TOR ชั้นวางพาเลทควรระบุอะไรบ้าง? ตัวอย่างสเปกจัดซื้อ Pallet Rack

TOR ชั้นวางพาเลทควรระบุอะไรบ้าง? ตัวอย่างสเปกจัดซื้อ Pallet Rack
August 20, 2026

TOR ชั้นวางพาเลทควรมีอะไรบ้าง?

TOR ชั้นวางพาเลทที่ดีไม่ควรระบุแค่ขนาด Rack และน้ำหนักรับได้ แต่ควรกำหนดข้อมูลการใช้งานจริงให้ครบ ได้แก่ ประเภทชั้นวาง ขนาดและน้ำหนักพาเลท จำนวนพาเลทต่อระดับ ความสูง Rack จำนวนระดับจัดเก็บ ขนาดทางเดิน ประเภทรถยก สภาพพื้น มาตรฐานการออกแบบ อุปกรณ์ป้องกัน การติดตั้ง ป้าย Load Notice และเอกสารคำนวณหรือ Drawing ที่ต้องส่งมอบ

แนวทางของ BS EN 15629 ซึ่งว่าด้วยการกำหนด Specification ของระบบจัดเก็บ ระบุว่าข้อมูลพื้นฐานที่ผู้ใช้งานควรส่งให้ผู้ออกแบบประกอบด้วยสถานที่และอาคาร คุณสมบัติพื้น สินค้าและพาเลท น้ำหนักที่อนุญาต รูปแบบการใช้งาน และอุปกรณ์ขนถ่าย เช่น Forklift หรือ Reach Truck

สำหรับ Adjustable Pallet Racking ยังมีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับคนละส่วนของระบบ เช่น EN 15512 สำหรับหลักการออกแบบโครงสร้าง และ EN 15620 สำหรับ Tolerance, Deformation และ Clearance ของระบบ Rack

สรุปสั้นที่สุด: TOR ที่ดีต้องทำให้ Supplier ทุกเจ้าตีราคาจาก Requirement เดียวกัน ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละเจ้าคิดขนาดเหล็ก จำนวนระดับ Load หรืออุปกรณ์ Safety กันเองแล้วนำยอดรวมมาเปรียบเทียบ

ชั้นวางพาเลท

TOR ชั้นวางพาเลทคืออะไร?

TOR หรือ Terms of Reference สำหรับชั้นวางพาเลท คือเอกสารกำหนดขอบเขต ความต้องการ และคุณสมบัติของระบบ Pallet Rack ที่ต้องการจัดซื้อ

ในทางปฏิบัติ TOR อาจใช้สำหรับ

  • ขอใบเสนอราคาจาก Supplier หลายราย

  • เปรียบเทียบราคาชั้นวางพาเลท

  • จัดซื้อภายในบริษัท

  • เปิดประมูลโครงการ

  • กำหนด Scope งานก่อสร้างคลังสินค้า

  • ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงก่อนออก Purchase Order

  • ใช้ตรวจรับงานหลังติดตั้ง

TOR ที่เขียนดีจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่า “ต้องการ Rack กี่ชุด” แต่ต้องทำให้ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า วิศวกร และ Supplier เข้าใจตรงกันว่า Rack ที่ต้องส่งมอบต้องใช้งานอย่างไร


ทำไม TOR Pallet Rack ไม่ควรเขียนแค่ “รับน้ำหนัก 2,000 กก./ชั้น”?

ตัวอย่าง TOR ที่พบได้บ่อยคือ

ชั้นวางพาเลท ขนาด 2,700 × 1,100 × 6,000 มม. รับน้ำหนัก 2,000 กก./ชั้น จำนวน 100 ชุด

อ่านแล้วดูเหมือนข้อมูลครบ แต่สำหรับการออกแบบจริงยังมีคำถามอีกหลายข้อ เช่น

  • 2,000 กก. คือ Load ต่อ Beam Level หรือทั้ง Bay?

  • วางกี่พาเลทต่อระดับ?

  • แต่ละพาเลทหนักเท่าไร?

  • พาเลทขนาดเท่าไร?

  • ความสูงรวมสินค้าเท่าไร?

  • มีกี่ Beam Levels?

  • พื้นระดับล่างวางบนพื้นหรือ Beam?

  • Rack เป็น Starter Bay หรือ Add-on Bay?

  • ใช้ Reach Truck หรือ Counterbalance?

  • ต้องมี Pallet Support หรือไม่?

  • ต้องมี Column Guard หรือไม่?

  • ต้องยึดพื้นแบบไหน?

  • ต้องออกแบบตามมาตรฐานอะไร?

