อายุการใช้งานของชั้นวางพาเลทขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพวัสดุ การออกแบบรับน้ำหนัก การติดตั้ง สภาพพื้นคลัง ความถี่ในการใช้งาน ความชื้น สนิม และการชนจากรถโฟล์คลิฟท์ หากติดตั้งถูกต้อง ใช้งานตามน้ำหนักที่กำหนด และตรวจเช็กเป็นประจำ ชั้นวางพาเลทสามารถใช้งานได้นานหลายปี หรือมากกว่า 10 ปีในบางคลัง แต่ไม่ควรวัดจาก “อายุปี” เพียงอย่างเดียว ควรวัดจาก “สภาพจริงของโครงสร้าง” ด้วย
แนวทางด้านความปลอดภัยคลังสินค้าของ OSHA ระบุว่าวัสดุที่จัดเก็บเป็นชั้นต้องถูกวางหรือยึดให้มั่นคงเพื่อป้องกันการเลื่อน หล่น หรือพังถล่ม และน้ำหนักที่จัดเก็บบนพื้นอาคารต้องไม่เกินค่ารับน้ำหนักที่ปลอดภัยของพื้น รวมถึงทางเดินต้องโล่งและอยู่ในสภาพดีสำหรับการเคลื่อนย้ายสินค้า ส่วนแนวทาง UNI EN 15635 แนะนำให้มีการตรวจสอบชั้นวางโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อหาความเสียหาย ความเสี่ยงด้านโครงสร้าง และความครบถ้วนของเอกสารหรืออุปกรณ์ความปลอดภัย
พูดง่าย ๆ คือ ชั้นวางพาเลทไม่ได้หมดอายุแบบสินค้า แต่จะเริ่มไม่ปลอดภัยเมื่อมีการบิดงอ สนิมหนัก คานเสียรูป เสาโดนชน จุดยึดหลวม วางน้ำหนักเกิน หรือมีการเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานโดยไม่ได้ตรวจสอบใหม่

อายุการใช้งานของชั้นวางพาเลทนานแค่ไหน
โดยทั่วไป ชั้นวางพาเลทที่ออกแบบดี ใช้วัสดุได้มาตรฐาน ติดตั้งถูกต้อง และใช้งานไม่เกิน Load Capacity สามารถใช้งานได้นานหลายปี บางคลังอาจใช้งานได้ 10–20 ปี หรือมากกว่านั้น หากไม่มีความเสียหายรุนแรงและมีการบำรุงรักษาสม่ำเสมอ
แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ควรตอบแบบเหมารวมว่า “ชั้นวางพาเลทใช้ได้กี่ปีแน่นอน” เพราะชั้นวางที่อายุ 3 ปี แต่โดนรถโฟล์คลิฟท์ชนบ่อย อาจเสี่ยงกว่าชั้นวางอายุ 15 ปีที่ใช้งานเบาและตรวจเช็กเป็นประจำ
ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องกว่าคือ อายุการใช้งานของชั้นวางพาเลทขึ้นอยู่กับ สภาพโครงสร้าง + วิธีใช้งาน + การตรวจเช็ก + การซ่อมบำรุง
ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งานของชั้นวางพาเลท
| ปัจจัย | ส่งผลอย่างไรต่ออายุการใช้งาน |
|---|---|
| น้ำหนักสินค้าที่จัดเก็บ | หากวางเกิน Load Capacity จะทำให้ Beam แอ่น เสาเสียรูป และโครงสร้างเสี่ยง |
| การชนจากรถโฟล์คลิฟท์ | เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เสา Rack, Bracing และ Base Plate เสียหาย |
| ความชื้นและสนิม | ทำให้เหล็กเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะคลังเย็น คลังอาหาร หรือพื้นที่ใกล้น้ำ |
