Shuttle 2 ทาง และ 4 ทาง มีผลต่อการออกแบบชั้นวางพาเลทอย่างไร?

Shuttle 2 ทาง และ 4 ทาง มีผลต่อการออกแบบชั้นวางพาเลทอย่างไร?
September 23, 2026

ระบบ Shuttle Rack เป็นระบบจัดเก็บพาเลทอัตโนมัติที่ใช้รถ Shuttle เคลื่อนที่บนรางภายในช่องจัดเก็บ เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของพื้นที่คลังสินค้า โดยรูปแบบ Shuttle 2 ทาง (2-Way Shuttle) และ Shuttle 4 ทาง (4-Way Shuttle) มีผลโดยตรงต่อการออกแบบชั้นวางพาเลท ทั้งในด้านทิศทางการเคลื่อนที่ของ Shuttle, โครงสร้าง Rack, จำนวนช่องจัดเก็บ, ความยืดหยุ่นในการใช้งาน และต้นทุนระบบ

Shuttle 2 ทางเหมาะกับคลังสินค้าที่ต้องการเพิ่มความจุในช่องลึกและมี Flow การเข้า-ออกชัดเจน ส่วน Shuttle 4 ทางเหมาะกับโครงการที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง สามารถเปลี่ยนทิศทางและเคลื่อนย้ายระหว่างช่อง Rack ได้มากกว่า ทำให้รูปแบบ Rack และ Layout ของคลังสินค้ามีความซับซ้อนมากขึ้น


Shuttle 2 ทาง และ Shuttle 4 ทาง คืออะไร?

ระบบ Shuttle เป็นอุปกรณ์อัตโนมัติที่วิ่งบนรางภายในช่อง Rack เพื่อรับ-ส่งพาเลทเข้าและออกจากตำแหน่งจัดเก็บ โดยช่วยลดการใช้รถ Forklift และเพิ่มความหนาแน่นในการจัดเก็บ

ความแตกต่างหลักคือ ทิศทางการเคลื่อนที่ของ Shuttle

ประเภท Shuttle การเคลื่อนที่
Shuttle 2 ทาง เคลื่อนที่ไป-กลับในแนวรางเดียว
Shuttle 4 ทาง เคลื่อนที่ได้ทั้งแนวลึกและแนวขวาง สามารถเปลี่ยนช่อง Rack ได้

Shuttle

Shuttle 2 ทาง มีผลต่อการออกแบบชั้นวางพาเลทอย่างไร?

1. Rack ต้องออกแบบเป็นช่องลึก (Deep Lane)

Shuttle 2 ทางเหมาะกับ Rack แบบ High Density Storage เพราะ Shuttle จะวิ่งเข้าไปใน Lane เดียว

ตัวอย่าง:


ด้านหน้า Rack

[Forklift]
    |
    |
[ P ][ P ][ P ][ P ][ P ]
          ↑
      Shuttle วิ่งทางเดียว

ข้อกำหนดด้าน Rack:

  • ต้องมีราง Shuttle ตลอดความลึก
  • ต้องกำหนด Entry / Exit Direction ชัดเจน
  • ต้องควบคุมระยะ Pitch ของ Pallet

2. เหมาะกับสินค้าที่ SKU ไม่เยอะ

เนื่องจากช่อง Rack หนึ่งช่องมักเก็บสินค้าชนิดเดียวกัน

เหมาะกับ:

  • ห้องเย็น
  • อาหาร
  • เครื่องดื่ม
  • วัตถุดิบผลิต
  • สินค้า Batch เดียวกัน

3. ลดต้นทุนโครงสร้าง Rack

เนื่องจาก:

  • โครงสร้างง่ายกว่า
  • ระบบควบคุมไม่ซับซ้อน
  • ใช้ Shuttle จำนวนไม่มาก

จึงเหมาะกับโครงการที่เน้น:

  • เพิ่มจำนวน Pallet
  • ลดพื้นที่คลัง
  • ควบคุมงบประมาณ

Shuttle 4 ทาง มีผลต่อการออกแบบชั้นวางพาเลทอย่างไร?

1. Rack Layout มีความยืดหยุ่นมากกว่า

Shuttle 4 ทาง สามารถเคลื่อนที่:

  • เข้า-ออก Rack
  • ซ้าย-ขวาระหว่าง Lane

ทำให้สามารถออกแบบ Layout ได้หลากหลายกว่า

ตัวอย่าง:


       Aisle

[P][P][P]
 ↑
 ↓
[P][P][P]

Shuttle เปลี่ยน Lane ได้


2. ต้องออกแบบ Rack ให้รองรับการเปลี่ยนทิศทาง

Rack ต้องมี:

  • Transfer Area
  • Rail Switching Point
  • จุดเปลี่ยน Lane
  • พื้นที่สำหรับ Moving Shuttle