ถ้า TOR ไม่ระบุ Supplier แต่ละรายอาจตีความต่างกัน ผลคือราคาอาจต่างกันมากทั้งที่ดูเผิน ๆ เหมือนกำลังซื้อสินค้าอย่างเดียวกัน


เช็กลิสต์ TOR ชั้นวางพาเลทที่ควรมี

หัวข้อ ข้อมูลที่ควรระบุ ตัวอย่าง
ประเภท Rack ระบบจัดเก็บ Selective Pallet Rack
ขนาด Rack W × D × H 2700 × 1100 × 6000 มม.
ขนาดพาเลท W × D 1000 × 1200 มม.
ความสูงสินค้า รวมพาเลท 1400 มม.
น้ำหนัก ต่อพาเลท สูงสุด 1,000 กก.
จำนวนพาเลท ต่อระดับ 2 Pallets
Beam Load ต่อระดับ 2,000 กก.
จำนวนระดับ Beam Levels 3 Beam Levels
Capacity รวม 600 Pallet Positions
Forklift รุ่น/ประเภท Reach Truck
Aisle ทางเดิน 3,000 มม.
โครงสร้าง มาตรฐานออกแบบ ระบุมาตรฐานใน TOR
Safety อุปกรณ์ป้องกัน Column Guard / End Guard
Load Notice ป้ายรับน้ำหนัก ต้องมี
Installation งานประกอบติดตั้ง รวมในราคา
Drawing เอกสาร Layout + Shop Drawing
Calculation เอกสารคำนวณ ตาม Requirement โครงการ
Warranty รับประกัน ระบุระยะเวลา
Inspection ตรวจหลังติดตั้ง ระบุใน Scope

1. ระบุประเภทชั้นวางให้ชัด

ควรเริ่ม TOR ด้วยประเภทระบบที่ต้องการ เช่น

Selective Pallet Rack

เหมาะกับงานที่ต้องเข้าถึงแต่ละพาเลทโดยตรง และเป็นระบบที่พบได้บ่อยในคลังสินค้าทั่วไป

หรือหากเป็นระบบอื่นควรระบุให้ตรง เช่น

  • Double Deep Rack

  • Drive-in Rack

  • Drive-through Rack

  • Pallet Flow Rack

  • Push Back Rack

  • Mobile Rack

  • VNA Rack

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรใช้ระบบใด สามารถเขียน TOR ในรูปแบบ Performance Specification โดยระบุ Capacity, SKU, Forklift และ Workflow แล้วให้ Supplier เสนอระบบที่เหมาะสมพร้อมเหตุผลได้


2. ระบุขนาดพาเลทก่อนกำหนดขนาด Rack

ข้อมูลนี้สำคัญมาก แต่ TOR หลายฉบับกลับเริ่มจากขนาด Rack ก่อน

ควรระบุ

ขนาดพาเลท กว้าง × ลึก × สูงรวมสินค้า

ตัวอย่าง

พาเลทขนาด 1,000 × 1,200 มม.
ความสูงรวมสินค้าและพาเลทไม่เกิน 1,400 มม.

และควรระบุประเภทของพาเลทด้วย เช่น

  • พาเลทไม้

  • พาเลทพลาสติก

  • พาเลทเหล็ก

BS EN 15629 ให้ความสำคัญกับรายละเอียด Unit Load และอุปกรณ์รองรับโหลด เช่น Pallet, Box หรือ Bin ในขั้น Specification เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการออกแบบระบบจัดเก็บ


3. ระบุน้ำหนัก “สูงสุดต่อพาเลท”

ไม่ควรให้ Supplier ออกแบบจากน้ำหนักเฉลี่ย

ตัวอย่างเช่น คลังมีสินค้า

  • พาเลท A = 450 กก.

  • พาเลท B = 700 กก.

  • พาเลท C = 950 กก.

TOR อาจกำหนดว่า

Maximum Unit Load = 1,000 kg/pallet

เพื่อให้ Requirement ชัดเจน

ถ้าหนึ่งระดับวาง 2 พาเลท จึงสามารถระบุเพิ่มเติมว่า

Maximum Load per Beam Level = 2,000 kg

แต่ทั้งสองตัวเลขควรระบุแยกกัน เพราะบอกข้อมูลคนละเรื่อง


4. ระบุจำนวนพาเลทต่อระดับ

ตัวอย่าง

จำนวนพาเลทต่อ Beam Level: 2 Pallets

หรือ

จำนวนพาเลทต่อ Beam Level: 3 Pallets

ข้อมูลนี้มีผลโดยตรงต่อ

  • ความยาว Beam

  • Load ต่อ Beam

  • จำนวน Pallet Positions

  • Layout

  • จำนวน Bay

ดังนั้นการเขียนเพียงว่า “Beam รับน้ำหนัก 3,000 กก.” โดยไม่บอกจำนวนและขนาดพาเลทจึงยังไม่สมบูรณ์