| คุณภาพพื้นคอนกรีต | พื้นทรุด เอียง หรือแตกร้าว อาจทำให้ Rack รับน้ำหนักผิดแนว |
| การติดตั้ง | ถ้าติดตั้งไม่ได้ระดับ ยึด Anchor ไม่แน่น หรือระยะไม่ถูกต้อง จะกระทบความปลอดภัย |
| การเปลี่ยนสินค้า | เปลี่ยนน้ำหนักหรือขนาดพาเลทโดยไม่คำนวณใหม่ อาจทำให้ Rack รับภาระเกิน |
| การดูแลรักษา | ตรวจพบปัญหาเร็ว ซ่อมเร็ว อายุใช้งานย่อมนานขึ้น |
| สภาพแวดล้อม | ฝุ่น สารเคมี ไอเกลือ ความเย็น หรือความร้อนสูง มีผลต่อวัสดุและสีเคลือบ |
ควรตรวจเช็กชั้นวางพาเลทบ่อยแค่ไหน
การตรวจชั้นวางพาเลทควรแบ่งเป็นหลายระดับ ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยตรวจ
| รอบการตรวจ | ผู้ตรวจ | สิ่งที่ควรตรวจ |
|---|---|---|
| ทุกวัน / ก่อนเริ่มงาน | พนักงานคลังหรือหัวหน้างาน | จุดชนชัดเจน พาเลทวางผิดตำแหน่ง สินค้าเอียง ทางเดินไม่โล่ง |
| ทุกสัปดาห์ | หัวหน้าคลัง | เสา Rack, Beam, Safety Pin, Anchor, ป้าย Load Capacity |
| ทุกเดือน | ทีมซ่อมบำรุงหรือผู้รับผิดชอบคลัง | ความเอียงของ Rack สนิม รอยแตกร้าวของพื้น อุปกรณ์กันชน |
| ทุก 6 เดือน | ทีมความปลอดภัยหรือวิศวกร | สภาพโครงสร้างรวม การเปลี่ยน Layout การใช้งานเกินกำหนด |
| อย่างน้อยปีละครั้ง | ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ตรวจที่มีความรู้ด้าน Rack | ตรวจเชิงโครงสร้าง ทำรายงาน แนะนำซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วน |
แนวทาง EN 15635 ที่ใช้กับระบบจัดเก็บสินค้าอุตสาหกรรมระบุเรื่องการตรวจสอบสภาพชั้นวางและแนะนำการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยปีละครั้ง รวมถึงตรวจป้ายรับน้ำหนัก สภาพพื้น ความสอดคล้องของทางเดินกับอุปกรณ์ยก และความถูกต้องของการจัดเก็บสินค้า
จุดที่ควรตรวจเช็กบนชั้นวางพาเลท
1. เสา Rack หรือ Upright Frame
เสาเป็นส่วนที่รับน้ำหนักหลัก หากเสาโดนชน บุบ โก่ง บิด หรือเอียง ควรหยุดใช้งานบริเวณนั้นทันที และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนใช้งานต่อ
สิ่งที่ต้องดู:
-
เสาเอียงหรือไม่
-
มีรอยบุบจากรถยกหรือไม่
-
มีรอยฉีก รอยแตก หรือรอยเชื่อมเสียหายหรือไม่
-
ฐานเสายังแนบพื้นดีหรือไม่
-
มีสนิมกินลึกหรือไม่
2. คาน Beam
Beam เป็นส่วนที่รับน้ำหนักพาเลทโดยตรง หากคานแอ่นมากผิดปกติ บิด หรือมีรอยกระแทก ไม่ควรฝืนใช้งานต่อ เพราะอาจทำให้พาเลทตกหรือโครงสร้างเสียสมดุล
สิ่งที่ต้องดู:
-
Beam แอ่นผิดปกติหรือไม่
-
Beam หลุดจากตำแหน่งหรือไม่
-
ตัวล็อก Beam ยังอยู่ครบไหม
-
มีรอยบิด รอยแตก หรือรอยกระแทกหรือไม่
-
พาเลทวางเต็มหน้าคานหรือวางเฉียง