ส่งผลให้:

  • Rack Structure ซับซ้อนขึ้น
  • Engineering มากขึ้น
  • Cost สูงขึ้น

3. รองรับ Multi SKU ได้ดีกว่า

เหมาะกับคลังที่มี:

  • SKU จำนวนมาก
  • ต้องการเข้าถึงหลายตำแหน่ง
  • มี Order เข้าออกหลากหลาย

เปรียบเทียบ Shuttle 2 ทาง vs Shuttle 4 ทาง

หัวข้อ Shuttle 2 ทาง Shuttle 4 ทาง
ทิศทางวิ่ง หน้า-หลัง หน้า-หลัง + ซ้าย-ขวา
ความยืดหยุ่น ปานกลาง สูง
โครงสร้าง Rack ง่ายกว่า ซับซ้อนกว่า
Engineering น้อยกว่า มากกว่า
Cost ต่ำกว่า สูงกว่า
Density สูง สูงมาก
SKU จำนวนมาก จำกัดกว่า รองรับดีกว่า
Layout Fixed Lane Flexible Lane
Maintenance ง่ายกว่า ซับซ้อนกว่า

Shuttle มีผลกับขนาดช่อง Rack อย่างไร?

การเลือก Shuttle ส่งผลต่อ:

1. ความกว้างช่อง Rack

ต้องสัมพันธ์กับ:

  • ขนาด Pallet
  • ระยะ Clearance
  • ตำแหน่งราง Shuttle

ตัวอย่าง:

Pallet:

1200 × 1000 mm

ต้องออกแบบ:

  • Rack Depth
  • Beam Length
  • Shuttle Rail Position

ให้เหมาะสม


2. ความสูงของ Rack

ต้องคำนึงถึง:

  • น้ำหนัก Pallet
  • ความแม่นยำ Sensor
  • ระยะ Safety Clearance

ตัวอย่าง:

รายการ ผลต่อ Rack
Pallet สูง ลดจำนวน Level
น้ำหนักมาก เพิ่ม Beam Capacity
สินค้าสูงไม่เท่ากัน ต้องแบ่ง Zone

Shuttle 2 ทาง

การเลือก Shuttle ให้เหมาะกับคลังสินค้า

เลือก Shuttle 2 ทาง เมื่อ:

✅ ต้องการลดต้นทุน
✅ SKU ไม่มาก
✅ เก็บสินค้าเป็น Batch
✅ ต้องการ Density สูง
✅ Flow เข้าออกไม่ซับซ้อน

ตัวอย่าง:

  • Frozen Warehouse
  • Raw Material Storage
  • Beverage Warehouse

เลือก Shuttle 4 ทาง เมื่อ:

✅ มี SKU จำนวนมาก
✅ ต้องการความยืดหยุ่น
✅ ต้องการขยายระบบในอนาคต
✅ ต้องการเชื่อมต่อ Automation หลายส่วน

ตัวอย่าง:

  • Distribution Center
  • E-commerce Warehouse
  • Automotive Parts Warehouse

ขั้นตอนออกแบบ Rack สำหรับ Shuttle System

Step 1: วิเคราะห์ Pallet

ตรวจสอบ:

  • ขนาด Pallet
  • น้ำหนักสูงสุด
  • ความสูงสินค้า
  • จำนวน SKU

Step 2: วิเคราะห์รูปแบบการจัดเก็บ

กำหนด:

  • จำนวน Pallet Position
  • FIFO / LIFO
  • จำนวนครั้งเข้า-ออกต่อวัน

Step 3: เลือก Shuttle Type

Requirement ระบบที่เหมาะ
Density สูง งบจำกัด Shuttle 2 Way
ต้องการ Flexibility Shuttle 4 Way
SKU เยอะ Shuttle 4 Way
Cold Storage Shuttle 2 Way

Step 4: ออกแบบ Rack Structure

ต้องกำหนด:

  • Rack Depth
  • Lane Length
  • Beam Level
  • Rail Position
  • Safety Clearance

FAQ

Q1: Shuttle 2 ทาง กับ Shuttle 4 ทาง แบบไหนเก็บพาเลทได้มากกว่า?

ไม่ได้ขึ้นกับประเภท Shuttle เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับ Layout, จำนวน Lane, ความสูง Rack และขนาด Pallet โดย Shuttle 4 ทางมักมีความยืดหยุ่นในการจัด Layout มากกว่า ส่วน Shuttle 2 ทางเหมาะกับการเพิ่ม Density ใน Lane ลึก


Q2: สามารถใช้ Rack เดิมกับ Shuttle System ได้หรือไม่?

ส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้ Rack เดิมได้ทันที เพราะ Shuttle Rack ต้องมี:

  • ราง Shuttle
  • ความแข็งแรงของ Beam
  • ระยะ Clearance
  • ความแม่นยำของช่องจัดเก็บ

Q3: Shuttle 4 ทาง แพงกว่า Shuttle 2 ทาง เพราะอะไร?