5. ระบุจำนวนระดับจัดเก็บให้ชัด

คำว่า “3 ชั้น” สามารถตีความได้หลายแบบ

วิธีเขียน TOR ที่ชัดกว่าคือ

Ground Level + 3 Beam Levels

หรือ

3 Beam Levels ไม่รวมระดับพื้น

เพราะจะทำให้การคำนวณ Capacity ไม่คลาดเคลื่อน

ตัวอย่าง Rack 1 Bay วาง 2 Pallets ต่อระดับ

Configuration จำนวน Pallet Positions
Ground + 2 Beam Levels 6
Ground + 3 Beam Levels 8
Ground + 4 Beam Levels 10

จุดนี้มีผลกับราคาค่อนข้างมาก เพราะจำนวน Beam, Connector และอุปกรณ์ประกอบเปลี่ยนตามจำนวนระดับ


6. ระบุความสูงของ Beam Level

ถ้าทราบ Layout อยู่แล้ว ควรกำหนดระดับ Beam เช่น

  • Level 1 = +1,800 มม.

  • Level 2 = +3,400 มม.

  • Level 3 = +5,000 มม.

แต่หากยังไม่สรุป สามารถเขียนว่า

Supplier shall propose Beam Levels based on pallet height, required operating clearance and forklift capability.

เพราะ Clearance ระหว่างพาเลท Beam และโครงสร้างมีผลต่อการทำงานร่วมกันระหว่าง Rack กับอุปกรณ์ขนถ่าย โดย EN 15620 มีขอบเขตโดยตรงเกี่ยวกับ Tolerance, Deformation และ Clearance ของระบบ Pallet Racking


7. ระบุขนาด Rack แต่ไม่ควรล็อก “ความหนาเหล็ก” อย่างเดียว

ตัวอย่างขนาด

Bay Size

  • Width: 2,700 มม.

  • Depth: 1,100 มม.

  • Height: 6,000 มม.

สามารถกำหนดได้ใน TOR หาก Layout ได้รับการออกแบบแล้ว

แต่สิ่งที่ควรระวังคือการกำหนดเฉพาะว่า

Upright ต้องหนา 2.0 มม.

แล้วถือว่าความแข็งแรงเพียงพอ

ความสามารถในการรับแรงของ Upright ไม่ได้พิจารณาแค่ความหนา แต่ยังสัมพันธ์กับ

  • รูปร่างหน้าตัด

  • ขนาดหน้าตัด

  • เกรดวัสดุ

  • Bracing

  • ความสูง

  • ระยะ Beam Level

  • Connection

  • Base Plate

  • รูปแบบระบบ Rack

วิธีเขียนที่มีประโยชน์กว่าคือกำหนด Design Load + Design Standard + Minimum Material Requirement แล้วให้ Supplier แสดงแบบและเอกสารที่ยืนยันว่าระบบที่เสนอรองรับ Requirement ได้

EN 15512 เป็นมาตรฐานที่กำหนดหลักการ Structural Design สำหรับ Adjustable Pallet Racking ที่ผลิตจาก Steel Members


8. ระบุวัสดุและเกรดเหล็ก

TOR ควรกำหนดอย่างน้อยว่า Supplier ต้องแจ้ง

  • Material Grade ของ Upright

  • Material Grade ของ Beam

  • Material Grade ของ Bracing

  • Yield Strength ที่ใช้ในการออกแบบ

  • Surface Treatment

ตัวอย่างข้อความ

ผู้เสนอราคาต้องระบุ Material Grade และค่ากำลังครากของวัสดุโครงสร้างหลักที่นำมาใช้ พร้อมเอกสารหรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ประกอบการพิจารณา

วิธีนี้ดีกว่าการเปรียบเทียบเพียง “เหล็กหนากี่มิล”


9. ระบุมาตรฐานการออกแบบ

หากโครงการกำหนดมาตรฐาน ควรเขียนไว้ใน TOR ตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างกลุ่มมาตรฐานที่พบในระบบ Pallet Rack ได้แก่

EN 15512

สำหรับหลักการออกแบบโครงสร้าง Adjustable Pallet Rack โดยเวอร์ชัน BS ที่ BSI ระบุใช้งานปัจจุบันคือ BS EN 15512:2020+A1:2022

EN 15620

เกี่ยวกับ Tolerance, Deformation และ Clearance โดย BS EN 15620:2021 เป็นฉบับปัจจุบันที่ BSI แสดงไว้

EN 15629

เน้นการกำหนด Specification ของ Storage Equipment และข้อมูลที่ผู้ใช้ ผู้ออกแบบ และ Supplier ต้องประสานกัน

EN 15635

เกี่ยวข้องกับการใช้งาน การติดตั้ง การบำรุงรักษา การตรวจสอบ และการประเมินความเสียหายของระบบจัดเก็บ

