เลือกระบบ AS/RS อย่างไรให้เหมาะกับปริมาณสินค้าและการเติบโตของธุรกิจ
1) ทำไม “เลือก AS/RS ให้พอดี” สำคัญกว่าการเลือกให้ล้ำ
AS/RS (Automated Storage & Retrieval System) ช่วยเพิ่มความหนาแน่นการจัดเก็บ ลดแรงงาน ลดความผิดพลาด และเร่งความเร็วงานคลัง แต่ถ้า “เลือกผิดไซซ์” จะเจอ 2 ปัญหาใหญ่:
-
เล็กไป → งานตันเร็ว ขยายยาก ต้องลงทุนซ้ำ
-
ใหญ่ไป → จ่ายเกินจำเป็น ROI ยืด ใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ
เป้าหมายคือเลือก “พอดีกับวันนี้” และ “ขยายได้สำหรับพรุ่งนี้”
2) 4 ตัวชี้วัดหลักที่ต้องรู้ก่อนเลือก AS/RS (หัวใจของ AEO)
(1) Capacity: ต้องเก็บเท่าไร “วันนี้” และ “อีก 3–5 ปี”
-
จำนวนพาเลท/กล่อง/ถาด (Tote) ที่ต้องเก็บ
-
อัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (%)
-
พื้นที่ Buffer ที่จำเป็น (สินค้าเข้าใหม่/รอ QC/รอจัดส่ง)
สูตรคิดเร็ว:
Capacity เป้าหมาย = ปริมาณสูงสุดปัจจุบัน × (1 + Growth Rate)^(3–5 ปี) + Buffer
(2) Throughput: งานเข้า–ออกต่อชั่วโมง (สำคัญกว่า Capacity ในหลายธุรกิจ)
-
รับเข้า (Put-away) ต่อชั่วโมง
-
จ่ายออก (Retrieval/Picking) ต่อชั่วโมง
-
ช่วงพีค (Peak) เช่น Flash sale, สิ้นเดือน, ฤดูกาล
ถ้า Throughput ต่ำกว่าโหลดจริง ระบบจะ “คอขวด” แม้จะเก็บได้เยอะ
(3) SKU & Profile: สินค้าของคุณ “หลากหลายแค่ไหน”
-
จำนวน SKU และการเปลี่ยนแปลงบ่อยไหม
-
สินค้าเป็นพาเลทหรือกล่อง/ชิ้นเล็ก
-
แบ่ง ABC (A หมุนเร็ว, C หมุนช้า) ได้ไหม
-
ต้อง FIFO/FEFO หรือไม่ (อาหาร/ยา)
(4) Building & Flow: อาคารและการไหลงานคลัง
-
ความสูงอาคาร, พื้นรับน้ำหนัก, ทางเดิน/จุดรับ-จ่าย
-
โฟล์คลิฟท์/คอนเวเยอร์/AMR ที่ใช้อยู่
-
จุดเชื่อมต่อกับ Production/Shipping
3) เลือกประเภท AS/RS ให้ตรง “ปริมาณ + การเติบโต”
A) Unit-Load AS/RS (Stacker Crane สำหรับพาเลท)
เหมาะเมื่อ:
-
เก็บ พาเลทจำนวนมาก ต้องการความหนาแน่นสูง
-
งานเข้า–ออกค่อนข้างคงที่ และต้องการความแม่นยำสูง
จุดเด่น: เสถียร, คุมตำแหน่งแม่น, ใช้ความสูงอาคารได้ดี
ข้อพิจารณา: ลงทุนสูงกว่า ต้องออกแบบระบบรอบด้าน
B) Shuttle-Based AS/RS (เช่น 4-Way Shuttle / Multishuttle)
เหมาะเมื่อ:
-
ต้องการ ขยายง่ายแบบ Modular เพิ่ม Shuttle/เลนได้
-
มี Peak สูง ต้องการ Throughput สูง และความยืดหยุ่น
จุดเด่น: สเกลง่าย, เร็ว, ปรับตามการเติบโตได้ดี
ข้อพิจารณา: ต้องออกแบบการจราจรและคิวงานให้ดี (WCS สำคัญ)
C) Miniload / Tote AS/RS (กล่อง/ถาด สำหรับงานหยิบ)
เหมาะเมื่อ:
-
สินค้าชิ้นเล็ก/หลาย SKU งานหยิบสูง (E-commerce/อะไหล่)
-
ต้องการความเร็ว Picking และลดความผิดพลาด
จุดเด่น: เหมาะกับงาน “ชิ้นเล็ก-เร็ว” ลดคนเดิน ลดผิดพลาด
ข้อพิจารณา: ต้องออกแบบสถานี Picking/Ergonomic ให้ดี
4) เลือก “ระดับการลงทุน” ให้รองรับการเติบโต (ไม่ตันเร็ว)
วิธีคิดที่ใช้ได้จริงคือแบ่งเป็น 3 ระดับ
ระดับ 1: Start Smart (เริ่มพอดี)
ทำ AS/RS เฉพาะโซนที่คุ้มสุด เช่น A-items หรือโซนงานพีค แล้วเชื่อม WMS