3. Safety Pin / Locking Pin
Safety Pin เป็นชิ้นส่วนเล็กแต่สำคัญมาก เพราะช่วยป้องกัน Beam หลุดจาก Upright หากรถยกกระแทกหรือยกพาเลทขึ้นผิดจังหวะ
ควรตรวจว่า:
-
Safety Pin อยู่ครบทุกจุด
-
ไม่หลวม ไม่หัก ไม่หาย
-
ใช้รุ่นที่เหมาะกับ Rack นั้นจริง
-
ไม่มีการใช้ลวดหรือวัสดุอื่นแทนตัวล็อกมาตรฐาน
4. Anchor Bolt และ Base Plate
จุดยึดพื้นเป็นส่วนที่ช่วยให้ Rack ตั้งมั่นคง หาก Anchor หลวม ขาด หรือพื้นบริเวณฐานแตกร้าว อาจทำให้ชั้นวางเสียสมดุลเมื่อรับน้ำหนักหรือถูกชน
ควรตรวจว่า:
-
Anchor อยู่ครบ
-
น็อตไม่หลวม
-
Base Plate ไม่โก่ง
-
พื้นรอบฐานไม่แตก
-
ขา Rack ไม่ลอยจากพื้น
5. Bracing หรือโครงค้ำยัน
Bracing ช่วยให้เสา Rack แข็งแรงและรับแรงด้านข้างได้ดีขึ้น หาก Bracing งอ ขาด หรือหลุด จะทำให้โครงสร้างอ่อนลง
จุดที่ควรดู:
-
Bracing งอหรือเสียรูปหรือไม่
-
น็อตยึดหลวมหรือหายไหม
-
มีรอยแตกตรงจุดยึดหรือไม่
-
มีสนิมมากผิดปกติหรือไม่
6. ป้าย Load Capacity
ป้าย Load Capacity ควรติดชัดเจนในตำแหน่งที่พนักงานมองเห็น เพื่อให้รู้ว่าชั้นวางรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ต่อระดับ ต่อ Bay หรือทั้งระบบ
OSHA ระบุว่าน้ำหนักวัสดุที่จัดเก็บบนพื้นอาคารต้องไม่เกินค่ารับน้ำหนักที่ปลอดภัย และพื้นที่จัดเก็บควรมีการจัดเก็บอย่างมั่นคงเพื่อป้องกันการเลื่อน หล่น หรือพังถล่ม ดังนั้นป้าย Load Capacity และการควบคุมน้ำหนักจริงจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในคลังสินค้า
ควรตรวจว่า:
-
ป้ายยังอยู่ครบ
-
ตัวเลขอ่านง่าย
-
ตรงกับแบบที่ติดตั้งจริง
-
พนักงานเข้าใจและใช้งานตามป้าย
-
ไม่มีการวางน้ำหนักเกินกำหนด

ตาราง Checklist ตรวจเช็กชั้นวางพาเลท
| รายการตรวจเช็ก | ปกติควรเป็นอย่างไร | สัญญาณอันตราย |
|---|---|---|
| เสา Upright | ตั้งตรง ไม่บุบ ไม่บิด | เสาโก่ง บุบ เอียง หรือมีรอยฉีก |
| Beam | ตรง ล็อกแน่น ไม่แอ่นผิดปกติ | Beam แอ่น บิด หลุด หรือเสียรูป |
| Safety Pin | อยู่ครบทุกจุด | หาย หลวม หัก หรือใช้วัสดุอื่นแทน |
| Anchor Bolt | ยึดแน่นกับพื้น | หลวม ขาด หรือพื้นแตกรอบฐาน |
| Base Plate | แนบพื้น ไม่โก่ง | บิดงอ ขยับ หรือขาลอย |
| Bracing | แน่น ไม่งอ | งอ หลุด น็อตหาย |
| พื้นคอนกรีต | เรียบ ไม่ทรุด ไม่แตก | พื้นแตก ทรุด เอียง หรือเป็นหลุม |
| ป้าย Load Capacity | ชัดเจน อ่านง่าย | ไม่มีป้าย ตัวเลขเลือน หรือไม่ตรงกับการใช้งาน |
| อุปกรณ์กันชน | อยู่ในตำแหน่ง ป้องกันจุดเสี่ยง | กันชนหลุด แตก หรือไม่มีในจุดที่รถยกผ่านบ่อย |
| การวางพาเลท | วางตรง เต็มหน้าคาน | วางเฉียง ยื่นออก เกินน้ำหนัก หรือพาเลทเสียหาย |
สัญญาณว่าชั้นวางพาเลทเริ่มไม่ปลอดภัย
ควรหยุดใช้งานหรือแยกพื้นที่ทันที หากพบอาการต่อไปนี้:
-
เสา Rack โดนชนจนบุบหรือเอียง
-
Beam แอ่นหรือบิดผิดปกติ
-
Safety Pin หายหลายจุด
-
Anchor หลุดหรือพื้นแตกรอบฐาน
-
พาเลทวางเอียง เสี่ยงตก
-
มีเสียงผิดปกติขณะวางสินค้า
-
ชั้นวางสั่นมากเมื่อรถยกทำงาน
-
มีสนิมกินลึกบริเวณเสาหรือคาน
-
มีการเปลี่ยนสินค้าน้ำหนักมากขึ้น แต่ไม่ได้ตรวจคำนวณใหม่
-
Rack เคยถูกชนแล้วไม่ได้ตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ
กรณีพบความเสียหายจากแรงชนหรือโครงสร้างรับน้ำหนักเสียหาย OSHA อ้างอิงแนวทาง ANSI/RMI ว่าควรแยกพื้นที่ที่เสียหายออกจากการใช้งานทันที และให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ Rack ประเมินก่อนซ่อม เปลี่ยน หรือกลับมาใช้งานอีกครั้ง
ควรซ่อมหรือเปลี่ยนชั้นวางพาเลทเมื่อไหร่
ไม่ใช่ทุกความเสียหายต้องเปลี่ยนทั้งระบบ บางกรณีอาจเปลี่ยนเฉพาะ Beam, Upright, Bracing, Safety Pin หรือ Anchor ได้ แต่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อน เพราะการซ่อมผิดวิธีอาจทำให้รับน้ำหนักไม่ได้ตามเดิม
| สภาพที่พบ | แนวทางที่ควรทำ |
|---|---|
| Safety Pin หาย | หยุดใช้ช่องนั้นชั่วคราวและใส่อะไหล่มาตรฐานให้ครบ |
| Beam แอ่นเล็กน้อย | ตรวจน้ำหนักจริงและให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน |
| Beam บิดหรือเสียรูปชัดเจน | ควรเปลี่ยน Beam |
| เสาโดนชนบุบ | แยกพื้นที่และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ |
| Anchor หลวม | หยุดใช้งานบริเวณนั้นและแก้จุดยึด |
| สนิมผิวบาง ๆ | ทำความสะอาดและป้องกันสนิมเพิ่ม |
| สนิมกินลึก | ประเมินโครงสร้าง อาจต้องเปลี่ยนชิ้นส่วน |
| พื้นทรุดหรือแตก | ตรวจพื้นและแก้โครงสร้างก่อนใช้งานต่อ |
| Rack เอียงทั้งแถว | หยุดใช้งานและตรวจ Layout/พื้น/การยึดทั้งหมด |
วิธีช่วยยืดอายุการใช้งานของชั้นวางพาเลท
1. ใช้งานตาม Load Capacity
อย่าวางสินค้าเกินน้ำหนักที่ออกแบบไว้ และควรติดป้าย Load Capacity ให้เห็นชัดทุกแถว โดยเฉพาะคลังที่มีสินค้าน้ำหนักต่างกันหลายประเภท
2. ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการชน
บริเวณหัวแถว จุดกลับรถ และทางเดินรถยกควรมีอุปกรณ์ป้องกัน เช่น Column Guard, Rack Guard, End Frame Protector หรือ Barrier เพื่อลดความเสียหายจากรถโฟล์คลิฟท์
3. อบรมพนักงานขับรถยก
พนักงานขับรถยกควรรู้วิธีวางพาเลทให้ตรง ไม่กระแทก Beam ไม่ดันพาเลทชนเสา และแจ้งทันทีเมื่อเกิดการชน แม้ความเสียหายจะดูเล็กน้อย