เนื่องจากมีระบบ:

  • เปลี่ยนทิศทาง
  • Control Software ที่ซับซ้อนกว่า
  • การออกแบบ Rack ที่ละเอียดกว่า

Q4: ถ้ามีงบจำกัดควรเลือก Shuttle แบบไหน?

โดยทั่วไป Shuttle 2 ทางเหมาะกับโครงการที่ต้องการควบคุมงบประมาณและเน้นความหนาแน่นในการจัดเก็บ


Q5: Shuttle สามารถใช้กับ Pallet เดิมได้ไหม?

สามารถทำได้ หาก Pallet มี:

  • ขนาดตรงตาม Requirement
  • น้ำหนักอยู่ใน Capacity
  • โครงสร้างแข็งแรง
  • ตำแหน่งรับน้ำหนักเหมาะสม

ควรทดสอบ Pallet จริงก่อนออกแบบระบบ


สรุป

Shuttle 2 ทาง และ Shuttle 4 ทาง ไม่ได้แตกต่างกันแค่ทิศทางการวิ่ง แต่ส่งผลโดยตรงต่อ การออกแบบชั้นวางพาเลท (Pallet Rack Design)

  • Shuttle 2 ทาง → เหมาะกับคลังที่ต้องการ Density สูง ใช้งานรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ และควบคุมต้นทุน
  • Shuttle 4 ทาง → เหมาะกับคลังที่ต้องการความยืดหยุ่น รองรับ SKU จำนวนมาก และรองรับการขยายระบบในอนาคต

การเลือกประเภท Shuttle ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ Pallet, SKU, Flow การทำงาน, จำนวน Pallet และพื้นที่จริงของคลังสินค้า ก่อนออกแบบ Rack เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะสมที่สุด

#ShuttleRack#PalletRack #คลังสินค้าอัตโนมัติ #ระบบจัดเก็บอัตโนมัติ #ASRS #WarehouseAutomation #AutomatedWarehouse #ออกแบบคลังสินค้า #ชั้นวางพาเลท #ระบบคลังสินค้า

💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE
👉 https://page.line.me/002dihds

💬 Facebook Fanpage
👉 https://www.facebook.com/hachiko.safety/

🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ
👉 https://hachikosafety.com/pages/ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ

🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/installation-rack

📦 ดูสินค้า: ชั้นเหล็กวางของ / ชั้นวางพาเลท / ชั้นวางของเหล็ก / ชั้นวางอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/ชั้นวางของอุตสาหกรรม-ชั้นวางของเหล็ก

🛒 ดูสินค้าชั้นวางทั้งหมด
👉 https://hachikosafety.com/collections/ชั้นวางสินค้า

Sidebar
ตะแกรงเหล็กพับได้

ตะแกรงเหล็กพับได้กับมาตรฐานความปลอดภัยในคลังสินค้า เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับงาน?

Continue Reading
Shuttle 2 ทาง และ 4 ทาง มีผลต่อการออกแบบชั้นวางพาเลทอย่างไร?

Shuttle 2 ทาง และ 4 ทาง มีผลต่อการออกแบบชั้นวางพาเลทอย่างไร?

Continue Reading
คลังสินค้าอัตโนมัติ

คลังสินค้าอัตโนมัติสำหรับโรงงานผลิต แตกต่างจากคลังสินค้าทั่วไปอย่างไร?

Continue Reading
ชั้นวางอุตสาหกรรมเริ่มเอียง

ชั้นวางอุตสาหกรรมเริ่มเอียง เกิดจากอะไร และควรแก้ไขอย่างไร?

Continue Reading
ชั้นวางพาเลทคืนทุนกี่ปี

ชั้นวางพาเลทคืนทุนกี่ปี? วิธีคำนวณ ROI จากค่าเช่าพื้นที่ ค่าแรง และสินค้าที่เสียหาย

Continue Reading
ชั้นวางสินค้าสำหรับคลังสินค้าอุตสาหกรรม

ชั้นวางสินค้าสำหรับคลังสินค้าอุตสาหกรรม ต้องมีมาตรฐานอะไรบ้าง? รวมแนวทางเลือกชั้นวางของเหล็กให้ปลอดภัยและเหมาะกับโรงงาน

Continue Reading
ตะแกรงเหล็กพับได้

ตะแกรงเหล็กพับได้ ใช้กับระบบ ASRS ได้จริงไหม? สิ่งที่ต้องรู้ก่อนออกแบบคลังอัตโนมัติ

Continue Reading
คลังอัตโนมัติ

คลังอัตโนมัติสำหรับศูนย์กระจายสินค้า DC ควรมีระบบอะไรบ้าง?

Continue Reading