งบทำ Mezzanine คิดจากอะไรบ้าง? เจาะต้นทุนโครงสร้าง พื้น และน้ำหนักบรรท

งบทำ Mezzanine คิดจากอะไรบ้าง? เจาะต้นทุนโครงสร้าง พื้น และน้ำหนักบรรทุกก่อนขอราคา
July 10, 2026

งบทำ Mezzanine คิดจากอะไรบ้าง?

งบทำ Mezzanine หรือชั้นลอยโรงงาน คิดจากหลายองค์ประกอบร่วมกัน ได้แก่ ขนาดพื้นที่ ความสูงและระยะช่วงเสา น้ำหนักบรรทุกที่ต้องการ ชนิดพื้น โครงสร้างเหล็ก บันได ราวกันตก งานฐานราก รวมถึงความยากในการติดตั้ง

พื้นที่ขนาดเท่ากันจึงอาจมีราคาต่างกันมาก ตัวอย่างเช่น ชั้นลอยสำหรับเก็บกล่องสินค้าน้ำหนักเบา ย่อมใช้โครงสร้างต่างจากชั้นลอยที่ต้องวางพาเลท เครื่องจักร หรือชิ้นส่วนโลหะหนัก

ก่อนขอราคา ควรระบุให้ชัดว่า Mezzanine จะใช้ทำอะไร ต้องรับน้ำหนักประมาณเท่าไร และต้องการให้พื้นที่ด้านล่างโล่งมากแค่ไหน การให้ข้อมูลครบตั้งแต่ต้นช่วยลดโอกาสที่งบประมาณจะเพิ่มระหว่างดำเนินงาน


Mezzanine คืออะไร และทำไมราคาจึงไม่มีตัวเลขตายตัว?

Mezzanine คือชั้นลอยที่ติดตั้งเพิ่มภายในอาคาร โรงงาน หรือคลังสินค้า เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้ง โดยไม่ต้องขยายตัวอาคารออกไปด้านข้าง

การติดตั้งชั้นลอยนิยมใช้เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับงานหลายประเภท เช่น

  • พื้นที่จัดเก็บสินค้าและอะไหล่
  • ห้องทำงานหรือสำนักงานภายในโรงงาน
  • พื้นที่แพ็กสินค้า
  • พื้นที่ประกอบชิ้นงาน
  • พื้นที่วางเครื่องจักรขนาดเล็ก
  • พื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสินค้า
  • ทางเดินเชื่อมระหว่างพื้นที่ทำงาน

แม้ Mezzanine สองแห่งจะมีพื้นที่ 100 ตารางเมตรเท่ากัน แต่ราคาอาจไม่เท่ากัน เพราะแบบหนึ่งอาจรับเฉพาะคนเดินและกล่องสินค้า ขณะที่อีกแบบต้องรองรับพาเลทหรืออุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมาก

ดังนั้น การถามเพียงว่า “ชั้นลอยเหล็กราคาต่อตารางเมตรเท่าไร” อาจยังไม่เพียงพอสำหรับการจัดทำงบประมาณที่แม่นยำ


งบทำ Mezzanine มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

สูตรประเมินงบประมาณเบื้องต้นสามารถมองได้ดังนี้

งบทำ Mezzanine = ค่าออกแบบและคำนวณโครงสร้าง + โครงสร้างเหล็ก + ระบบพื้น + บันไดและราวกันตก + งานฐานราก + ค่าขนส่งและติดตั้ง + งานระบบที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดของแต่ละส่วนมีดังต่อไปนี้


1. ขนาดพื้นที่และรูปทรงของ Mezzanine

ปัจจัยแรกคือความกว้าง ความยาว และพื้นที่รวมของชั้นลอย แต่ราคาไม่ได้เพิ่มหรือลดตามจำนวนตารางเมตรแบบตรงไปตรงมาเสมอไป

พื้นที่รูปทรงสี่เหลี่ยมเรียบง่ายมักออกแบบและติดตั้งได้ง่ายกว่าพื้นที่ที่มีลักษณะดังนี้

  • ต้องหลบเสาเดิมของอาคาร
  • ต้องเว้นช่องสำหรับเครื่องจักร
  • ต้องทำพื้นหลายระดับ
  • มีแนวผนังหรือประตูขวาง
  • มีท่อดับเพลิงหรือท่อระบบอยู่เหนือพื้นที่
  • ต้องเชื่อมต่อกับอาคารหรือชั้นลอยเดิม
  • ต้องทำช่องเปิดสำหรับยกสินค้าขึ้นลง

ชั้นลอยที่มีมุมเว้า ช่องเปิด หรือแนวโครงสร้างซับซ้อน จะใช้เวลาในการผลิตและติดตั้งมากกว่าพื้นที่โล่งทั่วไป


2. น้ำหนักบรรทุกที่ต้องการ

น้ำหนักบรรทุกเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สุดของราคา Mezzanine เพราะส่งผลต่อขนาดเสา คาน ตง พื้น จุดเชื่อมต่อ และฐานรองรับโดยตรง

