การคำนวณน้ำหนักบรรทุกชั้นวางเหล็กแบบง่าย ทำได้โดยเริ่มจาก “น้ำหนักต่อชิ้น × จำนวนชิ้นต่อชั้น” แล้วเทียบกับ “รับน้ำหนักต่อชั้น (UDL)” ที่ผู้ผลิตระบุ พร้อมเผื่อความปลอดภัย 10–25% และกระจายน้ำหนักให้สม่ำเสมอ หากเป็นพาเลทให้คำนวณ “น้ำหนักพาเลทเต็ม × จำนวนพาเลทต่อคาน” และตรวจ 3 จุดเสมอ: (1) รับน้ำหนักต่อชั้น/ต่อคาน (2) รับน้ำหนักต่อชุดเฟรม (3) รับน้ำหนักรวมต่อช่อง/ต่อเบย์ โดยหลีกเลี่ยงการวาง “หนักจุดเดียว” และควรให้ของหนักอยู่ชั้นล่างเพื่อความปลอดภัย


วิธีคำนวณน้ำหนักบรรทุกของชั้นวางของเหล็ก แบบง่าย ๆ ไม่ง้อวิศวกร

บทความนี้เป็นแนวทาง “คำนวณคร่าว ๆ เพื่อใช้งานจริง” ช่วยเลือกชั้นวางและจัดของให้ปลอดภัยขึ้น แต่ถ้าเป็นงานคลังใหญ่/ชั้นสูงมาก/เก็บของหนักพิเศษ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจแบบอีกครั้ง

1) เข้าใจก่อน: ตัวเลขรับน้ำหนักบนชั้นวางหมายถึงอะไร

คำที่เจอบ่อยบนสเปกชั้นวาง:

  • UDL (Uniformly Distributed Load) = รับน้ำหนัก “กระจายสม่ำเสมอ” ต่อชั้น/ต่อคาน

  • Load per level = น้ำหนักรับได้ “ต่อชั้น”

  • Bay/Frame load = น้ำหนักรับได้ “ต่อหนึ่งช่อง/หนึ่งชุดเฟรม” (รวมทุกชั้น)

  • Point load = น้ำหนัก “กดลงจุดเดียว” (อันนี้เสี่ยงกว่า UDL)

หลักจำง่าย: สเปกส่วนใหญ่ “คิดแบบกระจายน้ำหนัก” ไม่ใช่กองหนักไว้จุดเดียว


2) สูตรพื้นฐานที่สุด (ชั้นวางทั่วไป)

สูตร A: น้ำหนักต่อชั้น (Shelf Load)

น้ำหนักต่อชั้น = น้ำหนักต่อชิ้น × จำนวนชิ้นที่วางบนชั้น

ตัวอย่าง

  • กล่อง 12 กก./กล่อง

  • วางได้ 20 กล่อง/ชั้น
    ➡️ น้ำหนักต่อชั้น = 12 × 20 = 240 กก.

กฎปลอดภัย: เผื่อความปลอดภัย 10–25%
➡️ 240 × 1.25 = 300 กก. (เผื่อแบบปลอดภัย)

ดังนั้นควรเลือกชั้นที่รับได้ ≥ 300 กก./ชั้น (แบบ UDL)


3) ถ้าเป็น “ชั้นวางพาเลท” คิดแบบคาน (Beam)

สูตร B: น้ำหนักต่อคาน/ต่อระดับพาเลท

น้ำหนักต่อระดับ = น้ำหนักพาเลทเต็ม × จำนวนพาเลทต่อระดับ

ตัวอย่าง

  • พาเลทเต็ม 800 กก./พาเลท

  • วาง 2 พาเลทต่อระดับ
    ➡️ น้ำหนักต่อระดับ = 800 × 2 = 1,600 กก.

เผื่อ 20%
➡️ 1,600 × 1.20 = 1,920 กก.

ข้อควรจำ: ผู้ผลิตมักระบุ “รับน้ำหนักต่อระดับ (pair of beams)”
ดังนั้นให้เทียบที่ตัวเลขระดับ/ชั้น ไม่ใช่เทียบคานเดี่ยว


4) ต้องเช็ก “3 จุด” เสมอ ไม่ใช่ดูแค่ต่อชั้น

เช็ก 1: รับน้ำหนักต่อชั้น/ต่อระดับ (Level Load)

  • ผ่านไหม? (น้ำหนักจริง + เผื่อ) ≤ สเปกต่อชั้น

เช็ก 2: รับน้ำหนักต่อช่อง/ต่อเบย์ (Bay/Frame Load)

น้ำหนักรวมต่อเบย์ = ผลรวม (น้ำหนักทุกชั้นในช่องเดียวกัน)

ตัวอย่าง (ชั้นวางทั่วไป 4 ชั้น)

  • ต่อชั้น 240 กก. (ก่อนเผื่อ)
    ➡️ รวม = 240 × 4 = 960 กก.
    เผื่อ 20% ➜ 1,152 กก.

