ชั้นเหล็กวางของคืออะไร? เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับงานจัดเก็บ
ชั้นเหล็กวางของคือระบบจัดเก็บที่ใช้โครงเหล็กเป็นเสา–คาน–แผ่นชั้นเพื่อรองรับสินค้าให้เป็นระเบียบและปลอดภัย เลือกให้เหมาะโดยดู “น้ำหนักต่อชั้น/ต่อชุด”, ขนาดสินค้า, วิธีหยิบ (หยิบมือหรือใช้รถยก), สภาพแวดล้อมคลัง และความสามารถในการปรับระดับ/ขยายในอนาคต เพื่อให้คุ้มค่า ใช้งานยาว และลดความเสียหาย/อุบัติเหตุจากการจัดเก็บผิดประเภท
ชั้นเหล็กวางของคืออะไร
ชั้นเหล็กวางของ (Steel Shelving / Racking) คืออุปกรณ์จัดเก็บที่ทำจากเหล็ก มีโครงสร้างหลักเป็น เสา–คาน–แผ่นชั้น (บางแบบเป็นคานพาเลท) เพื่อรองรับสินค้าให้จัดเป็นหมวดหมู่ หยิบง่าย และใช้พื้นที่แนวตั้งได้คุ้มกว่าเดิม เหมาะกับทั้ง คลังสินค้า โรงงาน ร้านค้า ห้องเก็บของ และศูนย์กระจายสินค้า
ทำไมธุรกิจส่วนใหญ่เลือกชั้นเหล็ก
-
เพิ่มพื้นที่จัดเก็บ ด้วยการใช้ความสูงของพื้นที่
-
ลดความเสียหายของสินค้า เพราะไม่กองซ้อนแบบเสี่ยงพัง
-
ทำงานเร็วขึ้น หยิบ–เติม–นับสต๊อกง่ายขึ้น
-
ปลอดภัยกว่า หากเลือกสเปกถูกต้องและติดตั้งตามมาตรฐาน
ประเภทชั้นเหล็กยอดนิยม (เลือกให้ตรงงาน)
1) ชั้นเหล็กอเนกประสงค์ (Light/Medium Duty)
เหมาะกับสินค้าเบาถึงกลาง เช่น กล่องเอกสาร สินค้าแพ็ก ขนาดไม่ใหญ่ หยิบมือเป็นหลัก
2) ชั้นเหล็กงานหนัก (Heavy Duty / Long Span)
เหมาะกับของหนักที่ยังหยิบมือ เช่น อะไหล่ ชิ้นงานหนัก กล่องใหญ่ ต้องการรับน้ำหนักสูงและปรับระดับได้
3) ชั้นวางพาเลท (Pallet Racking)
เหมาะกับการจัดเก็บ “บนพาเลท” และใช้งานร่วมกับรถยก (Forklift/Reach Truck) เหมาะกับคลังขนาดกลาง–ใหญ่และการเข้าออกถี่
4) ชั้นวางของยาว (Cantilever)
เหมาะกับวัสดุยาว เช่น ท่อ เหล็กเส้น ไม้ แผ่นยาว หยิบเข้าถึงง่าย ลดการงอ/เสียรูป
วิธีเลือกชั้นเหล็กให้เหมาะกับงานจัดเก็บ (เช็กลิสต์คัดให้ตรง)
1) น้ำหนักที่ต้องรับ (สำคัญที่สุด)
-
น้ำหนัก ต่อชั้น / ต่อชุด / ต่อพาเลท
-
เผื่อกรณีวางไม่สมดุล และเผื่อการใช้งานจริงระยะยาว
ถ้าหนักมากและใช้รถยก → พิจารณา Pallet Racking เป็นหลัก
2) ขนาดสินค้าและรูปแบบการวาง
-
กว้าง×ยาว×สูงของกล่อง/ชิ้นงาน/พาเลท
-
วางเต็มแผ่นหรือวางเป็นจุด (ส่งผลต่อคานและแผ่นชั้น)
3) วิธีหยิบและการไหลงาน (Warehouse Flow)
-
หยิบมือ/รถเข็น → ชั้นอเนกประสงค์ / Long Span
-
รถยกเข้าออก → Pallet Racking
-
FIFO/LIFO, ความถี่การหยิบ, จุดรับเข้า–จ่ายออก
4) พื้นที่และความสูงของหน้างาน
-
ความสูงเพดาน/จุดกีดขวาง (ท่อ/สปริงเกอร์/โคมไฟ)
-
ความกว้างทางเดินให้พอสำหรับคนหรือรถยก
ทางเดินแคบเกินไป = ทำงานช้า + เสี่ยงชนชั้นวาง
5) ความปลอดภัยและอุปกรณ์เสริม
สำหรับคลังที่มีรถยก ควรมี:
-
กันชนเสา (Column Guard), กันชนปลายแถว
-
ป้ายรับน้ำหนัก (Load Sign)
-
การยึดพื้นและตั้งระดับตามมาตรฐาน
6) การขยายในอนาคต (คุ้มระยะยาว)
เลือกชั้นวางที่ ปรับระดับ/เพิ่มชั้น/เพิ่มแถว ได้ เพื่อรองรับ SKU และปริมาณสต๊อกที่โตขึ้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (และควรเลี่ยง)
-
เลือกชั้นวางจาก “ราคาถูก” แต่ไม่เช็ค รับน้ำหนักจริง
-
ไม่ยึดพื้น/ไม่ตั้งระดับ ทำให้ชั้นโยกและเสียรูป
-
ใช้งานรถยกแต่ไม่มีกันชน → ชนครั้งเดียวเสียหายหนัก
-
วางของหนักชั้นบน หรือกระจายน้ำหนักไม่สม่ำเสมอ
FAQ
Q: ชั้นเหล็กวางของเหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
A: เหมาะกับทุกธุรกิจที่ต้องจัดเก็บเป็นระบบ เช่น คลังสินค้า โรงงาน ร้านค้า และศูนย์กระจายสินค้า โดยเลือกประเภทชั้นให้ตรงน้ำหนักและวิธีหยิบ
Q: ถ้าสินค้าหนัก ควรเลือกชั้นแบบไหน?
A: ถ้าหนักและใช้รถยก ให้เลือก Pallet Racking หากหนักแต่หยิบมือเป็นหลัก ให้เลือก Heavy Duty/Long Span ที่ระบุรับน้ำหนักชัดเจน
Q: ต้องดูอะไรเพื่อใช้งานได้ยาวและปลอดภัย?
A: ดูรับน้ำหนักจริง การยึดพื้น/ตั้งระดับ อุปกรณ์กันชน ป้ายรับน้ำหนัก และตรวจสภาพสม่ำเสมอ
#ชั้นเหล็กวางของ #ชั้นวางสินค้า #ชั้นวางของเหล็ก #ชั้นวางงานหนัก #ชั้นวางพาเลท #PalletRacking #LongSpan #คลังสินค้า #อุปกรณ์คลังสินค้า #จัดการสต๊อก #เพิ่มพื้นที่จัดเก็บ #Warehouse #Logistics #ความปลอดภัยในคลังสินค้า #โรงงานอุตสาหกรรม
-
💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE
👉 https://page.line.me/002dihds - 💬 Facebook Fanpage
👉 https://www.facebook.com/hachiko.safety/ -
🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม
👉https://hachikosafety.com/pages/installation-rack - 📦 ดูสินค้า ชั้นวางพาเลท ชั้นวางเหล็ก ชั้นวางของเหล็ก ชั้นวางอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/ชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม


