ASRS: คำนวณช่องจัดเก็บและ Throughput ให้พอดีกับงานจริง

ASRS: คำนวณช่องจัดเก็บและ Throughput ให้พอดีกับงานจริง
March 5, 2026

ASRS: คำนวณช่องจัดเก็บและ Throughput ให้พอดีกับงานจริง

การออกแบบระบบ ASRS (Automated Storage and Retrieval System) ให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดคลังสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวิเคราะห์ Capacity Planning หรือการวางแผนความจุของระบบอย่างละเอียด โดยเฉพาะ 2 ปัจจัยสำคัญคือ

  • Storage Capacity – จำนวนช่องจัดเก็บที่ระบบต้องมี

  • Throughput – ความสามารถในการรับ-จ่ายสินค้าในแต่ละชั่วโมง

หากออกแบบช่องจัดเก็บน้อยเกินไป คลังจะเต็มเร็ว แต่ถ้าออกแบบ throughput ต่ำเกินไป จะเกิด คอขวดในระบบโลจิสติกส์ ทำให้การหยิบสินค้าไม่ทันต่อความต้องการจริง

บทความนี้จะอธิบายวิธี คำนวณ Capacity ของ ASRS ตั้งแต่พื้นฐาน เพื่อให้ระบบพอดีกับการใช้งานจริง ไม่ลงทุนเกินความจำเป็น และยังรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตได้

ASRS

ทำไม Capacity Planning ถึงสำคัญกับระบบ ASRS

ระบบ คลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS เป็นการลงทุนที่มีต้นทุนค่อนข้างสูง หากออกแบบผิดตั้งแต่ต้น อาจเกิดปัญหาเช่น

  • ระบบช้า หยิบสินค้าไม่ทัน

  • พื้นที่จัดเก็บไม่พอ

  • ต้องขยายระบบเร็วเกินไป

  • เกิด Bottleneck ในสายการผลิต

ดังนั้นก่อนติดตั้ง ASRS จำเป็นต้องวิเคราะห์ข้อมูล เช่น

  • จำนวน SKU

  • ปริมาณสินค้าเข้า-ออกต่อวัน

  • ขนาดสินค้า

  • รูปแบบการหยิบสินค้า

ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปใช้ในการคำนวณ Storage Capacity และ Throughput ของระบบ


1. การคำนวณจำนวนช่องจัดเก็บ (Storage Capacity)

การคำนวณจำนวนช่องจัดเก็บของ ASRS ต้องเริ่มจาก Inventory Profile

สูตรพื้นฐาน

Required Storage Location
= จำนวนสินค้าเฉลี่ยในคลัง / จำนวนสินค้า ต่อช่องจัดเก็บ

หรือ
Storage Location
= SKU × Average Inventory per SKU


ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติคลังสินค้า

รายการ ค่า
จำนวน SKU 500
จำนวนสินค้าเฉลี่ยต่อ SKU 20 กล่อง
จำนวนกล่องต่อช่องจัดเก็บ 2


คำนวณ
Storage Location
= (500 × 20) / 2
= 5,000 ช่องจัดเก็บ

ดังนั้นระบบ ASRS ต้องมี อย่างน้อย 5,000 Location

แต่ในงานจริงควรเผื่อ

  • Buffer Stock

  • Peak Season

  • Safety Capacity

ปกติจะเผื่อประมาณ 20–30%

Final Storage
= 5,000 × 1.3
= 6,500 ช่อง


2. การคำนวณ Throughput ของระบบ ASRS

Throughput คือจำนวนสินค้าเข้า-ออกต่อชั่วโมง

ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่า

  • ต้องใช้ Stacker Crane กี่ตัว

  • ต้องมี Shuttle กี่ชุด

  • ต้องมี Pick station กี่จุด


สูตรพื้นฐาน

Throughput (per hour)
= จำนวน Order ต่อวัน / ชั่วโมงการทำงาน


ตัวอย่าง

รายการ ค่า
Orders ต่อวัน 4,800
เวลาทำงาน 8 ชั่วโมง

Throughput
= 4,800 / 8
= 600 lines / hour

ดังนั้นระบบต้องรองรับ อย่างน้อย 600 operations ต่อชั่วโมง


เปรียบเทียบ Throughput ของระบบ ASRS แต่ละประเภท

ระบบ Throughput ต่อชั่วโมง เหมาะกับงาน
Mini Load ASRS 200 – 600 กล่องขนาดเล็ก
Shuttle ASRS 500 – 2000 Distribution center
Pallet ASRS 60 – 150 พาเลทสินค้า
Cube Storage 1000+ E-commerce

