เลือกระบบ AS/RS อย่างไรให้เหมาะกับปริมาณสินค้าและการเติบโตของธุรกิจ

เลือกระบบ AS/RS อย่างไรให้เหมาะกับปริมาณสินค้าและการเติบโตของธุรกิจ
30 มกราคม 2026

เลือกระบบ AS/RS อย่างไรให้เหมาะกับปริมาณสินค้าและการเติบโตของธุรกิจ

1) ทำไม “เลือก AS/RS ให้พอดี” สำคัญกว่าการเลือกให้ล้ำ

AS/RS (Automated Storage & Retrieval System) ช่วยเพิ่มความหนาแน่นการจัดเก็บ ลดแรงงาน ลดความผิดพลาด และเร่งความเร็วงานคลัง แต่ถ้า “เลือกผิดไซซ์” จะเจอ 2 ปัญหาใหญ่:

  • เล็กไป → งานตันเร็ว ขยายยาก ต้องลงทุนซ้ำ

  • ใหญ่ไป → จ่ายเกินจำเป็น ROI ยืด ใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ

เป้าหมายคือเลือก “พอดีกับวันนี้” และ “ขยายได้สำหรับพรุ่งนี้”


2) 4 ตัวชี้วัดหลักที่ต้องรู้ก่อนเลือก AS/RS (หัวใจของ AEO)

(1) Capacity: ต้องเก็บเท่าไร “วันนี้” และ “อีก 3–5 ปี”

  • จำนวนพาเลท/กล่อง/ถาด (Tote) ที่ต้องเก็บ

  • อัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (%)

  • พื้นที่ Buffer ที่จำเป็น (สินค้าเข้าใหม่/รอ QC/รอจัดส่ง)

สูตรคิดเร็ว:
Capacity เป้าหมาย = ปริมาณสูงสุดปัจจุบัน × (1 + Growth Rate)^(3–5 ปี) + Buffer

(2) Throughput: งานเข้า–ออกต่อชั่วโมง (สำคัญกว่า Capacity ในหลายธุรกิจ)

  • รับเข้า (Put-away) ต่อชั่วโมง

  • จ่ายออก (Retrieval/Picking) ต่อชั่วโมง

  • ช่วงพีค (Peak) เช่น Flash sale, สิ้นเดือน, ฤดูกาล

ถ้า Throughput ต่ำกว่าโหลดจริง ระบบจะ “คอขวด” แม้จะเก็บได้เยอะ

(3) SKU & Profile: สินค้าของคุณ “หลากหลายแค่ไหน”

  • จำนวน SKU และการเปลี่ยนแปลงบ่อยไหม

  • สินค้าเป็นพาเลทหรือกล่อง/ชิ้นเล็ก

  • แบ่ง ABC (A หมุนเร็ว, C หมุนช้า) ได้ไหม

  • ต้อง FIFO/FEFO หรือไม่ (อาหาร/ยา)

(4) Building & Flow: อาคารและการไหลงานคลัง

  • ความสูงอาคาร, พื้นรับน้ำหนัก, ทางเดิน/จุดรับ-จ่าย

  • โฟล์คลิฟท์/คอนเวเยอร์/AMR ที่ใช้อยู่

  • จุดเชื่อมต่อกับ Production/Shipping


3) เลือกประเภท AS/RS ให้ตรง “ปริมาณ + การเติบโต”

A) Unit-Load AS/RS (Stacker Crane สำหรับพาเลท)

เหมาะเมื่อ:

  • เก็บ พาเลทจำนวนมาก ต้องการความหนาแน่นสูง

  • งานเข้า–ออกค่อนข้างคงที่ และต้องการความแม่นยำสูง
    จุดเด่น: เสถียร, คุมตำแหน่งแม่น, ใช้ความสูงอาคารได้ดี
    ข้อพิจารณา: ลงทุนสูงกว่า ต้องออกแบบระบบรอบด้าน

B) Shuttle-Based AS/RS (เช่น 4-Way Shuttle / Multishuttle)

เหมาะเมื่อ:

  • ต้องการ ขยายง่ายแบบ Modular เพิ่ม Shuttle/เลนได้

  • มี Peak สูง ต้องการ Throughput สูง และความยืดหยุ่น
    จุดเด่น: สเกลง่าย, เร็ว, ปรับตามการเติบโตได้ดี
    ข้อพิจารณา: ต้องออกแบบการจราจรและคิวงานให้ดี (WCS สำคัญ)

C) Miniload / Tote AS/RS (กล่อง/ถาด สำหรับงานหยิบ)

เหมาะเมื่อ:

  • สินค้าชิ้นเล็ก/หลาย SKU งานหยิบสูง (E-commerce/อะไหล่)

  • ต้องการความเร็ว Picking และลดความผิดพลาด
    จุดเด่น: เหมาะกับงาน “ชิ้นเล็ก-เร็ว” ลดคนเดิน ลดผิดพลาด
    ข้อพิจารณา: ต้องออกแบบสถานี Picking/Ergonomic ให้ดี


4) เลือก “ระดับการลงทุน” ให้รองรับการเติบโต (ไม่ตันเร็ว)

วิธีคิดที่ใช้ได้จริงคือแบ่งเป็น 3 ระดับ

ระดับ 1: Start Smart (เริ่มพอดี)
ทำ AS/RS เฉพาะโซนที่คุ้มสุด เช่น A-items หรือโซนงานพีค แล้วเชื่อม WMS