ก่อนออกแบบต้องแยกให้ออกระหว่าง

  • น้ำหนักของตัวโครงสร้างและระบบพื้น
  • น้ำหนักคน
  • น้ำหนักสินค้า
  • น้ำหนักชั้นวาง
  • น้ำหนักรถเข็นหรืออุปกรณ์ขนย้าย
  • น้ำหนักเครื่องจักร
  • น้ำหนักที่กดลงเป็นจุดเฉพาะ

ในประเทศไทย การออกแบบโครงสร้างต้องพิจารณาน้ำหนักบรรทุกตามประเภทการใช้งานและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรกำหนดจากการคาดเดาหรือเลือกตัวเลขสูงไว้ก่อนโดยไม่มีข้อมูล เพราะอาจทำให้โครงสร้างใหญ่และใช้งบเกินความจำเป็น

ตัวอย่างลักษณะการใช้งานและผลต่องบประมาณ
การใช้งาน Mezzanine ลักษณะน้ำหนัก ผลต่องบประมาณ
สำนักงานหรือพื้นที่คนเดิน น้ำหนักค่อนข้างกระจาย โครงสร้างไม่หนักเท่าพื้นที่จัดเก็บสินค้า
เก็บกล่องหรือสินค้าน้ำหนักเบา กระจายสินค้าบนชั้นหรือบนพื้น ต้องดูน้ำหนักรวมต่อพื้นที่
เก็บอะไหล่โลหะ น้ำหนักสูงและอาจกองรวมเป็นจุด ต้องเพิ่มความแข็งแรงของคานและพื้น
วาง Pallet Rack มีแรงลงตามตำแหน่งขาชั้นวาง ต้องตรวจสอบ Point Load เป็นพิเศษ
วางเครื่องจักร มีน้ำหนักเฉพาะจุดและอาจมีแรงสั่น ต้องคำนวณโครงสร้างเฉพาะงาน
ใช้รถลากหรือรถเข็น มีทั้งน้ำหนักและแรงเคลื่อนที่ ต้องเลือกพื้นและโครงสร้างให้เหมาะสม
ระวังคำว่า “รับน้ำหนักได้กี่กิโลกรัมต่อตารางเมตร”

ตัวเลขน้ำหนักต่อตารางเมตรช่วยให้สื่อสารง่าย แต่ไม่ได้บอกภาพทั้งหมด

สมมติว่าพื้นออกแบบให้รองรับน้ำหนักกระจาย แต่ผู้ใช้นำเครื่องจักรหนักไปวางบนขารองรับเพียงสี่จุด แรงที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างจากการกระจายน้ำหนักสินค้าทั่วทั้งพื้นอย่างมาก

ดังนั้น หากมี Pallet Rack ตู้เซฟ เครื่องจักร ถังวัตถุดิบ หรือสินค้าหนัก ควรส่งน้ำหนักและขนาดฐานสัมผัสให้วิศวกรตรวจสอบด้วย

หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสากลยังให้ความสำคัญกับการที่พื้นหรือทางเดินต้องรองรับน้ำหนักสูงสุดตามการใช้งานจริง และต้องตรวจสอบซ่อมแซมโดยผู้มีความรู้เมื่อพบความเสียหาย


3. ระยะช่วงเสาและพื้นที่โล่งด้านล่าง

เจ้าของโรงงานจำนวนมากต้องการลดจำนวนเสา เพื่อให้พื้นที่ด้านล่างใช้กับเครื่องจักร รถยก หรือสายการผลิตได้สะดวก

อย่างไรก็ตาม ยิ่งระยะระหว่างเสากว้าง คานก็ยิ่งต้องรับแรงมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ต้องใช้

  • คานขนาดใหญ่ขึ้น
  • เหล็กหนาขึ้น
  • ระบบค้ำยันเพิ่ม
  • จุดต่อที่แข็งแรงขึ้น
  • ฐานเสาขนาดใหญ่ขึ้น

ตัวอย่างเช่น Mezzanine ที่มีเสาถี่อาจประหยัดโครงสร้าง แต่เสาอาจรบกวนทางวิ่งรถยก ส่วนแบบช่วงเสากว้างให้พื้นที่ด้านล่างโล่งกว่า แต่ต้นทุนโครงสร้างมักสูงขึ้น

การเลือกช่วงเสาจึงควรดูทั้งงบประมาณและรูปแบบการทำงาน ไม่ใช่เลือกจากราคาที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว


4. ความสูงของชั้นลอย

ความสูงส่งผลต่อทั้งโครงสร้างและการติดตั้ง โดยต้องพิจารณาอย่างน้อยสามระยะ

  1. ความสูงใต้ท้องคาน
  2. ความสูงจากพื้น Mezzanine ถึงหลังคาหรือโครงสร้างด้านบน
  3. ความสูงรวมของเสาและราวกันตก