อีกแนวทางหนึ่งคือมาตรฐานของ Rack Manufacturers Institute (RMI) เช่น ANSI Mh26.1 สำหรับ Industrial Steel Storage Rack Systems ซึ่ง RMI ใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิงด้านการออกแบบ การทดสอบ และการใช้งาน Rack

TOR ไม่ควรเขียนรวมมาตรฐานหลายชุดโดยไม่มีเหตุผล ควรกำหนดมาตรฐานหลักที่จะใช้ออกแบบและให้ Supplier ระบุอย่างชัดเจนว่าระบบที่เสนออ้างอิงมาตรฐานใด


10. ระบุข้อมูล Forklift หรือ Reach Truck

Rack กับ Forklift ต้องออกแบบให้ทำงานร่วมกัน

ควรระบุ

  • ประเภทรถ

  • รุ่น

  • Maximum Lift Height

  • Required Aisle Width

  • Load Capacity

  • Turning Radius หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  • ความสูง Mast

ตัวอย่าง

Material Handling Equipment: Reach Truck
Minimum operating aisle requirement shall be verified against the proposed rack layout.

ข้อมูลอุปกรณ์ขนถ่ายเป็นหนึ่งในข้อมูลขั้นต่ำที่ EN 15629 ระบุว่าผู้ใช้ควรแจ้งให้ผู้ออกแบบระบบจัดเก็บทราบ


11. ระบุความกว้างทางเดิน Aisle

อย่ากำหนดทางเดินจากพื้นที่ที่เหลือหลังวาง Rack

ควรออกแบบย้อนกลับจาก

Forklift + Pallet + Rack + Operating Clearance

ตัวอย่าง

Main Aisle = 4,000 มม.
Rack Operating Aisle = 3,000 มม.

หรือให้ Supplier เสนอและรับรองว่า Layout สามารถใช้งานร่วมกับรถยกที่กำหนดได้


12. ระบุข้อมูลพื้นอาคาร

ข้อมูลพื้นมีผลกับการติดตั้ง Rack โดยตรง

ควรแจ้งหากมีข้อมูล เช่น

  • Concrete Floor

  • Slab Thickness

  • Concrete Strength

  • Existing Drawing

  • Flatness

  • Joint Location

  • Embedded Utilities

BS EN 15629 ระบุคุณสมบัติ Foundation/Floor เป็นหนึ่งในข้อมูลพื้นฐานสำหรับ Specification ของระบบจัดเก็บ

หากไม่มีข้อมูลพื้นเดิม TOR ควรกำหนดให้ Supplier แจ้ง Requirement ของ Base Plate และ Anchor เพื่อให้ฝ่ายวิศวกรรมของโครงการตรวจสอบก่อนติดตั้ง


13. ระบุ Base Plate และ Anchor

ตัวอย่างข้อความ TOR:

เสาทุกต้นต้องติดตั้ง Base Plate และ Anchor ตามแบบและ Requirement ของระบบที่ผ่านการออกแบบ โดย Supplier ต้องแสดงรายละเอียด Anchor และตำแหน่งติดตั้งใน Shop Drawing

ไม่ควรเปลี่ยน

  • ประเภท Anchor

  • จำนวน Anchor

  • ขนาด Base Plate

  • ตำแหน่ง Anchor

หน้างานโดยไม่มีการตรวจสอบ


14. ระบุ Beam Safety Lock

Adjustable Pallet Rack ที่ Beam ถอดปรับระดับได้ควรมีอุปกรณ์ป้องกัน Beam หลุดออกจาก Upright ตามระบบของผู้ผลิต

ใน TOR สามารถระบุว่า

Beam ทุกตัวต้องติดตั้ง Safety Lock / Beam Lock ตาม Design ของระบบ และต้องส่งมอบครบทุกตำแหน่ง

จุดเล็ก ๆ เช่นนี้ช่วยลดปัญหาตอนตรวจรับงานได้มาก


ชั้นวางพาเลท

15. กำหนด Column Guard และ End Guard

หากมี Forklift ทำงานใกล้ Rack ควรพิจารณาอุปกรณ์ป้องกันการชน

ตัวอย่าง

Column Guard

ป้องกันบริเวณ Upright ด้านหน้าที่มีโอกาสถูกรถยกชน

End-of-Aisle Guard

ป้องกันด้านปลายแถวของ Rack

FEM มี Technical Guidance โดยเฉพาะสำหรับการออกแบบและใช้งาน Rack Protection ใน Adjustable Pallet Racking แสดงให้เห็นว่า Rack Protection เป็นองค์ประกอบที่ควรพิจารณาแยกจากโครงสร้างหลักตั้งแต่การออกแบบ


