รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานช่าง/โรงงาน/คลังสินค้า เลือกคุณสมบัติอะไร

รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานช่าง/โรงงาน/คลังสินค้า เลือกคุณสมบัติอะไร
February 19, 2026

รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานช่าง/โรงงาน/คลังสินค้า ควรเลือกคุณสมบัติอะไร? (คู่มือเลือกให้ปลอดภัยและคุ้มที่สุด)

รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานช่าง โรงงาน และคลังสินค้า ควรเลือกจากคุณสมบัติหลัก เช่น หัวเหล็กหรือหัวคอมโพสิตกันกระแทก พื้นกันลื่น (SRC) พื้นกันน้ำมัน กันตะปูทะลุ (Midsole) และรองรับแรงกระแทกที่ส้นเท้า รวมถึงควรเลือกตามมาตรฐาน S1, S1P, S2 หรือ S3 เพื่อให้เหมาะกับสภาพหน้างาน เช่น พื้นเปียก พื้นมัน หรือมีของหนักตกหล่นบ่อย การเลือกไซซ์ที่พอดีและน้ำหนักรองเท้าที่ไม่หนักเกินไปยังช่วยลดอาการปวดเท้าและเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานระยะยาว

รองเท้าเซฟตี้ (Safety Shoes) เป็นอุปกรณ์ PPE ที่จำเป็นสำหรับงานช่าง งานโรงงาน และงานคลังสินค้า เพราะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อย เช่น ของตกใส่เท้า การลื่นล้ม ตะปูตำ ไฟฟ้าสถิต หรือพื้นเปียกน้ำมัน หากเลือกไม่เหมาะกับประเภทงาน อาจทำให้ใส่แล้วเจ็บเท้า เหนื่อยง่าย และลดประสิทธิภาพการทำงานได้

บทความนี้จะช่วยให้คุณเลือก “รองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะกับงานจริง” โดยดูจากคุณสมบัติที่จำเป็นและมาตรฐานความปลอดภัยที่ควรรู้


ทำไมรองเท้าเซฟตี้ถึงสำคัญในงานช่าง/โรงงาน/คลังสินค้า?

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในโรงงานและคลังสินค้า ส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับ “การเดิน ยกของ และการขนย้าย” เช่น

  • พาเลทตกใส่เท้า

  • เหล็ก/เครื่องมือหล่นใส่ปลายเท้า

  • ตะปู เศษเหล็ก หรือเศษแก้วตำ

  • พื้นเปียกน้ำ น้ำมัน หรือสารเคมีทำให้ลื่น

  • รถโฟล์คลิฟท์/รถเข็นชนเท้า

  • เดินงานทั้งวันจนปวดส้นเท้า

ดังนั้นรองเท้าเซฟตี้ที่ดี ต้อง “กันอุบัติเหตุ + ใส่สบาย + ทนหน้างาน”


10 คุณสมบัติที่ต้องดู ก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้ให้เหมาะกับงานจริง

1) หัวรองเท้า (Toe Cap) กันกระแทก

เป็นจุดสำคัญที่สุด เพราะของหนักมักตกใส่ “ปลายเท้า” ก่อนเสมอ

หัวรองเท้าแบ่งเป็น 3 แบบหลัก:

  • หัวเหล็ก (Steel Toe) แข็งแรง ราคาคุ้ม

  • หัวคอมโพสิต (Composite Toe) เบากว่า ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า

  • หัวอลูมิเนียม (Aluminium Toe) เบา แต่ราคาสูงกว่า

✅ งานโรงงาน/คลังสินค้า แนะนำหัวคอมโพสิตหรือหัวเหล็ก
เพราะรองรับแรงกระแทกสูง เหมาะกับงานยกของหนัก


2) พื้นกันลื่น (Slip Resistant SRC)

พื้นกันลื่นคือสิ่งที่ช่วยลดอุบัติเหตุ “ลื่นล้ม” ซึ่งเป็นเคสที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด

มาตรฐานที่ควรเลือก:

  • SRC = กันลื่นดีที่สุด (ทดสอบทั้งพื้นน้ำ + น้ำมัน)

📌 ถ้าทำงานคลังสินค้า หรือพื้นที่มีน้ำมัน/น้ำหกบ่อย ควรเลือก SRC เท่านั้น


3) พื้นกันตะปูทะลุ (Anti-Puncture Midsole)

สำหรับงานที่มีเศษเหล็ก ตะปู เศษไม้ หรือพื้นไซต์งาน

ชนิดของแผ่นกันทะลุ:

  • Steel Midsole แข็งแรงมาก

  • Kevlar / Fabric Midsole เบา ใส่สบาย ยืดหยุ่น

✅ งานช่าง/ไซต์งาน/คลังสินค้า แนะนำรองเท้าแบบ S1P หรือ S3
เพราะมีระบบกันตะปูทะลุในตัว


4) กันไฟฟ้าสถิต (ESD / Anti-Static)

ในโรงงานหลายแห่งมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องจักรที่ไวต่อไฟฟ้าสถิต

ควรเลือกแบบ:

  • Anti-Static (A) ป้องกันไฟฟ้าสถิตพื้นฐาน

  • ESD ป้องกันไฟฟ้าสถิตระดับสูง เหมาะกับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์

📌 ถ้าเป็นโรงงาน PCB, เครื่องจักรอัตโนมัติ, ห้องคลีนรูม → เลือก ESD จะดีที่สุด


5) กันน้ำ (Water Resistant / Waterproof)

รองเท้าเซฟตี้บางรุ่นกันกระแทกดี แต่ถ้าโดนน้ำบ่อยจะพังเร็ว

  • งานทั่วไป → กันน้ำระดับ S2

  • งานเปียกชื้น / ฝน / ล้างพื้น → เลือก S3 หรือ Waterproof


6) พื้นกันน้ำมันและสารเคมี (Oil Resistant)

งานโรงงานส่วนมากมีน้ำมันหล่อลื่น จาระบี หรือสารเคมีอ่อนๆ

ถ้าไม่เลือกพื้นกันน้ำมัน:

  • พื้นจะเสื่อมเร็ว

  • ลื่นง่าย

  • อายุการใช้งานสั้น

แนะนำเลือกพื้น PU/TPU หรือพื้นมาตรฐานกันน้ำมัน


7) ดูดซับแรงกระแทก (Shock Absorption)

คนที่เดินในคลังทั้งวันจะรู้เลยว่า “รองเท้าแข็ง = ปวดเท้า”

รองเท้าเซฟตี้ที่ดีควรมี:

  • แผ่นรองส้นเท้า

  • Insole หนานุ่ม

  • รองรับแรงกระแทก (Heel energy absorption)

เหมาะมากกับงาน:

  • คลังสินค้า

  • งานเดินตรวจ QC

  • งานจัดเรียงสินค้า

  • งานโลจิสติกส์


8) น้ำหนักรองเท้า (เบา = ทำงานได้นาน)

รองเท้าเซฟตี้ที่หนักเกินไป ทำให้เหนื่อยเร็วและลด productivity

ทางเลือกที่ช่วยลดน้ำหนัก:

  • หัว Composite

  • พื้น EVA + Rubber

  • โครงสร้างแบบ Sport Safety

📌 งานคลังสินค้าควรเลือก “รองเท้าเซฟตี้ทรงสปอร์ต” จะเดินสบายกว่าแบบบูทหนักๆ


9) ความสูงของรองเท้า (Low Cut / Mid / Boot)

เลือกตามความเสี่ยงหน้างาน

  • Low Cut: ใส่สบาย เดินคล่อง เหมาะคลังสินค้า

  • Mid Cut: ป้องกันข้อเท้า เหมาะงานช่าง

  • Boot สูง: ป้องกันได้มาก เหมาะไซต์งานหนัก


10) มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ (S1 / S1P / S2 / S3 เลือกให้ถูก)