ระดับ 2: Scale Modular (ขยายเป็นช่วง)
เลือกระบบที่ “เพิ่มความสามารถได้” เช่น เพิ่ม Shuttle, เพิ่มสถานี, เพิ่มเลน, เพิ่มซอฟต์แวร์โมดูล

ระดับ 3: Full Automation (เต็มระบบ)
เมื่อปริมาณสูงและเสถียร ค่อยขยายสู่คอนเวเยอร์, Sorter, AMR, Auto palletizing

แนวคิดนี้ช่วยคุมงบและทำให้ ROI มั่นคงกว่า “ทำทีเดียวใหญ่สุด”


5) เช็กลิสต์เลือก AS/RS ให้เหมาะกับการเติบโต (ใช้งานจริง)

  • ✅ มีข้อมูล Peak throughput ชัดเจน (ไม่ใช่เฉลี่ย)

  • ✅ วางแผน Growth 3–5 ปี + Buffer

  • ✅ แยก สินค้าเร็ว/ช้า (ABC) เพื่อออกแบบโซน

  • ✅ ระบบซอฟต์แวร์รองรับ WMS/WCS และมี API เชื่อม ERP

  • ✅ ออกแบบให้ เพิ่มได้: เพิ่ม Shuttle/Crane/Station ในอนาคต

  • ✅ มีแผนสำรองเมื่อระบบหยุด (Manual fallback / bypass)

  • ✅ วัด ROI จาก “ต้นทุนรวม” ไม่ใช่ค่าเครื่องอย่างเดียว (แรงงาน, ความเสียหาย, พื้นที่, เวลา)


6) สรุป: เลือก AS/RS ให้ถูก = โตได้เร็ว คุมต้นทุนได้ และบริการลูกค้าได้ดีกว่า

ถ้าคุณรู้ “เก็บเท่าไร + เข้าออกเร็วแค่ไหน + โตอีกเท่าไร” คุณจะเลือกระบบ AS/RS ได้ตรงจุด ไม่จ่ายเกิน ไม่ตันเร็ว และพร้อมขยายตามธุรกิจ โดยเฉพาะการเลือกระบบที่ Modular และซอฟต์แวร์รองรับการเพิ่มความสามารถ จะเป็นกุญแจสำคัญของคลังที่โตได้อย่างยั่งยืน


FAQ

Q1: เลือก AS/RS จากอะไรเป็นอันดับแรก?
A: เริ่มจาก Capacity (จำนวนที่ต้องเก็บ) และ Throughput (งานเข้า–ออกต่อชั่วโมง) โดยใช้ค่าช่วงพีคเป็นหลัก แล้วค่อยดู SKU, FIFO/FEFO และข้อจำกัดอาคาร

Q2: ธุรกิจโตเร็วควรเลือกระบบแบบไหน?
A: เลือกระบบที่ขยายได้แบบ Modular เช่น Shuttle-based AS/RS ที่เพิ่ม Shuttle/เลน/สถานีได้ โดยไม่ต้องรื้อระบบเดิมมาก

Q3: Stacker Crane vs Shuttle ต่างกันอย่างไรในการรองรับการเติบโต?
A: Crane เหมาะกับงานพาเลทเสถียรและความหนาแน่นสูง ส่วน Shuttle มักยืดหยุ่นและเพิ่ม Throughput/ขยายได้ง่ายกว่าในหลายเคส

Q4: ASRS ใช้งานกี่ปีถึงจะคุ้ม ?
A: อย่างน้อย 3–5 ปี พร้อม Buffer และคำนวณจาก Peak throughput เพื่อไม่ให้ระบบตันเร็ว

#ASRS #ASRSSystem #คลังอัตโนมัติ #WarehouseAutomation #ระบบคลังสินค้า #StackerCrane #4WayShuttle #Miniload #WMS #WCS #Logistics #SupplyChain #เพิ่มประสิทธิภาพคลัง #ลดต้นทุนโลจิสติกส์ #CapacityPlanning #Throughput

🏗️ ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ คลังอัตโนมัติ:
https://hachikosafety.com/pages/ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ

🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม: https://hachikosafety.com/pages/installation-rack
📦 ดูสินค้า: ชั้นวางพาเลท / ชั้นวางเหล็ก / ชั้นวางอุตสาหกรรม: https://hachikosafety.com/pages/ชั้นวางของเหล็ก
💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE: https://page.line.me/002dihds
👍 Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/hachiko.safety/

รองเท้าเซฟตี้

มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ EN ISO 20345 คืออะไร และดูตรงไหนบนรองเท้า

อ่านต่อ
ชั้นวางพาเลท

ชั้นวางพาเลทมีกี่ประเภท และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร

อ่านต่อ
ชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม

ชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรมคืออะไร? ต่างจากชั้นวางทั่วไปยังไง

อ่านต่อ
คลังอัตโนมัติ

เลือกคลังอัตโนมัติอย่างไรให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ (คู่มือใช้งานจริง)

อ่านต่อ
cobot

Cobot เหมาะกับงานประเภทใดบ้างในโรงงานอุตสาหกรรม

อ่านต่อ
รองเท้าเซฟตี้

หัวเหล็ก vs หัวคอมโพสิต ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

อ่านต่อ
รองเท้าเซฟตี้

รองเท้าเซฟตี้ S1 / S1P / S2 / S3 ต่างกันยังไง

อ่านต่อ
AS/RS

เลือกระบบ AS/RS อย่างไรให้เหมาะกับปริมาณสินค้าและการเติบโตของธุรกิจ

อ่านต่อ