16. Pallet Support หรือ Mesh Deck ต้องระบุหรือไม่?

ต้องดูประเภทพาเลทและวิธีวางสินค้า

TOR ควรระบุให้ชัดว่า

  • มี Pallet Support หรือไม่

  • จำนวนต่อ Pallet Position

  • มี Wire Mesh Deck หรือไม่

  • มี Steel Deck หรือไม่

เพราะ Accessories เหล่านี้สามารถทำให้ราคาต่อ Bay ต่างกันมาก

ถ้าต้องการเปรียบเทียบ Supplier หลายเจ้า ต้องกำหนดให้เหมือนกัน


17. ระบุ Load Notice

หลังติดตั้งควรมีป้ายแสดงข้อมูลการใช้งานและ Load ของ Rack ให้ชัดเจน

SEMA อธิบายว่า Load Notice ใช้แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น Safe Working Load และ Load Capacity ของระบบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทราบข้อจำกัดในการใช้งาน

ตัวอย่าง TOR:

Supplier shall provide Load Notice at visible locations showing rack configuration, maximum unit load and maximum permitted load per beam level according to the approved design.


18. ระบุ Layout และ Shop Drawing ที่ต้องส่ง

อย่าจบโครงการด้วยใบเสนอราคาอย่างเดียว

TOR ควรกำหนดเอกสารก่อนผลิต เช่น

Layout Drawing

แสดง

  • ตำแหน่ง Rack

  • จำนวน Bay

  • Aisle

  • เสาอาคาร

  • ประตู

  • Fire Exit

  • พื้นที่ใช้งาน

Elevation Drawing

แสดง

  • Rack Height

  • Beam Levels

  • Pallet Height

  • Clearance

Component Detail

เช่น

  • Upright

  • Beam

  • Bracing

  • Base Plate

  • Anchor

  • Guard


19. ระบุเอกสาร Calculation ถ้าโครงการต้องการ

สำหรับโครงการที่ต้องมีการตรวจสอบทางวิศวกรรม สามารถกำหนดใน TOR ว่า Supplier ต้องส่ง

  • Structural Calculation

  • Design Criteria

  • Load Assumption

  • Material Properties

  • Rack Configuration

  • Design Standard

  • Drawing ที่สอดคล้องกับ Calculation

โดยรายละเอียดระดับใดควรขึ้นกับขนาดและข้อกำหนดของโครงการ


20. ระบุ Tolerance งานติดตั้ง

Rack ที่ผลิตถูกต้องแต่ติดตั้งผิดตำแหน่ง เอียง หรือระดับผิด ก็อาจทำให้การใช้งานจริงมีปัญหาได้

EN 15620 กำหนดเรื่อง Tolerance, Deformation และ Clearance ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การประกอบและติดตั้ง รวมถึงการทำงานภายใต้ Load ของระบบ Rack

ดังนั้น TOR สามารถเขียนว่า

งานติดตั้งต้องเป็นไปตาม Installation Tolerance ของมาตรฐานที่โครงการกำหนดและคู่มือของผู้ผลิต


21. ระบุ Scope งานติดตั้งให้ชัด

ราคาที่ได้รับควรระบุว่า “รวมอะไรบ้าง”

ตัวอย่าง

  • ค่าขนส่ง

  • ค่าขนของลง

  • ค่าประกอบ

  • ค่าเจาะพื้น

  • Anchor

  • Safety Guard

  • Load Notice

  • Equipment

  • Access Equipment

  • เก็บพื้นที่หลังติดตั้ง

  • Testing / Inspection

  • Training

  • เอกสารส่งมอบ

ไม่เช่นนั้น Supplier A อาจเสนอเฉพาะสินค้า ขณะที่ Supplier B รวมติดตั้งทุกอย่างแล้ว ทำให้เปรียบเทียบราคาผิด


22. ระบุการตรวจหลังติดตั้ง

หลังติดตั้งควรตรวจอย่างน้อย

  • จำนวน Rack

  • Layout

  • Beam Level

  • Anchor

  • Safety Lock

  • Guard

  • Load Notice

  • ความเรียบร้อย

  • Damage จากการติดตั้ง

  • Configuration เทียบกับ Approved Drawing

EN 15635 ครอบคลุมแนวทางด้าน Assembly, Installation, Use, Inspection และการประเมินความเสียหายของ Storage Equipment


23. ระบุการรับประกัน

ควรกำหนดให้ Supplier แยก

Product Warranty

กับ

Installation Warranty

หากมีเงื่อนไขต่างกัน

และควรถามให้ชัดว่า Warranty ครอบคลุมอะไร เช่น

  • Manufacturing Defect

  • Installation Defect

  • Surface Coating

  • Structural Components

รวมถึงกรณีใดไม่ครอบคลุม เช่น การชนจาก Forklift หรือการใช้น้ำหนักเกิน Design Load


ตัวอย่าง TOR ชั้นวางพาเลทแบบย่อ พร้อมส่งขอราคา

1. ประเภทระบบ

ระบบ Selective Pallet Racking

2. Pallet Specification

  • Pallet Size: 1,000 × 1,200 มม.