หากชั้นลอยสูงมาก อาจต้องเพิ่มความแข็งแรงของเสาและระบบค้ำยัน รวมถึงต้องใช้เครื่องมือยกหรือนั่งร้านที่เหมาะสมระหว่างติดตั้ง

ก่อนออกแบบควรตรวจสอบว่าบริเวณด้านบนมีท่อ สายไฟ โคมไฟ สปริงเกลอร์ หรือโครงหลังคาที่อาจกีดขวางหรือไม่


5. ชนิดของพื้น Mezzanine

ระบบพื้นมีผลต่อราคา น้ำหนักโครงสร้าง ความทนทาน เสียง และรูปแบบการใช้งานในระยะยาว

ตารางเปรียบเทียบพื้น Mezzanine ที่พบได้บ่อย
ประเภทพื้น จุดเด่น ข้อควรพิจารณา เหมาะกับงาน
แผ่นเหล็กลาย แข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก ทำความสะอาดง่าย อาจมีเสียงเมื่อเดินและมีน้ำหนักค่อนข้างมาก โรงงาน งานช่าง พื้นที่วางอุปกรณ์
ตะแกรงเหล็ก น้ำหนักเบากว่าพื้นทึบ ระบายอากาศและแสงได้ ของชิ้นเล็กอาจตกลงด้านล่าง ทางเดิน พื้นที่ซ่อมบำรุง
แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ พื้นเรียบ งานแห้ง ติดตั้งรวดเร็ว ต้องเลือกความหนาและระยะตงให้เหมาะสม สำนักงานหรือพื้นที่เก็บสินค้าน้ำหนักไม่มาก
แผ่นไม้อัดอุตสาหกรรม ติดตั้งง่าย ลดเสียงได้บางส่วน ต้องระวังความชื้นและปลวกตามชนิดวัสดุ ห้องทำงาน พื้นที่แห้ง
Metal Deck เทคอนกรีต พื้นแน่น แข็งแรง ให้ความรู้สึกใกล้เคียงพื้นอาคาร น้ำหนักโครงสร้างสูง ใช้เวลาทำงานและต้องควบคุมงานเปียก พื้นที่ใช้งานหนักหรือใช้งานระยะยาว

ไม่มีพื้นประเภทใดดีที่สุดสำหรับทุกงาน การเลือกควรพิจารณาจากน้ำหนัก ความชื้น การทำความสะอาด เสียง ความต้องการทนไฟ และลักษณะการใช้งานจริง

ตัวอย่างเช่น พื้นสำนักงานอาจให้ความสำคัญกับความเรียบและเสียงเดิน ส่วนพื้นเก็บอะไหล่ในโรงงานอาจให้ความสำคัญกับความแข็งแรงและการทนต่อแรงกระแทกมากกว่า


6. ขนาดเสา คาน ตง และเกรดเหล็ก

งบส่วนใหญ่ของ Mezzanine มักอยู่ที่โครงสร้างหลัก ซึ่งประกอบด้วย

  • เสา
  • คานหลัก
  • คานรองหรือตง
  • ค้ำยัน
  • เพลทหัวเสา
  • เพลทฐานเสา
  • Anchor Bolt
  • จุดเชื่อมต่อ
  • สีหรือระบบป้องกันสนิม

ขนาดเหล็กไม่ได้กำหนดจากพื้นที่อย่างเดียว แต่ต้องคำนวณจากน้ำหนักบรรทุก ระยะช่วงคาน ความสูงเสา รูปแบบจุดต่อ และข้อจำกัดของอาคารเดิม

การใช้เหล็กขนาดใหญ่เกินความจำเป็นทำให้งบสูงขึ้น ส่วนการลดขนาดเหล็กเพื่อกดราคาโดยไม่มีการคำนวณ อาจทำให้พื้นสั่น แอ่นตัว หรือมีความเสี่ยงในการใช้งาน


7. ฐานรากและพื้นคอนกรีตเดิม

เรื่องที่มักถูกมองข้ามคือ พื้นคอนกรีตเดิมสามารถรองรับแรงจากเสา Mezzanine ได้หรือไม่

เสาของชั้นลอยจะถ่ายน้ำหนักลงเป็นจุด หากพื้นเดิมบาง พื้นทรุด มีรอยแตกร้าว หรือไม่ได้ออกแบบให้รองรับแรงลักษณะนี้ อาจต้องมีงานเพิ่มเติม เช่น

  • เจาะสำรวจความหนาพื้น
  • ตรวจสอบกำลังคอนกรีต
  • ทำฐานรากใหม่
  • ขยายฐานรองเสา
  • เสริมเหล็กบริเวณฐาน
  • ตัดพื้นและทำฐานรับน้ำหนักเฉพาะจุด
  • ใช้ระบบยึด Anchor ที่เหมาะสม

งานฐานรากอาจทำให้งบเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ จึงควรสำรวจหน้างานก่อนสรุปราคา โดยเฉพาะอาคารเก่าหรืออาคารที่ไม่มีแบบโครงสร้างเดิม