4. ตรวจเช็กตามรอบอย่างจริงจัง
ควรมีแบบฟอร์มตรวจเช็ก และบันทึกทุกครั้งที่พบความเสียหาย เพื่อให้เห็นประวัติการซ่อม จุดที่โดนชนซ้ำ และจุดเสี่ยงในคลัง
5. อย่าเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานโดยไม่ตรวจสอบใหม่
หากเปลี่ยนน้ำหนักสินค้า เปลี่ยนขนาดพาเลท เพิ่มระดับชั้นวาง หรือเปลี่ยนรถยก ควรตรวจสอบ Layout และ Load Capacity ใหม่ก่อนใช้งานจริง
6. ดูแลพื้นคลังและทางเดิน
ทางเดินรถยกควรโล่งและอยู่ในสภาพดี เพราะพื้นเป็นหลุม พื้นเอียง หรือสิ่งกีดขวางอาจทำให้รถยกเสียการควบคุมและชน Rack ได้ง่ายขึ้น OSHA ระบุว่าทางเดินและทางผ่านต้องโล่งเพื่อให้พนักงานหรืออุปกรณ์ขนย้ายเคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัย
HowTo: วิธีตรวจเช็กชั้นวางพาเลทเบื้องต้นก่อนใช้งาน
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจทางเดินและพื้นที่รอบ Rack
เริ่มจากดูว่าทางเดินรถยกโล่งหรือไม่ มีพาเลทวางกีดขวางหรือเปล่า และมีจุดไหนที่เสี่ยงต่อการชนซ้ำ
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจเสา Upright และ Base Plate
ดูว่าเสามีรอยบุบ เอียง บิด หรือสนิมหรือไม่ รวมถึงตรวจว่า Base Plate แนบพื้นและ Anchor ยังแน่นอยู่
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจ Beam และตัวล็อก
ดูว่า Beam แอ่น บิด หลุด หรือโดนกระแทกหรือไม่ จากนั้นตรวจ Safety Pin หรือ Locking Pin ว่ายังอยู่ครบทุกจุด
ขั้นตอนที่ 4: ตรวจการวางพาเลท
ดูว่าพาเลทวางตรง ไม่เอียง ไม่แตก ไม่ยื่นออกจาก Rack มากเกินไป และน้ำหนักไม่เกินค่าที่กำหนด
ขั้นตอนที่ 5: ตรวจป้าย Load Capacity
ตรวจว่าป้ายรับน้ำหนักยังชัดเจน อ่านง่าย และตรงกับรูปแบบการใช้งานปัจจุบัน
ขั้นตอนที่ 6: บันทึกและแยกพื้นที่เสี่ยง
หากพบความเสียหาย ให้บันทึกรูปถ่าย ตำแหน่ง วันที่พบ และแยกพื้นที่ไม่ให้ใช้งานจนกว่าจะตรวจสอบหรือซ่อมเรียบร้อย
ข้อผิดพลาดที่ทำให้อายุชั้นวางพาเลทสั้นลง
-
วางน้ำหนักเกิน Load Capacity
-
ใช้พาเลทเสียหายหรือขนาดไม่เหมาะกับ Rack
-
รถโฟล์คลิฟท์ชนแล้วไม่แจ้ง
-
ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเสาหรือหัวแถว
-
ไม่เคยตรวจ Anchor และ Safety Pin
-
ป้ายรับน้ำหนักหายหรืออ่านไม่ชัด
-
เปลี่ยนสินค้าเป็นสินค้าน้ำหนักมากขึ้นโดยไม่คำนวณใหม่
-
ปล่อยให้พื้นคลังแตกร้าวหรือทรุดตัว
-
ใช้ Rack มือสองโดยไม่ตรวจโครงสร้าง
-
ซ่อม Rack เองโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญประเมิน
สรุป