  • Maximum Pallet Height including goods: 1,400 มม.

  • Maximum Unit Load: 1,000 กก./พาเลท

  • จำนวนพาเลทต่อ Beam Level: 2 Pallets

3. Rack Configuration

  • Rack Height: ประมาณ 6,000 มม.

  • Rack Depth: ประมาณ 1,100 มม.

  • Beam Length: ประมาณ 2,700 มม.

  • Ground + 3 Beam Levels

  • Maximum Load per Beam Level: 2,000 กก.

  • ต้องการ Capacity รวมไม่น้อยกว่า 600 Pallet Positions

4. Material Handling Equipment

  • Reach Truck

  • Supplier ต้องตรวจสอบ Aisle และ Maximum Lift Height ให้เหมาะสมกับ Layout

5. Structural Requirement

Supplier ต้องระบุ

  • Design Standard

  • Material Grade

  • Upright Specification

  • Beam Specification

  • Bracing Specification

  • Base Plate

  • Anchor

  • Maximum Unit Load

  • Maximum Beam Level Load

พร้อมเอกสารประกอบตาม Requirement ของโครงการ

6. Safety Accessories

ประกอบด้วยอย่างน้อย

  • Beam Safety Lock

  • Column Guard ตามตำแหน่งที่กำหนด

  • End-of-Aisle Guard ตาม Layout

  • Load Notice

7. Drawing

Supplier ต้องจัดส่ง

  • Layout Drawing

  • Elevation

  • Rack Configuration

  • Component Detail

  • Anchor / Base Plate Detail

เพื่ออนุมัติก่อนผลิตหรือติดตั้ง

8. Installation

ราคาต้องรวม

  • Transportation

  • Assembly

  • Installation

  • Anchoring

  • Safety Accessories

  • Load Notice

  • Site Cleaning หลังติดตั้ง

9. Handover

ต้องส่งมอบ

  • Approved Drawing

  • As-built Drawing

  • Load Information

  • Product Specification

  • Warranty Document

  • Inspection/Handover Record


ตัวอย่างตาราง BOQ สำหรับขอราคา Pallet Rack

รายการ จำนวน หน่วย หมายเหตุ
Starter Bay ___ Bay ตาม Approved Drawing
Add-on Bay ___ Bay ตาม Approved Drawing
Beam Level ___ Set ___ kg/Level
Column Guard ___ Set ตำแหน่งตาม Layout
End Guard ___ Set ปลายแถว
Pallet Support ___ Piece ถ้ามี
Mesh Deck ___ Piece ถ้ามี
Load Notice ___ Set ตามจำนวนแถว
Transportation 1 Lot รวม
Installation 1 Lot รวม
Inspection/Handover 1 Lot รวม

เปรียบเทียบ TOR แบบกว้างกับ TOR ที่ใช้จัดซื้อจริง

TOR แบบกว้างเกินไป TOR ที่ชัดเจนกว่า
Rack สูง 6 เมตร Rack Height 6,000 มม.
รับ 2 ตัน Max 1,000 กก./Pallet × 2 Pallets/Level
3 ชั้น Ground + 3 Beam Levels
ใช้พาเลททั่วไป Pallet 1,000 × 1,200 มม.
ใช้ Forklift Reach Truck รุ่น...
ต้องแข็งแรง Design ตาม Standard ที่ระบุ
มี Safety ระบุ Column Guard / End Guard / Beam Lock
ติดตั้งให้เรียบร้อย ระบุ Installation Scope และ Acceptance
รับประกัน กำหนด Warranty Scope และระยะเวลา

สิ่งที่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เลือกราคาเพียงอย่างเดียว