8. บันได ราวกันตก และประตูรับสินค้า

Mezzanine ไม่ได้มีเฉพาะพื้นและเสา แต่ยังต้องมีอุปกรณ์สำหรับการเข้าถึงและป้องกันการตก

รายการที่ควรนำมาคิดในงบประมาณ ได้แก่

  • บันไดขึ้นลง
  • ชานพักบันได
  • ราวจับ
  • ราวกันตก
  • แผ่นกันของตกบริเวณขอบพื้น
  • ประตู Safety Gate
  • ประตูรับ Pallet
  • ช่องเปิดสำหรับยกสินค้า
  • ราวกั้นบริเวณช่องบันได
  • ป้ายแสดงน้ำหนักบรรทุก

จำนวนบันไดและตำแหน่งทางออกควรสัมพันธ์กับจำนวนผู้ใช้งาน ลักษณะพื้นที่ และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

ในเชิงหลักปฏิบัติสากล พื้นที่ทำงานที่มีขอบเปิดหรือช่องเปิดต้องมีระบบป้องกันการตกที่เหมาะสม เช่น ราวกันตก ประตูปิดช่องเปิด หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นตามลักษณะงาน


9. วิธีนำสินค้าขึ้นลง

หากใช้ Mezzanine สำหรับเก็บสินค้า ต้องวางแผนตั้งแต่ต้นว่าสินค้าจะขึ้นลงอย่างไร เช่น

  • คนถือขึ้นทางบันได
  • ใช้รถเข็น
  • ใช้ลิฟต์ขนสินค้า
  • ใช้รอก
  • ใช้ Forklift ยกผ่าน Pallet Gate
  • ใช้สายพานลำเลียง
  • ใช้ระบบ Conveyor
  • ใช้ Cargo Lift

หากต้องมีลิฟต์ ประตูรับพาเลท หรือช่องยกสินค้า งบส่วนนี้ควรแยกออกจากราคาโครงสร้าง Mezzanine เพื่อให้ตรวจสอบรายการได้ง่าย


10. สภาพพื้นที่ติดตั้ง

หน้างานที่ดูคล้ายกันอาจมีต้นทุนติดตั้งต่างกันจากข้อจำกัด เช่น

  • โรงงานยังเดินเครื่องอยู่
  • ทำงานได้เฉพาะกลางคืนหรือวันหยุด
  • รถเครนหรือรถบรรทุกเข้าถึงไม่ได้
  • พื้นที่แคบ ไม่สามารถประกอบชิ้นงานขนาดใหญ่ได้
  • มีสินค้าหรือเครื่องจักรกีดขวาง
  • ต้องป้องกันฝุ่นหรือสะเก็ดงานเชื่อม
  • ต้องขนวัสดุผ่านประตูขนาดเล็ก
  • ต้องติดตั้งในห้องควบคุมความสะอาด
  • ต้องหยุดระบบไฟฟ้าหรือระบบดับเพลิงบางส่วน

หน้างานที่ต้องแบ่งติดตั้งหลายช่วงหรือทำงานนอกเวลาปกติ มักมีค่าแรงและค่าเครื่องมือสูงกว่าพื้นที่ว่างที่เข้าทำงานได้เต็มวัน


11. งานสีและการป้องกันสนิม

ระบบสีที่เลือกส่งผลต่อทั้งราคาและอายุการใช้งาน ตัวเลือกที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • สีรองพื้นกันสนิมและสีทับหน้า
  • สีอุตสาหกรรม
  • สี Epoxy
  • สี Powder Coating สำหรับชิ้นส่วนที่เหมาะสม
  • ระบบชุบกัลวาไนซ์
  • ระบบเคลือบสำหรับพื้นที่ชื้นหรือมีสารเคมี

Mezzanine ภายในคลังสินค้าแห้งอาจใช้ระบบสีทั่วไปได้ แต่พื้นที่ใกล้ทะเล โรงงานอาหาร ห้องเย็น หรือบริเวณที่มีความชื้นสูง ควรพิจารณาระบบป้องกันสนิมเพิ่มเติม


12. งานระบบภายในอาคาร

เมื่อเพิ่มชั้นลอย อาจมีงานระบบที่ต้องย้ายหรือเพิ่ม เช่น

  • โคมไฟ
  • สายไฟ
  • ตู้ไฟ
  • ระบบสปริงเกลอร์
  • อุปกรณ์ตรวจจับควัน
  • กล้องวงจรปิด
  • ระบบระบายอากาศ
  • ท่อลม
  • ป้ายทางหนีไฟ
  • ไฟฉุกเฉิน
  • ระบบเครือข่าย

ควรตรวจสอบทั้งพื้นที่บน Mezzanine และพื้นที่ด้านล่าง เพราะหลังติดตั้งแล้วแสงสว่างหรือระยะฉีดน้ำของระบบเดิมอาจไม่ครอบคลุมเหมือนเดิม


ปัจจัยใดทำให้งบ Mezzanine สูงขึ้นเร็วที่สุด?