นี่คือหัวใจของการเลือกให้ถูกประเภทงาน

S1

  • หัวเหล็ก/หัวกันกระแทก

  • กันไฟฟ้าสถิต

  • เหมาะกับงานในอาคาร แห้ง

S1P

  • S1 + กันตะปูทะลุ

  • เหมาะกับงานช่าง / โกดัง / พื้นมีเศษวัสดุ

S2

  • S1 + กันน้ำ

  • เหมาะกับโรงงานอาหาร งานเปียกชื้น

S3 (แนะนำสุดสำหรับคลัง/โรงงานหนัก)

  • S2 + กันตะปูทะลุ + พื้นดอกลึก

  • เหมาะกับไซต์งาน คลังสินค้า พื้นลื่น/เปียก


รองเท้าเซฟตี้แบบไหนเหมาะกับงานอะไร? (เลือกง่ายแบบไม่ต้องเดา)

งานคลังสินค้า / โลจิสติกส์

แนะนำ: S1P หรือ S3
ควรมี:

  • พื้นกันลื่น SRC

  • หัวคอมโพสิต (เบา)

  • รองรับแรงกระแทก


งานโรงงานผลิตทั่วไป

แนะนำ: S1P / S2 / S3
ควรมี:

  • กันลื่น SRC

  • กันน้ำมัน

  • Anti-static หรือ ESD


งานช่าง / งานซ่อมบำรุง / งานก่อสร้าง

แนะนำ: S3
ควรมี:

  • กันตะปูทะลุ

  • หัวกันกระแทก

  • บูทหรือ Mid Cut กันข้อเท้า


วิธีเลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้ให้พอดี (สำคัญมาก)

หลายคนซื้อผิดไซซ์แล้วใส่ไม่ไหว

คำแนะนำ:

  • เผื่อ 0.5 ไซซ์ ถ้าใส่ถุงเท้าหนา

  • ทดลองเดิน 5 นาที ต้องไม่บีบนิ้ว

  • ส้นต้องไม่หลุด

  • หน้าเท้าไม่ควรถูกกด

📌 รองเท้าเซฟตี้ใส่ผิดไซซ์ = เสี่ยงลื่น/สะดุดมากขึ้น


สรุป: ถ้าจะซื้อรองเท้าเซฟตี้ให้คุ้มที่สุด ต้องดูอะไร?

ถ้าเลือกแบบง่ายที่สุด ให้จำ 5 ข้อนี้:

  1. หัวรองเท้ากันกระแทก

  2. พื้นกันลื่น SRC

  3. กันตะปูทะลุ (S1P/S3)

  4. รองรับแรงกระแทก เดินสบาย

  5. เลือกตามมาตรฐาน S1/S1P/S2/S3 ให้เหมาะงาน


FAQ

Q1: รองเท้าเซฟตี้ S1P กับ S3 ต่างกันอย่างไร?

S1P จะเน้นกันตะปูทะลุและเหมาะกับงานแห้งในอาคาร ส่วน S3 จะเพิ่มคุณสมบัติกันน้ำและพื้นดอกลึก ทำให้เหมาะกับงานหนัก งานคลังสินค้า และพื้นที่เปียกหรือมีความเสี่ยงสูงกว่า


Q2: งานคลังสินค้าควรใช้รองเท้าเซฟตี้แบบไหน?

งานคลังสินค้าแนะนำรองเท้าเซฟตี้แบบ S1P หรือ S3 ที่มีพื้นกันลื่น SRC หัวกันกระแทก และรองรับแรงกระแทก เพราะต้องเดินและยกของหนักตลอดทั้งวัน


Q3: รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กกับหัวคอมโพสิต แบบไหนดีกว่า?

หัวเหล็กแข็งแรงและราคาคุ้ม ส่วนหัวคอมโพสิตมีน้ำหนักเบากว่า ใส่สบาย และไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า เหมาะกับงานที่ต้องเดินเยอะหรืออยู่ในพื้นที่มีความเสี่ยงไฟฟ้า


Q4: รองเท้าเซฟตี้จำเป็นต้องมีพื้นกันลื่น SRC ไหม?