1. ราคาต่อ Bay

Bay ที่ดูเหมือนกันอาจมี Load และ Configuration ไม่เท่ากัน

2. ความหนาเหล็ก

ไม่ควรตัดสินความสามารถรับน้ำหนักจากความหนาอย่างเดียว

3. น้ำหนักเหล็กรวม

เหล็กหนักกว่าไม่ได้แปลว่าระบบเหมาะสมกว่าทุกกรณี

4. จำนวนเสา

ต้องดูว่าเป็น Starter Bay หรือ Add-on Bay และ Layout อย่างไร

5. ราคาต่ำสุด

ก่อนเปรียบเทียบราคาต้องตรวจว่า Supplier เสนอ Requirement เดียวกันหรือไม่


เช็กลิสต์ก่อนส่ง TOR ให้ Supplier

  • ระบุประเภท Rack แล้ว

  • ระบุขนาด Pallet แล้ว

  • ระบุ Maximum Load ต่อ Pallet แล้ว

  • ระบุจำนวน Pallets ต่อ Level แล้ว

  • ระบุจำนวน Beam Levels แล้ว

  • ระบุ Capacity ที่ต้องการแล้ว

  • ระบุ Forklift แล้ว

  • มี Warehouse Layout แล้ว

  • ระบุ Design Standard แล้ว

  • ระบุ Safety Accessories แล้ว

  • ระบุ Drawing ที่ต้องส่งแล้ว

  • ระบุ Calculation Requirement แล้ว

  • ระบุ Installation Scope แล้ว

  • ระบุ Load Notice แล้ว

  • ระบุ Warranty แล้ว

  • ระบุ Handover Document แล้ว


HowTo: วิธีเขียน TOR ชั้นวางพาเลทใน 7 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1: สำรวจพื้นที่คลังสินค้า

รวบรวมขนาดอาคาร Clear Height ตำแหน่งเสา ประตู Fire Exit ระบบดับเพลิง และพื้นที่ที่ไม่สามารถติดตั้ง Rack ได้

ขั้นตอนที่ 2: เก็บข้อมูลพาเลทและสินค้า

ระบุขนาดพาเลท ความสูงรวมสินค้า น้ำหนักสูงสุด และจำนวน SKU

ขั้นตอนที่ 3: กำหนด Capacity

ระบุจำนวน Pallet Positions ที่ต้องการทั้งปัจจุบันและรองรับการเติบโตในอนาคต

ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบ Forklift

นำข้อมูลรถยกมาพิจารณา Aisle Width และ Maximum Storage Height

ขั้นตอนที่ 5: กำหนด Technical Specification

ระบุ Rack Configuration, Design Load, Design Standard, Material Requirement และ Safety Accessories

ขั้นตอนที่ 6: กำหนด Scope Supplier

ระบุให้ชัดว่าต้องรวม Design, Drawing, Transportation, Installation, Inspection และ Documentation หรือไม่

ขั้นตอนที่ 7: ทำ Price Comparison จาก Requirement เดียวกัน

เปรียบเทียบ Supplier โดยดู Specification, Capacity, Safety, Scope, Warranty และราคาไปพร้อมกัน ไม่ควรดูยอดรวมเพียงอย่างเดียว


สรุป: TOR ชั้นวางพาเลทที่ดีต้องทำให้ “เทียบราคาได้จริง”

หัวใจของ TOR ชั้นวางพาเลท ไม่ใช่การเขียนรายละเอียดให้เยอะที่สุด แต่คือการเขียนให้ Supplier ทุกเจ้าเข้าใจ Requirement ตรงกัน

อย่างน้อยควรตอบคำถามเหล่านี้ได้ครบ

เก็บอะไร?
พาเลทขนาดเท่าไร?
หนักเท่าไร?
วางกี่พาเลทต่อระดับ?
ต้องการกี่ Pallet Positions?
สูงเท่าไร?
ใช้รถอะไร?
ออกแบบตามอะไร?
ต้องมี Safety อะไร?
Supplier ต้องส่งมอบอะไรบ้าง?

BS EN 15629 เองให้ความสำคัญกับการมี User Specification ที่ชัดเจน ตั้งแต่ข้อมูลอาคาร พื้น Unit Load น้ำหนัก อุปกรณ์ขนถ่าย ไปจนถึงการติดตั้ง เพราะทั้งหมดเชื่อมโยงกับการออกแบบระบบที่รองรับการใช้งานจริง

เมื่อ TOR ชัด ฝ่ายจัดซื้อจึงไม่ได้กำลังเปรียบเทียบแค่คำว่า “Rack 100 Bay” แต่กำลังเปรียบเทียบระบบที่มี Capacity, Load, Safety และ Scope ใกล้เคียงกันจริง ๆ


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TOR ชั้นวางพาเลท

1. TOR ชั้นวางพาเลทควรระบุน้ำหนักต่อ Bay หรือต่อชั้น?

ควรระบุอย่างน้อยน้ำหนักสูงสุดต่อพาเลทและน้ำหนักสูงสุดต่อ Beam Level เพื่อให้ความหมายของ Design Load ชัดเจน หากต้องการกำหนด Load รวมของ Bay ควรระบุแยกเพิ่มเติม

2. ควรระบุความหนาของ Upright และ Beam ใน TOR หรือไม่?

สามารถกำหนด Minimum Requirement ได้หากโครงการมีเหตุผลทางวิศวกรรม แต่ไม่ควรใช้ความหนาเป็นเกณฑ์วัดความแข็งแรงเพียงอย่างเดียว ควรกำหนด Design Load, Material Grade และ Design Standard ควบคู่กัน

3. ต้องระบุขนาดพาเลทใน TOR หรือไม่?