3. การคำนวณ Stacker Crane Cycle Time

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของ ASRS คือ Cycle Time

Cycle Time = Travel Time + Pick Time + Drop Time

ตัวอย่าง

ขั้นตอน เวลา
เดินทาง 20 วินาที
หยิบสินค้า 10 วินาที
วางสินค้า 10 วินาที

Cycle Time = 40 วินาที ดังนั้น
Throughput
= 3600 / 40
= 90 cycle / hour

หากต้องการ throughput 600
Crane required
= 600 / 90
≈ 7 cranes


ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการออกแบบ ASRS

การออกแบบระบบให้เหมาะกับงานจริง ต้องดูหลายปัจจัยร่วมกัน

1 ปริมาณสินค้า

  • SKU

  • Inventory turnover

  • Pallet / carton size

2 รูปแบบการหยิบสินค้า

  • Case picking

  • Piece picking

  • Pallet movement

3 ความเร็วการทำงาน

  • Order per hour

  • Picking rate

4 พื้นที่คลังสินค้า

  • ความสูงอาคาร

  • Floor loading

  • Layout


ตารางตัวอย่างการวิเคราะห์ ASRS Capacity

ปัจจัย ตัวอย่างข้อมูล
SKU 1,200
Inventory 24,000 cartons
Storage location 12,000
Orders per day 6,000
Throughput 750 lines/hr
Crane required 6–8 units

เทคนิคออกแบบ ASRS ให้คุ้มค่าการลงทุน

1 อย่าออกแบบตาม Peak 100%

ควรใช้ประมาณ

Peak × 1.2

เพื่อให้ระบบไม่ Over design


2 วิเคราะห์ SKU Movement

ใช้หลัก

ABC Analysis

ประเภท SKU Movement
A 20% 80%
B 30% 15%
C 50% 5%

สินค้า A ควรวางใกล้ Pick station


3 เผื่อการเติบโตของธุรกิจ

ระบบ ASRS ที่ดีควรขยายได้ เช่น

  • เพิ่ม Shuttle

  • เพิ่ม Crane

  • เพิ่ม Rack


สรุป

การวางแผน Capacity Planning สำหรับ ASRS เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนลงทุนระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ เพราะช่วยให้

  • ระบบรองรับงานจริง

  • ลดคอขวดในคลังสินค้า

  • ใช้งบลงทุนอย่างคุ้มค่า

  • รองรับการเติบโตของธุรกิจ

การคำนวณหลัก ๆ จะอยู่ที่

  • Storage Capacity

  • Throughput

  • Cycle Time

  • SKU profile

หากวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้การออกแบบ ASRS มีประสิทธิภาพสูงสุดและใช้งานได้จริงในระยะยาว


FAQ

ASRS ต้องมีช่องจัดเก็บเท่าไหร่ถึงเหมาะสม

ขึ้นอยู่กับ

  • จำนวน SKU

  • ปริมาณสินค้าเฉลี่ย

  • Safety buffer

โดยทั่วไปจะเผื่อความจุประมาณ 20–30%


Throughput ของ ASRS ควรออกแบบเท่าไหร่

ต้องคำนวณจาก

  • จำนวน order ต่อวัน

  • ชั่วโมงทำงาน

  • Peak demand

ระบบส่วนใหญ่จะเผื่อ throughput ประมาณ 1.2 เท่าของค่าเฉลี่ย


ASRS เหมาะกับคลังสินค้าประเภทไหน

ระบบนี้เหมาะกับ

  • Distribution center

  • E-commerce warehouse

  • Manufacturing warehouse

  • Cold storage


ระหว่าง Shuttle กับ Stacker Crane ควรเลือกแบบไหน

ระบบ เหมาะกับ
Stacker Crane พาเลทสินค้า
Shuttle งานที่ throughput สูง


#ASRS #WarehouseAutomation #SmartWarehouse #AutomatedWarehouse #LogisticsTechnology #Intralogistics #WarehouseDesign #SupplyChain

Sidebar
ชั้นวางของเหล็ก

เปรียบเทียบระบบชั้นวางโกดัง Selective, Double Deep, Drive-In และ Shuttle

Continue Reading
คลังอัตโนมัติ

คลังอัตโนมัติกับ Data Analytics ปรับปรุงการจัดเก็บสินค้าอย่างไร

Continue Reading
ชั้นวางพาเลทต่างยี่ห้อ

ชั้นวางพาเลทต่างยี่ห้อใช้ร่วมกันได้ไหม? เช็กสลักและขนาดก่อนเปลี่ยน

Continue Reading
ออกแบบชั้นวางรอบเสาอาคารยังไง

ออกแบบชั้นวางรอบเสาอาคารยังไง? ไม่ให้เสียพื้นที่คลังสินค้า

Continue Reading
คลังสินค้าอัตโนมัติ

คลังสินค้าอัตโนมัติ ลดการใช้รถโฟล์คลิฟท์ในบางพื้นที่ได้อย่างไร

Continue Reading
ธุรกิจยุคใหม่เลือกใช้ตะแกรงเหล็กพับได้ เพราะอะไรถึงคุ้มค่าในระยะยาว

ธุรกิจยุคใหม่เลือกใช้ตะแกรงเหล็กพับได้ เพราะอะไรถึงคุ้มค่าในระยะยาว

Continue Reading
ติดตั้งชั้นวางเหล็ก

บริการติดตั้งชั้นวางเหล็กสำหรับโรงงาน ร้านค้า และคลังสินค้า เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน?

Continue Reading
ชั้นวางอุตสาหกรรม

พุกยึดชั้นวางอุตสาหกรรมสำคัญอย่างไร? เลือกแบบไหนให้ชั้นแข็งแรง ปลอดภัย และรับน้ำหนักได้จริง

Continue Reading