จำเป็นมาก โดยเฉพาะงานโรงงานและคลังสินค้า เพราะพื้นมักเปียกน้ำหรือมีน้ำมัน SRC เป็นมาตรฐานกันลื่นสูงสุด ช่วยลดความเสี่ยงลื่นล้มได้ดีที่สุด


Q5: รองเท้าเซฟตี้ ESD คืออะไร?

รองเท้าเซฟตี้ ESD คือรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อลดการสะสมไฟฟ้าสถิต เหมาะกับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ห้องคลีนรูม และงานที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนไฟฟ้า


Q6: รองเท้าเซฟตี้ใส่แล้วปวดเท้าเกิดจากอะไร?

สาเหตุหลักมักมาจากไซซ์ไม่พอดี พื้นรองเท้าแข็งเกินไป หรือรองเท้าหนักเกินไป แนะนำเลือกรุ่นที่มี insole รองรับแรงกระแทก และน้ำหนักเบา


Q7: รองเท้าเซฟตี้ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่?

ควรเปลี่ยนเมื่อพื้นเริ่มสึกจนลื่น หัวรองเท้าเสียรูป หรือรองเท้าขาด/แตก เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการป้องกันลดลงและเสี่ยงอุบัติเหตุ


Q8: รองเท้าเซฟตี้กันตะปูทะลุได้จริงไหม?

ได้จริง หากรองเท้ามีแผ่นกันทะลุ (Midsole) ตามมาตรฐาน S1P หรือ S3 โดยควรเลือกแบบ Steel หรือ Kevlar ตามความเหมาะสมของงาน

#รองเท้าเซฟตี้ #SafetyShoes #รองเท้านิรภัย #รองเท้าเซฟตี้โรงงาน #รองเท้าเซฟตี้คลังสินค้า #รองเท้าเซฟตี้งานช่าง #รองเท้าหัวเหล็ก #รองเท้าESD #PPE #อุปกรณ์เซฟตี้ #ความปลอดภัยในโรงงาน #งานคลังสินค้า #งานโลจิสติกส์ #รองเท้ากันลื่น #รองเท้ากันตะปูทะลุ #HachikoSafety

ชั้นวางอุตสาหกรรม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนเลือกชั้นวางอุตสาหกรรม และวิธีเลี่ยงให้ปลอดภัยคุ้มค่า

Continue Reading
Cobot คุ้มค่าหรือไม่ เมื่อเทียบ “ต้นทุน” กับ “ผลลัพธ์ที่ได้รับ”?

Cobot คุ้มค่าหรือไม่ เมื่อเทียบ “ต้นทุน” กับ “ผลลัพธ์ที่ได้รับ”?

Continue Reading
ASRS

ASRS ช่วยแก้ปัญหาคลังสินค้าขาดแคลนแรงงานได้จริงหรือไม่

Continue Reading
รองเท้าเซฟตี้

รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานช่าง/โรงงาน/คลังสินค้า เลือกคุณสมบัติอะไร

Continue Reading
รองเท้าเซฟตี้

เลือกไซซ์รองเท้าเซฟตี้อย่างไรให้พอดี ไม่กัด ไม่หลวม ใส่สบายทั้งวัน

Continue Reading
Rack

Rack ราคาแตกต่างกันเพราะอะไร? ปัจจัยที่ทำให้คุ้ม/ไม่คุ้ม ก่อนตัดสินใจซื้อ

Continue Reading
หน้ากากกันสารเคมีมีกี่ประเภท? และแต่ละแบบต่างกันยังไง

หน้ากากกันสารเคมีมีกี่ประเภท? และแต่ละแบบต่างกันยังไง

Continue Reading
ASRS

ASRS กับความปลอดภัยในคลังสินค้า ลดอุบัติเหตุและความเสียหายได้อย่างไร

Continue Reading