ควรระบุ เพราะขนาดพาเลทและ Unit Load เป็นข้อมูลพื้นฐานของการออกแบบระบบ Pallet Rack และเป็นข้อมูลที่แนวทาง EN 15629 ให้ความสำคัญในขั้น Specification

4. จำนวนชั้นควรเขียนอย่างไรไม่ให้ Supplier เข้าใจผิด?

แนะนำให้ใช้คำว่า Ground + X Beam Levels หรือระบุว่า “X Beam Levels ไม่รวมระดับพื้น” เพื่อให้ทุกฝ่ายคำนวณ Pallet Positions ตรงกัน

5. TOR จำเป็นต้องระบุมาตรฐาน Rack หรือไม่?

หากโครงการต้องการให้ทุก Supplier ออกแบบภายใต้เกณฑ์เดียวกัน ควรระบุ Design Standard ให้ชัด เช่นมาตรฐานในกลุ่ม EN หรือ ANSI/RMI ที่เหมาะกับโครงการ ไม่ควรปล่อยให้แต่ละรายเลือกมาตรฐานต่างกันแล้วเปรียบเทียบเฉพาะราคา

6. TOR ต้องระบุ Forklift ด้วยหรือไม่?

ควรระบุ เพราะประเภทและสมรรถนะรถยกมีผลต่อ Aisle Width และความสูงในการจัดเก็บ และ EN 15629 ระบุ Handling Equipment เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ใช้กำหนด Specification ระบบจัดเก็บ

7. Load Notice จำเป็นหรือไม่?

ควรรวมไว้ใน Scope เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเห็น Configuration และข้อจำกัดด้านน้ำหนักของระบบได้ชัดเจน SEMA ระบุว่า Load Notice มีหน้าที่สื่อสาร Safe Working Load และข้อมูลการใช้งานของ Rack

8. ต้องขอ Calculation จาก Supplier ทุกโครงการหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับขนาด ความซับซ้อน และข้อกำหนดของโครงการ แต่หากต้องมีการตรวจสอบทางวิศวกรรม ควรกำหนด Requirement เรื่อง Calculation และ Design Criteria ตั้งแต่ TOR เพื่อให้ Supplier ประเมิน Scope และราคาได้ถูกต้อง

9. ทำไมราคาชั้นวางจาก Supplier แต่ละเจ้าต่างกันมาก?

อาจเกิดจาก Specification, Material Grade, Rack Configuration, Safety Accessories, Design Standard, Installation Scope และ Warranty ไม่เหมือนกัน จึงต้องตรวจ Technical Comparison ก่อนเปรียบเทียบยอดรวม

10. สามารถใช้ TOR เดิมกับคลังใหม่ได้เลยไหม?

ควรตรวจใหม่ เพราะ Pallet, Load, Forklift, Layout, Floor และ Capacity อาจเปลี่ยนไป TOR ควรอ้างอิง Requirement ของพื้นที่ที่จะติดตั้งจริง

#TORชั้นวางพาเลท #ชั้นวางพาเลท #PalletRack #SelectiveRack #ชั้นวางคลังสินค้า #ชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม #ระบบจัดเก็บสินค้า #WarehouseRack #WarehouseDesign #ออกแบบคลังสินค้า #จัดซื้อชั้นวางสินค้า #สเปกชั้นวางพาเลท #คลังสินค้า #ระบบคลังสินค้า #MaterialHandling


Sidebar
ชั้นวางพาเลท

TOR ชั้นวางพาเลทควรระบุอะไรบ้าง? ตัวอย่างสเปกจัดซื้อ Pallet Rack

Continue Reading
ชั้นลอยน็อคดาวน์

ชั้นลอยน็อคดาวน์ต้องขออนุญาตไหม? ต้องมีวิศวกรหรือไม่

Continue Reading
ชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม

เช็กลิสต์ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนขอใบเสนอราคาชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม

Continue Reading
ชั้นวางสินค้า

Pallet Rack กับชั้นวางสินค้า ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี

Continue Reading
คลังอัตโนมัติ

คลังอัตโนมัติช่วยลดอุบัติเหตุจากการยกของและเดินหยิบสินค้าได้อย่างไร?

Continue Reading
ชั้นวางอุตสาหกรรม

ชั้นวางอุตสาหกรรมใหม่ VS มือสอง แบบไหนคุ้มกว่าในระยะยาว?

Continue Reading
ชั้นวางพาเลท

ชั้นวางพาเลทต้องเผื่อระยะรอบพาเลทเท่าไร? เช็ก Clearance ด้านข้าง ด้านบน และด้านหลัง

Continue Reading
ชั้นวางของอุตสาหกรรม

อายุการใช้งานชั้นวางของอุตสาหกรรมขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?

Continue Reading