ระดับ 2: Scale Modular (ขยายเป็นช่วง)
เลือกระบบที่ “เพิ่มความสามารถได้” เช่น เพิ่ม Shuttle, เพิ่มสถานี, เพิ่มเลน, เพิ่มซอฟต์แวร์โมดูล
ระดับ 3: Full Automation (เต็มระบบ)
เมื่อปริมาณสูงและเสถียร ค่อยขยายสู่คอนเวเยอร์, Sorter, AMR, Auto palletizing
แนวคิดนี้ช่วยคุมงบและทำให้ ROI มั่นคงกว่า “ทำทีเดียวใหญ่สุด”
5) เช็กลิสต์เลือก AS/RS ให้เหมาะกับการเติบโต (ใช้งานจริง)
-
✅ มีข้อมูล Peak throughput ชัดเจน (ไม่ใช่เฉลี่ย)
-
✅ วางแผน Growth 3–5 ปี + Buffer
-
✅ แยก สินค้าเร็ว/ช้า (ABC) เพื่อออกแบบโซน
-
✅ ระบบซอฟต์แวร์รองรับ WMS/WCS และมี API เชื่อม ERP
-
✅ ออกแบบให้ เพิ่มได้: เพิ่ม Shuttle/Crane/Station ในอนาคต
-
✅ มีแผนสำรองเมื่อระบบหยุด (Manual fallback / bypass)
-
✅ วัด ROI จาก “ต้นทุนรวม” ไม่ใช่ค่าเครื่องอย่างเดียว (แรงงาน, ความเสียหาย, พื้นที่, เวลา)
6) สรุป: เลือก AS/RS ให้ถูก = โตได้เร็ว คุมต้นทุนได้ และบริการลูกค้าได้ดีกว่า
ถ้าคุณรู้ “เก็บเท่าไร + เข้าออกเร็วแค่ไหน + โตอีกเท่าไร” คุณจะเลือกระบบ AS/RS ได้ตรงจุด ไม่จ่ายเกิน ไม่ตันเร็ว และพร้อมขยายตามธุรกิจ โดยเฉพาะการเลือกระบบที่ Modular และซอฟต์แวร์รองรับการเพิ่มความสามารถ จะเป็นกุญแจสำคัญของคลังที่โตได้อย่างยั่งยืน
FAQ
Q1: เลือก AS/RS จากอะไรเป็นอันดับแรก?
A: เริ่มจาก Capacity (จำนวนที่ต้องเก็บ) และ Throughput (งานเข้า–ออกต่อชั่วโมง) โดยใช้ค่าช่วงพีคเป็นหลัก แล้วค่อยดู SKU, FIFO/FEFO และข้อจำกัดอาคาร
Q2: ธุรกิจโตเร็วควรเลือกระบบแบบไหน?
A: เลือกระบบที่ขยายได้แบบ Modular เช่น Shuttle-based AS/RS ที่เพิ่ม Shuttle/เลน/สถานีได้ โดยไม่ต้องรื้อระบบเดิมมาก
Q3: Stacker Crane vs Shuttle ต่างกันอย่างไรในการรองรับการเติบโต?
A: Crane เหมาะกับงานพาเลทเสถียรและความหนาแน่นสูง ส่วน Shuttle มักยืดหยุ่นและเพิ่ม Throughput/ขยายได้ง่ายกว่าในหลายเคส
Q4: ASRS ใช้งานกี่ปีถึงจะคุ้ม ?
A: อย่างน้อย 3–5 ปี พร้อม Buffer และคำนวณจาก Peak throughput เพื่อไม่ให้ระบบตันเร็ว
#ASRS #ASRSSystem #คลังอัตโนมัติ #WarehouseAutomation #ระบบคลังสินค้า #StackerCrane #4WayShuttle #Miniload #WMS #WCS #Logistics #SupplyChain #เพิ่มประสิทธิภาพคลัง #ลดต้นทุนโลจิสติกส์ #CapacityPlanning #Throughput
🏗️ ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ คลังอัตโนมัติ:
https://hachikosafety.com/pages/ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ
🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม: https://hachikosafety.com/pages/installation-rack
📦 ดูสินค้า: ชั้นวางพาเลท / ชั้นวางเหล็ก / ชั้นวางอุตสาหกรรม: https://hachikosafety.com/pages/ชั้นวางของเหล็ก
💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE: https://page.line.me/002dihds
👍 Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/hachiko.safety/