ปัจจัย เหตุผลที่ทำให้งบเพิ่ม
น้ำหนักบรรทุกสูง ต้องเพิ่มขนาดเสา คาน ตง จุดต่อ และฐานรองรับ
ช่วงเสากว้าง คานต้องรับแรงมากขึ้นเพื่อให้ด้านล่างโล่ง
พื้นคอนกรีต เพิ่มน้ำหนักโครงสร้างและมีขั้นตอนงานเปียก
วางเครื่องจักร ต้องคำนวณ Point Load แรงสั่น และตำแหน่งวาง
พื้นเดิมไม่แข็งแรง อาจต้องทำฐานรากหรือเสริมพื้นใหม่
หน้างานติดตั้งยาก ใช้เวลา เครื่องมือ และแรงงานมากขึ้น
มีช่องเปิดหลายตำแหน่ง ต้องเพิ่มโครงสร้างรอบช่องและระบบป้องกันการตก
ทำงานโดยไม่หยุดการผลิต ต้องแบ่งพื้นที่และทำงานนอกเวลาปกติ
ต้องย้ายระบบอาคาร มีค่าไฟฟ้า ดับเพลิง แสงสว่าง และระบบอื่นเพิ่มเติม

HowTo: วิธีประเมินงบทำ Mezzanine ก่อนขอใบเสนอราคา

ขั้นตอนที่ 1: กำหนดวัตถุประสงค์การใช้งาน

เริ่มจากตอบให้ชัดว่าจะใช้ Mezzanine ทำอะไร เช่น เก็บสินค้า ทำสำนักงาน วางเครื่องจักร หรือเป็นพื้นที่แพ็กสินค้า

อย่าใช้คำกว้าง ๆ ว่า “เก็บของทั่วไป” เพราะชนิดและน้ำหนักสินค้าแต่ละประเภทไม่เท่ากัน


ขั้นตอนที่ 2: วัดพื้นที่และความสูง

เก็บข้อมูลเบื้องต้น ได้แก่

  • ความกว้างและความยาวพื้นที่
  • ความสูงจากพื้นถึงหลังคา
  • ความสูงใต้คานที่ต้องการ
  • ตำแหน่งเสาอาคารเดิม
  • ตำแหน่งประตูและทางเดิน
  • ตำแหน่งเครื่องจักร
  • ตำแหน่งท่อ สายไฟ และสปริงเกลอร์

การส่งรูปถ่ายและวิดีโอหน้างานร่วมกับขนาดพื้นที่ จะช่วยให้ผู้รับเหมาประเมินเบื้องต้นได้เร็วขึ้น


ขั้นตอนที่ 3: รวบรวมน้ำหนักสินค้าและอุปกรณ์

จัดทำรายการสิ่งที่จะนำขึ้นชั้นลอย พร้อมข้อมูลดังนี้

  • น้ำหนักต่อชิ้น
  • จำนวนสูงสุด
  • ขนาดสินค้า
  • วิธีจัดวาง
  • จำนวนชั้นวาง
  • น้ำหนักชั้นวาง
  • น้ำหนักเครื่องจักร
  • ขนาดฐานเครื่องจักร
  • จำนวนผู้ใช้งานพร้อมกัน

ควรใช้ข้อมูลช่วงที่มีสินค้าเต็มพื้นที่ ไม่ใช่น้ำหนักเฉลี่ยในวันที่สินค้าน้อย


ขั้นตอนที่ 4: เลือกระบบพื้น

เลือกพื้นตามลักษณะงาน ไม่ใช่จากราคาอย่างเดียว โดยพิจารณาเรื่อง

  • น้ำหนัก
  • ความชื้น
  • เสียง
  • การทนแรงกระแทก
  • การทำความสะอาด
  • การใช้รถเข็น
  • ความเรียบของพื้น
  • ข้อกำหนดด้านอัคคีภัย

หากยังเลือกไม่ได้ สามารถขอใบเสนอราคาเปรียบเทียบพื้นสองระบบเพื่อดูผลต่างของงบประมาณได้


ขั้นตอนที่ 5: วางตำแหน่งเสาและบันได

ระบุตำแหน่งที่ไม่สามารถตั้งเสาได้ เช่น

  • ทางวิ่งรถยก
  • ทางเข้าออก
  • พื้นที่หน้าเครื่องจักร
  • แนวสายการผลิต
  • จุดเปิดตู้ควบคุม
  • พื้นที่ขนถ่ายสินค้า

จากนั้นกำหนดตำแหน่งบันได ช่องยกสินค้า และ Pallet Gate ให้สอดคล้องกับการทำงานจริง


ขั้นตอนที่ 6: ตรวจสอบพื้นและฐานรากเดิม

หากมีแบบก่อสร้างเดิม ควรเตรียมให้วิศวกรตรวจสอบ หากไม่มีแบบ อาจต้องเข้าสำรวจหน้างาน ตรวจสอบความหนาพื้น หรือพิจารณาการทดสอบเพิ่มเติมตามความจำเป็น