ต้องไม่เกิน “Bay load” ที่สเปกระบุ

เช็ก 3: พื้นรับไหวไหม (Floor Load)

หลายคนลืม! โดยเฉพาะคลังชั้นลอย/พื้นยก/อาคารเก่า
หลักง่าย ๆ: ถ้ารวมต่อเบย์หนักมาก ให้เช็กพื้นรับน้ำหนักและการกระจายน้ำหนักด้วย


5) จุดที่ทำให้ “คำนวณถูก แต่พังจริง”

1) วางหนัก “ไม่สม่ำเสมอ”

  • สเปก UDL คือกระจายเท่ากัน

  • แต่ถ้ากองหนักมุมเดียว = เสี่ยงคานโก่ง/พื้นชั้นยุบ

วิธีแก้: วางแผ่นรอง/พาเลทให้เต็มหน้าคาน และกระจายน้ำหนัก

2) ของหนักไว้ชั้นบน

ทำให้จุดศูนย์ถ่วงสูง เสี่ยงล้ม/โยก
วิธีแก้: ของหนักไว้ชั้นล่าง ของเบาไว้ชั้นบน

3) ใช้ชั้นไม้/แผ่นเหล็กไม่ตรงสเปก

คานรับไหว แต่ “พื้นชั้น” ยุบได้
วิธีแก้: เลือกแผ่นชั้นให้ตรงน้ำหนักต่อชั้น

4) ไม่ยึดพื้น/ไม่ใส่ค้ำยัน

ยิ่งสูงยิ่งต้องยึด/ค้ำตามมาตรฐานผู้ผลิต
วิธีแก้: ยึดแองเคอร์ + ใส่ค้ำยัน/คานยึดตามรุ่น


6) ตารางคำนวณเร็ว (เอาไปใช้ได้เลย)

ชั้นวางกล่อง/สินค้าทั่วไป

  1. น้ำหนักต่อชิ้น = ____ กก.

  2. จำนวนชิ้นต่อชั้น = ____ ชิ้น

  3. น้ำหนักต่อชั้น = (1)×(2) = ____ กก.

  4. เผื่อความปลอดภัย 10–25% = ____ กก.

  5. จำนวนชั้นใน 1 ช่อง = ____ ชั้น

  6. น้ำหนักรวมต่อช่อง = (4)×(5) = ____ กก.

  7. เทียบสเปก: ต่อชั้น / ต่อช่อง / พื้นรองรับ ✅

ชั้นวางพาเลท

  1. น้ำหนักพาเลทเต็ม = ____ กก.

  2. พาเลทต่อระดับ = ____ พาเลท

  3. น้ำหนักต่อระดับ = (1)×(2) = ____ กก.

  4. เผื่อความปลอดภัย 15–25% = ____ กก.

  5. จำนวนระดับต่อช่อง = ____ ระดับ

  6. น้ำหนักรวมต่อช่อง = (4)×(5) = ____ กก.

  7. เทียบสเปก: ต่อระดับ / ต่อช่อง / พื้นรองรับ ✅


7) สัญญาณอันตรายที่ควรหยุดใช้งาน/ปรับทันที

  • คานโก่งเห็นชัด, ชั้นยุบ, เสาเอียง

  • น็อต/คลิปล็อกหลวม, ค้ำยันหลุด

  • มีการชนจากโฟล์คลิฟต์/รถเข็นบ่อย

  • วางเกินสเปกหรือวางหนักจุดเดียวซ้ำ ๆ


FAQ

Q1: เผื่อความปลอดภัยควรเผื่อกี่เปอร์เซ็นต์ดี?
A: ทั่วไป 10–25% แล้วแต่ความเสี่ยง (งานคลังจริง/หยิบเร็ว/สั่นสะเทือน แนะนำเผื่อสูงขึ้น)

Q2: ถ้าไม่รู้ “น้ำหนักต่อชิ้น” ทำยังไง?
A: ชั่งตัวอย่าง 1–3 ชิ้น แล้วใช้ “ค่าน้ำหนักมากสุด” เป็นฐานคำนวณ

Q3: ทำไมดูสเปกต่อชั้นผ่าน แต่พอใช้งานจริงยังพัง?
A: มักเกิดจากวางไม่กระจาย (ไม่ใช่ UDL), ใช้แผ่นชั้นไม่ตรงสเปก, หรือโดนชน/สั่นสะเทือนจากรถ

#ชั้นวางเหล็ก #คำนวณน้ำหนักชั้นวาง #รับน้ำหนักชั้นวาง #ชั้นวางสินค้า #ชั้นวางพาเลท
#Warehouse #WarehouseSafety #RackLoading #PalletRacking #ASRS #Logistics
#คลังสินค้า #ความปลอดภัยในคลัง #ระบบจัดเก็บสินค้า #ลดอุบัติเหตุ
#กรุงเทพ #สมุทรปราการ #ชลบุรี #ระยอง #ประเทศไทย #WarehouseThailand