชัด
มีอาคารเดิม → ตรวจผลกระทบต่อพื้นและโครงสร้างเดิม
ก่อนผลิต → ตรวจสอบกับเจ้าพนักงานท้องถิ่น

สำหรับข้อยกเว้นตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 การเพิ่มพื้นที่พื้นไม่เกิน 5 ตารางเมตรโดยไม่เพิ่มหรือลดเสาหรือคานเป็นเพียงหนึ่งในกรณีที่ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร ไม่ใช่ข้อยกเว้นทั่วไปสำหรับชั้นลอยน็อคดาวน์ทุกประเภท

หากเป็นโครงการอุตสาหกรรม วิธีที่รอบคอบที่สุดคือ สำรวจพื้นที่ → กำหนด Load → ให้วิศวกรออกแบบ → ตรวจเรื่องอนุญาต → แล้วจึงผลิตและติดตั้ง


FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. ชั้นลอยน็อคดาวน์ต้องขออนุญาตไหม?

ขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะโครงสร้าง แต่หากเป็นชั้นลอยที่เพิ่มพื้นที่ใช้งาน มีเสาหรือคานใหม่ หรือเป็นโครงการขนาดใหญ่ในโกดังและโรงงาน ควรตรวจสอบการขออนุญาตดัดแปลงอาคารกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนติดตั้ง

2. ชั้นลอยถอดออกได้ ยังถือเป็นการดัดแปลงอาคารหรือไม่?

การถอดประกอบได้ไม่ได้เป็นเงื่อนไขยกเว้นโดยตัวมันเอง ต้องพิจารณาว่างานมีการเพิ่มพื้นที่ โครงสร้าง เสา คาน หรือน้ำหนักต่ออาคารเดิมอย่างไร

3. ชั้นลอยไม่เกิน 5 ตารางเมตรไม่ต้องขออนุญาตใช่ไหม?

กฎกระทรวงกำหนดข้อยกเว้นสำหรับการเพิ่มหรือลดพื้นที่พื้นรวมไม่เกิน 5 ตารางเมตรโดยไม่เพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน แต่ยังต้องไม่ขัดกับข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงควรดูรายละเอียดงานจริงประกอบ

4. ชั้นลอยน็อคดาวน์ต้องมีวิศวกรเซ็นหรือไม่?

หากลักษณะและขนาดงานเข้าข่ายวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม จะต้องดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

5. ชั้นลอยตั้งเสาเอง ไม่ยึดกับอาคารเดิม ต้องใช้วิศวกรไหม?

ยังควรให้วิศวกรออกแบบและตรวจสอบ เพราะเสา คาน พื้น จุดต่อ ฐานเสา และแรงที่ถ่ายลงพื้นเดิมยังเป็นส่วนสำคัญของความมั่นคงของโครงสร้าง

6. ต้องรู้ Load ก่อนออกแบบชั้นลอยหรือไม่?

ควรรู้ก่อน เพราะการใช้เป็นพื้นที่คนเดิน เก็บกล่อง วาง Rack หรือวางเครื่องจักรมีภาระต่อโครงสร้างแตกต่างกัน การกำหนดการใช้งานให้ชัดจึงเป็นข้อมูลพื้นฐานของการออกแบบ

7. ขออนุญาตชั้นลอยที่ไหน?

กรณีเข้าข่ายดัดแปลงอาคาร ให้ติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่อาคารตั้งอยู่เพื่อให้ตรวจสอบรายละเอียดและแนวทางการยื่นเอกสาร

8. ชั้นลอยในนิคมอุตสาหกรรมต้องตรวจอะไรเพิ่ม?

ควรตรวจเงื่อนไขของนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากเอกสารด้านอาคารบางกระบวนการกำหนดให้มีใบอนุญาตการใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมสำหรับกรณีที่เกี่ยวข้อง

#ชั้นลอยน็อคดาวน์ #ชั้นลอยเหล็ก #ชั้นลอยคลังสินค้า #ชั้นลอยโรงงาน #ชั้นลอยโกดัง #MezzanineFloor #KnockdownMezzanine #WarehouseMezzanine #คลังสินค้า #โรงงาน #ระบบจัดเก็บสินค้า #ออกแบบคลังสินค้า #ขออนุญาตก่อสร้าง #วิศวกรโครงสร้าง #WarehouseDesign

💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE
👉 https://page.line.me/002dihds

💬 Facebook Fanpage
👉 https://www.facebook.com/hachiko.safety/

🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ
👉 https://hachikosafety.com/pages/ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ

🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/installation-rack

📦 ดูสินค้า: ชั้นเหล็กวางของ / ชั้นวางพาเลท / ชั้นวางของเหล็ก / ชั้นวางอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/ชั้นวางของอุตสาหกรรม-ชั้นวางของเหล็ก

🛒 ดูสินค้าชั้นวางทั้งหมด
👉 https://hachikosafety.com/collections/ชั้นวางสินค้า

แถบด้านข้าง
ชั้นวางพาเลท

TOR ชั้นวางพาเลทควรระบุอะไรบ้าง? ตัวอย่างสเปกจัดซื้อ Pallet Rack

อ่านต่อ
ชั้นลอยน็อคดาวน์

ชั้นลอยน็อคดาวน์ต้องขออนุญาตไหม? ต้องมีวิศวกรหรือไม่

อ่านต่อ
ชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม

เช็กลิสต์ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนขอใบเสนอราคาชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม

อ่านต่อ
ชั้นวางสินค้า

Pallet Rack กับชั้นวางสินค้า ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี

อ่านต่อ
คลังอัตโนมัติ

คลังอัตโนมัติช่วยลดอุบัติเหตุจากการยกของและเดินหยิบสินค้าได้อย่างไร?

อ่านต่อ
ชั้นวางอุตสาหกรรม

ชั้นวางอุตสาหกรรมใหม่ VS มือสอง แบบไหนคุ้มกว่าในระยะยาว?

อ่านต่อ
ชั้นวางพาเลท

ชั้นวางพาเลทต้องเผื่อระยะรอบพาเลทเท่าไร? เช็ก Clearance ด้านข้าง ด้านบน และด้านหลัง

อ่านต่อ
ชั้นวางของอุตสาหกรรม

อายุการใช้งานชั้นวางของอุตสาหกรรมขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?

อ่านต่อ