ขั้นตอนนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการพบภายหลังว่าพื้นเดิมไม่สามารถรับแรงจากเสา Mezzanine ได้


ขั้นตอนที่ 7: ขอใบเสนอราคาแบบแยกรายการ

ใบเสนอราคาที่ตรวจสอบง่ายควรแยกอย่างน้อยเป็น

  1. ค่าออกแบบและคำนวณโครงสร้าง
  2. โครงสร้างเสาและคาน
  3. ระบบพื้น
  4. บันได
  5. ราวกันตกและประตูรับสินค้า
  6. งานฐานราก
  7. งานสี
  8. ค่าขนส่ง
  9. ค่าติดตั้ง
  10. งานระบบเพิ่มเติม
  11. เอกสารและการรับรองที่รวมอยู่ในงาน
  12. ระยะเวลารับประกัน

ไม่ควรเปรียบเทียบเฉพาะยอดรวม หากขอบเขตงาน วัสดุ น้ำหนักบรรทุก และระบบพื้นของแต่ละรายไม่เหมือนกัน


ข้อมูลที่ควรส่งให้ผู้รับเหมาก่อนประเมินราคา

ข้อมูลที่ต้องเตรียม ตัวอย่าง
ขนาดพื้นที่ กว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร
ความสูงใต้ชั้นลอย ต้องการพื้นที่โล่งไม่น้อยกว่า 3 เมตร
การใช้งาน เก็บอะไหล่และเป็นพื้นที่แพ็กสินค้า
น้ำหนักสินค้า น้ำหนักรวมสูงสุดต่อโซน
ระบบจัดเก็บ วางพื้น วางชั้น Shelf หรือวาง Pallet Rack
ระบบพื้น เหล็กลาย ไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือต้องการให้แนะนำ
จำนวนบันได 1–2 ชุด
ช่องยกสินค้า ใช้ Forklift ยกพาเลทขึ้น
สภาพหน้างาน โรงงานยังเปิดดำเนินงาน
ที่ตั้งโครงการ จังหวัดและอำเภอ
เวลาติดตั้ง เวลาปกติ กลางคืน หรือวันหยุด

ตัวอย่างการวิเคราะห์งบ Mezzanine

สมมติว่าโรงงานต้องการทำ Mezzanine ขนาด 200 ตารางเมตร

แบบที่ 1: ใช้เก็บกล่องสินค้าน้ำหนักไม่มาก
  • สินค้ามีน้ำหนักกระจาย
  • ไม่มีเครื่องจักร
  • ใช้รถเข็นขนาดเล็ก
  • พื้นที่ด้านล่างไม่จำเป็นต้องโล่งทั้งหมด
  • ใช้พื้นระบบแห้ง

โครงสร้างอาจออกแบบให้มีระยะเสาที่เหมาะสมและไม่ต้องใช้คานขนาดใหญ่มากนัก

แบบที่ 2: ใช้เก็บอะไหล่โลหะและวาง Pallet Rack
  • สินค้ามีน้ำหนักมาก
  • มีแรงกดจากขาชั้นวาง
  • ต้องใช้ Forklift ยกพาเลทขึ้น
  • ต้องมี Pallet Gate
  • ต้องการช่วงเสากว้างเพื่อให้รถยกวิ่งด้านล่าง

แม้พื้นที่จะเท่ากัน แต่แบบที่ 2 มักต้องใช้โครงสร้าง จุดต่อ ระบบพื้น และฐานรองรับที่แข็งแรงกว่า จึงไม่ควรใช้ราคาของแบบแรกมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน


วิธีลดงบทำ Mezzanine โดยไม่ลดความปลอดภัย

วาง Layout ให้ชัดก่อนออกแบบ

การเปลี่ยนตำแหน่งเสา บันได หรือช่องยกสินค้าหลังเริ่มผลิต อาจทำให้ต้องแก้แบบและแก้ชิ้นงาน

เลือกน้ำหนักบรรทุกตามการใช้งานจริง

ไม่ควรกำหนดน้ำหนักต่ำเพื่อประหยัด และไม่จำเป็นต้องกำหนดสูงเกินจริงทุกพื้นที่ สามารถแบ่งเป็นโซนตามลักษณะการใช้งานได้ หากวิศวกรเห็นว่าเหมาะสม

ใช้ช่วงเสาที่สมดุล

การลดจำนวนเสาอาจทำให้คานมีขนาดใหญ่ขึ้น บางครั้งการเพิ่มเสาในตำแหน่งที่ไม่รบกวนการทำงาน ช่วยลดต้นทุนรวมได้

แยกงานที่จำเป็นออกจากงานเสริม

ควรแยกราคางานโครงสร้างหลักออกจากผนังห้อง แอร์ ระบบไฟ ลิฟต์ หรือ Conveyor เพื่อให้ควบคุมงบได้ง่าย

สำรวจหน้างานก่อนสรุปราคา

การสำรวจช่วยตรวจพบข้อจำกัด เช่น พื้นแตกร้าว ทางเข้าแคบ ท่อขวาง หรือพื้นที่ติดตั้งเครื่องมือยกไม่ได้ ก่อนเริ่มผลิตชิ้นงาน


เปรียบเทียบใบเสนอราคา Mezzanine ต้องดูอะไร?