อายุการใช้งานของชั้นวางพาเลทไม่มีตัวเลขตายตัว ชั้นวางที่ดีอาจใช้งานได้นานหลายปีหรือมากกว่า 10 ปี หากออกแบบถูกต้อง ติดตั้งดี ใช้งานไม่เกินน้ำหนัก และตรวจเช็กสม่ำเสมอ แต่ถ้าโดนชนบ่อย วางน้ำหนักเกิน ปล่อยให้สนิมกิน หรือไม่เคยตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ อายุการใช้งานก็อาจสั้นลงมาก
หัวใจสำคัญคืออย่าดูแค่ว่า Rack “ยังตั้งอยู่ได้” แต่ต้องดูว่าโครงสร้างยังปลอดภัยหรือไม่ เช่น เสาไม่บุบ Beam ไม่เสียรูป Safety Pin อยู่ครบ Anchor แน่น ป้าย Load Capacity ชัดเจน และพื้นคลังยังรับน้ำหนักได้ดี
หากพบความเสียหายที่เกี่ยวกับโครงสร้าง ควรหยุดใช้งานบริเวณนั้นทันที และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนนำกลับมาใช้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและยืดอายุการใช้งานของระบบชั้นวางพาเลทในระยะยาว
FAQ
อายุการใช้งานของชั้นวางพาเลทโดยทั่วไปกี่ปี?
โดยทั่วไปชั้นวางพาเลทสามารถใช้งานได้นานหลายปี หรือมากกว่า 10 ปี หากออกแบบและติดตั้งถูกต้อง ใช้งานไม่เกินน้ำหนักที่กำหนด และมีการตรวจเช็กสม่ำเสมอ แต่ไม่มีอายุใช้งานตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับสภาพจริงและการใช้งานของแต่ละคลัง
ควรตรวจเช็กชั้นวางพาเลทบ่อยแค่ไหน?
ควรตรวจสายตาทุกวันหรือทุกสัปดาห์ในจุดที่ใช้งานหนัก และควรมีการตรวจละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยปีละครั้ง โดยเฉพาะคลังที่มีรถโฟล์คลิฟท์ใช้งานตลอดวัน
ถ้าเสา Rack โดนรถโฟล์คลิฟท์ชน ยังใช้งานต่อได้ไหม?
ไม่ควรใช้งานต่อทันที ควรแยกพื้นที่ ลดหรือย้ายสินค้าออก และให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อน เพราะเสาที่ดูบุบเล็กน้อยอาจกระทบความสามารถในการรับน้ำหนักของทั้งระบบ
Beam แอ่นเล็กน้อยถือว่าอันตรายไหม?
Beam อาจมีการแอ่นตัวได้เล็กน้อยตามการรับน้ำหนัก แต่ถ้าแอ่นมากผิดปกติ บิด เสียรูป หรือมีเสียงผิดปกติ ควรหยุดใช้งานและตรวจสอบทันที
ต้องติดป้าย Load Capacity ทุกแถวไหม?
ควรติดป้าย Load Capacity ให้ชัดเจน เพื่อให้พนักงานรู้ว่าชั้นวางรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ และลดความเสี่ยงจากการวางสินค้าเกินกำหนด
ชั้นวางพาเลทเป็นสนิมยังใช้ได้ไหม?
ถ้าเป็นสนิมผิวเล็กน้อยอาจทำความสะอาดและป้องกันเพิ่มได้ แต่ถ้าสนิมกินลึกจนเนื้อเหล็กบางลง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ เพราะอาจกระทบความแข็งแรงของโครงสร้าง
ควรซ่อมหรือเปลี่ยนชั้นวางพาเลทเมื่อไหร่?
ควรเปลี่ยนหรือซ่อมเมื่อพบเสาโดนชน Beam เสียรูป Safety Pin หาย Anchor หลวม พื้นแตกรอบฐาน หรือมีสนิมรุนแรง โดยควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนทุกครั้ง