ราคาที่ต่ำกว่าไม่ได้หมายความว่าคุ้มกว่าทุกกรณี ควรเปรียบเทียบรายละเอียดต่อไปนี้ควบคู่กัน

หัวข้อเปรียบเทียบ สิ่งที่ควรตรวจสอบ
น้ำหนักบรรทุก ใช้ค่าตรงกันหรือไม่ เป็นน้ำหนักกระจายหรือเฉพาะจุด
ขนาดเหล็ก ระบุหน้าตัด ความหนา หรือมาตรฐานวัสดุหรือไม่
ระบบพื้น ชนิด ความหนา และโครงรองรับเหมือนกันหรือไม่
ระยะเสา จำนวนเสาและระยะช่วงคานเท่ากันหรือไม่
งานฐานราก รวมตรวจสอบและเสริมฐานหรือยัง
บันไดและราว จำนวน ขนาด และรายละเอียดเหมือนกันหรือไม่
ระบบสี จำนวนชั้นและประเภทสีต่างกันหรือไม่
งานติดตั้ง รวมเครื่องมือยก ขนส่ง และเก็บงานหรือไม่
เอกสารวิศวกรรม มีแบบคำนวณ แบบติดตั้ง และผู้รับรองหรือไม่
การรับประกัน ครอบคลุมโครงสร้าง งานติดตั้ง และพื้นอย่างไร

งบ Mezzanine สำหรับโรงงานแต่ละพื้นที่ต่างกันหรือไม่?

สถานที่ตั้งโครงการมีผลต่อค่าขนส่ง ค่าแรง การนำเครื่องมือเข้าพื้นที่ และข้อจำกัดของนิคมอุตสาหกรรมหรืออาคารแต่ละแห่ง

ตัวอย่างเช่น โรงงานในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ปทุมธานี อยุธยา ชลบุรี หรือระยอง อาจมีเงื่อนไขด้านเวลาเข้าออก การอบรมความปลอดภัย เอกสารผู้รับเหมา และช่วงเวลาทำงานต่างกัน

เมื่อติดต่อผู้ให้บริการรับทำ Mezzanine ใกล้พื้นที่โครงการ ควรแจ้งจังหวัด อำเภอ ชื่อนิคมอุตสาหกรรม และข้อกำหนดการเข้าหน้างานตั้งแต่ขั้นตอนขอราคา


สรุป: งบทำ Mezzanine ไม่ควรดูเฉพาะราคาต่อตารางเมตร

งบทำ Mezzanine ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายด้าน โดยเฉพาะ

  • ขนาดและรูปทรงพื้นที่
  • น้ำหนักบรรทุก
  • น้ำหนักเฉพาะจุด
  • ระยะช่วงเสา
  • ความสูง
  • ชนิดพื้น
  • ขนาดโครงสร้างเหล็ก
  • สภาพพื้นและฐานรากเดิม
  • บันไดและราวกันตก
  • วิธีนำสินค้าขึ้นลง
  • สภาพและเวลาการติดตั้ง
  • งานระบบภายในอาคาร

วิธีที่ได้งบใกล้เคียงความจริงที่สุด คือการกำหนดการใช้งานและน้ำหนักให้ชัด วัดพื้นที่ สำรวจหน้างาน และให้วิศวกรออกแบบก่อนสรุปรายการวัสดุ

อย่าเลือกราคาที่ต่ำที่สุดโดยยังไม่ตรวจสอบว่าน้ำหนักบรรทุก ชนิดพื้น ระยะเสา อุปกรณ์ความปลอดภัย และขอบเขตการติดตั้งเหมือนกันหรือไม่ เพราะ Mezzanine เป็นโครงสร้างที่ต้องใช้งานร่วมกับคน สินค้า และกระบวนการทำงานในระยะยาว


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงบทำ Mezzanine

1. ราคาทำ Mezzanine คิดเป็นตารางเมตรได้หรือไม่?

สามารถใช้ราคาต่อตารางเมตรเพื่อประเมินงบเบื้องต้นได้ แต่ราคาจริงต้องพิจารณาน้ำหนักบรรทุก ระยะเสา ชนิดพื้น ความสูง ฐานราก บันได ราวกันตก และสภาพหน้างานร่วมด้วย

2. น้ำหนักบรรทุกมากขึ้นทำให้ราคาเพิ่มขึ้นหรือไม่?

โดยทั่วไปน้ำหนักบรรทุกที่สูงขึ้นทำให้ต้องใช้เสา คาน ตง จุดต่อ และฐานรองรับที่แข็งแรงขึ้น แต่ราคาไม่ได้เพิ่มแบบเป็นสัดส่วนตายตัว ต้องคำนวณตามรูปแบบโครงสร้างจริง

3. พื้น Mezzanine แบบใดประหยัดที่สุด?

ต้องดูจากการใช้งาน พื้นระบบแห้งอาจติดตั้งรวดเร็วและมีน้ำหนักน้อยกว่าพื้นคอนกรีต แต่ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาน้ำหนัก ความชื้น เสียง และความทนทานด้วย

4. ทำ Mezzanine ต้องตรวจสอบพื้นคอนกรีตเดิมหรือไม่?

ควรตรวจสอบ เพราะเสา Mezzanine ถ่ายน้ำหนักลงบนพื้นเป็นจุด หากพื้นเดิมไม่แข็งแรง อาจต้องทำฐานรากหรือเสริมพื้นที่บริเวณฐานเสา

5. ใช้ Mezzanine วาง Pallet Rack ได้หรือไม่?

ทำได้ แต่ต้องแจ้งน้ำหนักพาเลท ขนาดชั้นวาง จำนวนระดับ และตำแหน่งขาชั้นวาง เพื่อให้วิศวกรคำนวณทั้งน้ำหนักกระจายและน้ำหนักเฉพาะจุด

6. ต้องมีราวกันตกและบันไดรวมในราคาหรือไม่?

ควรรวมเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตงาน หรือแยกราคาให้ชัดเจน เพราะเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการเข้าถึงและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

7. ทำไมต้องสำรวจหน้างานก่อนเสนอราคาจริง?

การสำรวจช่วยตรวจสอบขนาด ความสูง พื้นเดิม ทางเข้า จุดกีดขวาง ระบบไฟ สปริงเกลอร์ และข้อจำกัดในการติดตั้ง ซึ่งอาจมีผลต่อแบบและงบประมาณ

8. ควรเตรียมข้อมูลอะไรเพื่อขอราคา Mezzanine?

ควรเตรียมขนาดพื้นที่ ความสูง รูปถ่ายหน้างาน วัตถุประสงค์การใช้งาน น้ำหนักสินค้า ระบบจัดเก็บ ชนิดพื้นที่ต้องการ จำนวนบันได วิธีนำสินค้าขึ้นลง และที่ตั้งโครงการ

💬 ปรึกษาระบบชั้นวางพาเลททาง LINE
👉 https://page.line.me/002dihds

💬 Facebook Fanpage
👉 https://www.facebook.com/hachiko.safety/

🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ
👉 https://hachikosafety.com/pages/ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ

🏗️ บริการออกแบบ–ติดตั้งระบบชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/installation-rack

📦 ดูสินค้า: ชั้นเหล็กวางของ / ชั้นวางพาเลท / ชั้นวางของเหล็ก / ชั้นวางอุตสาหกรรม
👉 https://hachikosafety.com/pages/ชั้นวางของอุตสาหกรรม-ชั้นวางของเหล็ก

🛒 ดูสินค้าชั้นวางทั้งหมด
👉 https://hachikosafety.com/collections/ชั้นวางสินค้า

Sidebar
Rack วางของ

ติดตั้ง Rack คลังสินค้าอย่างไรให้รองรับน้ำหนักได้จริงและปลอดภัยต่อการใช้งาน

Continue Reading
ชั้นวางพาเลท

อุปกรณ์เสริมชั้นวางพาเลทที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในโกดัง มีอะไรบ้าง?

Continue Reading
งบทำ Mezzanine คิดจากอะไรบ้าง? เจาะต้นทุนโครงสร้าง พื้น และน้ำหนักบรรทุกก่อนขอราคา

งบทำ Mezzanine คิดจากอะไรบ้าง? เจาะต้นทุนโครงสร้าง พื้น และน้ำหนักบรรทุกก่อนขอราคา

Continue Reading
asrs

How-to เลือกจำนวน Crane/Shuttle: หลักคิดง่ายๆ ให้ไม่ Over Spec หรือ Under Spec

Continue Reading
ชั้นวางพาเลท

วิธีตรวจสอบชั้นวางพาเลทเบื้องต้นก่อนเกิดปัญหาในคลังสินค้า

Continue Reading
ชั้นลอยน็อคดาวน์

ชั้นลอยน็อคดาวน์ช่วยเพิ่มพื้นที่คลังได้กี่เท่า? วิธีประเมินแบบง่ายก่อนตัดสินใจติดตั้ง

Continue Reading
ชั้นวางสินค้า

เพิ่มพื้นที่ในโกดังอย่างไรด้วยชั้นวางสินค้า ให้จัดเก็บได้มากขึ้นโดยไม่ต้องขยายอาคาร

Continue Reading
ASRS

ASRS กับการลดพื้นที่ Buffer: ทำได้จริงไหม และควรเผื่อเท่าไร

Continue Reading